วันที่ ๓๑ มกราคม – ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ผู้นำชุมชนตำบลหาดทนง อ.เมือง จ.อุทัยธานี กว่า ๕๐ คน ประชุมเดินหน้าปฏิรูปชุมชนเรื่องการจัดการความรู้ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ๘ ตำบลคือ ตำบลหาดทนง ตำบลอุทัยใหม่ ตำบลหลุมเข้า ตำบลเกาะเทโพ ตำบลน้ำซึม ตำบลสะแกกรัง ตำบลท่าซุง และตำบลเนินแจง ณ บ้านสวนรีสอร์ท จ.นครสวรรค์ โดยเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและผู้นำ ได้จัดอบรมเพื่อปฎิบัติการจัดการความรู้จากประสบการณ์จริงของชุมชน
นายม้วน เขียวอุบล นายกเทศมนตรีตำบลหาดทนง จ.อุทัยธานี กล่าวว่าชุมชนหาดทนงเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่มีประสบการณ์ในเรื่องน้ำท่วมทุกปี การจัดการความรู้ ถอดบทเรียนวิกฤตมหาอุทกภัยปี ๒๕๕๔ ครั้งนี้ นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกว่าเราจะอยู่กับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปให้ได้ เพราะเราเปลี่ยนธรรมชาติไม่ได้แต่เราเปลี่ยนตัวเราเองได้ จึงต้องเตรียมความพร้อมโดยบริหารจัดการองค์ความรู้เพื่อให้ชุมชนอยู่กับน้ำได้อย่างมีความสุข และรับมือกับสถานการณ์ ทั้งเตรียมพื้นที่เพื่ออยู่กับน้ำ และใช้ข้อมูลเพื่อตั้งรับให้ได้จากประสบการณ์ในอดีต การพึ่งตนเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ชุมชนต้องจัดการ การฝึกปฏิบัติทำให้ชุมชนเรียนรู้กระบวนการถอดองค์ความรู้ โดยมีข้อสรุปจากทั้ง ๘ ตำบลในเตรียมการรับอุทกภัยครั้งต่อไป ดังนี้
มาตรการป้องกันน้ำ ชุมชนต้องพัฒนาแผนเฉพาะหน้า แผนระยะกลาง เช่น การสำรวจพื้นที่รอบบริเวณเพื่อวางผังชุมชน และแผนระยะยาว เช่น จัดตั้งกองทุนพัฒนาเพื่อความมั่นคงของตำบล ฝายชะลอน้ำ ปลูกป่า เป็นต้น
จะอยู่กับน้ำได้อย่างไร เกิดจากความคุ้นเคยจากความรู้อยู่กับน้ำสามารถจัดระบบชุมชน ดำเนินการจัดทำเป็นคู่มือเมื่อภัยมาฉบับชุมชนในแผนต่อไป
ศูนย์ประสานงานของตำบล เกิดจากการจัดระบบของชุมชนในการจัดการร่วมของคนในตำบลให้พื้นที่ตำบลหาดทนง เป็นศูนย์ประสานงานกลางที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของคนในตำบลโดยแท้จริง
ฟื้นฟูหลังน้ำลด แนวทางฟื้นฟูภัยพิบัติหลังน้ำท่วมโดยชุมชนท้องถิ่นตำบลหาดทนง ในปี ๒๕๕๕ ประกอบด้วย แผนงานฟื้นฟูสภาพบ้านเรือน ฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ฟื้นฟูสาธารณูปโภค ฟื้นฟูอาชีพและรายได้ และฟื้นฟูสภาพจิตใจ
ทั้งนี้ นักจัดการความรู้ชุมชนทั้ง ๘ ตำบล ได้เสนอคุณสมบัตินักจัดการความรู้ชุมชนที่ดี ๙ ข้อคือ ๑) มีความสามารถในการเขียน และสรุปประมวลข้อมูล พัฒนาทักษะด้านการจับประเด็น ๒) มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ๓) ใฝ่เรียนรู้ หาข้อเท็จจริง ๔) มีภาวะผู้นำ ๕) กล้าคิด กล้าทำ กล้านำเสนอ ๖) รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ๗) ไม่เอาความคิดของตนเองเป็นหลัก ๘) ละเอียด รอบคอบ และ ๙) มีความรู้ข้อมูล และบริบทพื้นที่
จากความรู้ในตัวบุคคลต้องแปลงเป็นความรู้ในกระดาษเพื่อสื่อสารกับชุมชนในตำบล ให้เกิดแผนงานที่จะพัฒนาทีมทำงานระดับตำบลพร้อมพัฒนาทักษะการจัดการความรู้อย่างต่อเนื่อง




