playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
alt     คนอำนาจเจริญนับหมื่นร่วมประกาศ “ธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ” ตุ้มโฮมคน ภูมิปัญญา หงายสุ่มปลดปล่อยอิสระ มุ่งสู่ความอยู่ดีมีสุข ชี้ปฏิรูปอำนาจเจริญด้วยพลังพลเมือง ฟื้นสภาหมู่บ้าน  จัดตั้งสภากลางตำบล และสภากลางจังหวัด ยึดกฎกติกาเป็นสัจจะอธิฐาน ผืนแผ่นดินอำนาจเจริญนี้เราจะร่วมกันจัดการ
 

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ  ประชาชน 63 ตำบล จาก 7 อำเภอ รวมพลเคลื่อนขบวนแสดงพลังภาคพลเมือง ประกาศใช้ธรรมนูญฉบับแรกของประเทศไทย พร้อมปฏิญาณตนมุ่งสร้างความอยู่ดีมีสุขด้วยการจัดการตนเอง โดยมีภาคีพัฒนาร่วมงานประกอบด้วย สภาพัฒนาการเมือง สำนักงานปฏิรูป องค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาองค์กรชุมชน 63 ตำบล ภาคีพัฒนาภาคประชาชน และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)    
 
alt"ธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ" เป็นกติกาหรือข้อตกลงของคนและชุมชนในพื้นที่จังหวัดใช้ร่วมกัน เพื่อความอยู่ดีมีสุข ซึ่งภาคพลเมืองจะลุกขึ้นมาดูแล และจัดการพัฒนาชุมชน ตำบล จังหวัดของตนเอง โดยธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านขั้นตอนการจัดทำเป็นมาอย่างดี 
 
เริ่มต้นจากเวทีหมู่บ้าน นำข้อมูลมายกร่างโดยสภาองค์กรชุมชน 63 ตำบล จัดเวทีระดับตำบลทุกตำบล กับภาคีต่างๆ นำข้อมูลมาปรับปรุงยกร่างจากตำบล และนำมาประชาพิจารณ์ที่ตำบลอีกครั้ง กระทั้งจัดงานประกาศขึ้น

 
altนายชาติวัฒน์ ร่วมสุข สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองจังหวัดอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ธรรมนูญฯฉบับนี้ เกิดจากทุนทางสังคมของคนอำนาจเจริญที่สั่งสมกันมา โดยเฉพาะทุนคน และความรู้ภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรม กองบุญสวัสดิการชุมชน การจัดการทรัพยากรที่ประชาชนเป็นเจ้าของทรัพยากรร่วมกัน การจัดการภัยคุกคามด้านต่างๆ อย่างความมั่นคงทางอาหาร เราต้องฟื้นสิ่งที่สูญหายไปให้คืนกลับมา  
 
ระบุเหตุผลในการจัดทำรัฐธรรมนูญฯ ก็เพื่อเป็นเครื่องมือในการวางกรอบระเบียบกติกาของชุมชน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีที่เกี่ยวข้อง สำหรับใช้เป็นมาตรการในการสร้างประชาธิปไตยชุมชน เป็นแนวทางกำหนดแผนพัฒนา 
 
เสนอฟื้นสภาหมู่บ้าน เป็นเวทีวางแผน กำหนดคุณสมบัติผู้นำ กำกับติดตามแผนพัฒนาของชุมชน และในระดับตำบลต้องมีสภากลาง ที่ประกอบด้วย สภาองค์กรชุมชน อบต. ท้องที่ และภาคีพัฒนาในท้องถิ่น เป็นฟันเฟื่องสำคัญที่จะขยับการเปลี่ยนแปลงจากฐานราก และในระดับจังหวัดจัดตั้งสภากลาง มีสี่ส่วนคือ อบจ. ส่วนราชการ ธุรกิจ และภาคประชาชน
 
เพื่อให้เกิด “การจัดการตนเอง” ตามธรรมนูญฯ โดยสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในการจัดการตนเองในด้านการเมือง การปกครอง การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาท้องถิ่นในทุกด้านแบบองค์รวม เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งยั่งยืน 
 
 
altนายแพทย์ชัยพร พรประเสริฐกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวแสดงความคิดเห็นโดยระบุว่า คนอำนาจเจริญต้องแก้ปัญหาด้วยเอง โดย อบจ.พร้อมหนุนให้เดินหน้าต่อเนื่อง เราต้องทำให้กันเอง และเราต้องเชื่อในการกระทำสิ่งที่ดี โดยต้องมีความเพียร ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ไม่ได้เกิดการจากคิดเพียงอย่างเดียว ต้องช่วยกันทำอย่างมุ่งมั่น และมีสัจจะอธิฐาน การที่เรามาในวันนี้เราไม่ได้มาร้องขออ้อนวอน แต่เรามาบอกว่าเราตั้งใจร่วมกันทำ เราจะเป็นพสกนิกรที่ดีสืบสานปณิธานของพ่อหลวง มีวิถีตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง  
 
นายก อบจ.กล่าวต่อว่า จังหวัดอำนาจเจริญ มีองค์การบริหารส่วนตำบล 42 แห่ง เทศบาลตำบล 20 แห่ง และเทศบาลเมือง 1 “สำหรับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น เราจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตั้งสัจจะอธิฐานโดยจะนำเอาเนื้อหาในธรรมนูญฯ ไปทำเป็นแผนคู่ขนานกับนโยบายของจังหวัด เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของท้องถิ่นที่จะนำไปปฏิบัติ ตนคิดว่าเราต้องมามองกรอบและแผนปฏิบัติการร่วมกัน อาจเป็นร่วมแผน 3 ปี” 
 
อย่างไรก็ตาม เรามีการนัดหมายประชุมกับขบวนชุมชนทุกวันจันทร์ 8 โมงเช้า เพื่อเอาธรรมนูญฯไปตีโจทย์ให้แตก เราจะช่วยกันโดยไม่ไปร้องขอใคร ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
 
altด้านดร.สุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) กล่าวว่า ในฐานะ สพม.ขอเรียนให้พี่น้องเข้าใจว่าการมอบและประกาศใช้ธรรมนูญฯ นั้นไม่เกี่ยวข้องกับการแก้รัฐธรรมนูญในระดับชาติ สิ่งที่คนอำนาจเจริญทำไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะธรรมนูญฯ เป็นเรื่อง “การบ้าน” ที่เกิดจากการทำข้อตกลงของเราเอง นำไปสู่การพัฒนา การจัดทำแผน ที่มุ่งหวังให้ชุมชนในจังหวัดอำนาจเจริญมีความร่มเย็นเป็นสุข ด้วยการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นข้อตกลงร่วมกันในการทำงานของประชาชน ที่ไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการร่วมกันสร้างประชาธิปไตยจากฐานราก สร้างการเปลี่ยนแปลงจากล่างขึ้นบน 
 
ดร.สุจิต ย้ำต่อว่า “เป็นเรื่องการบ้านของประชาชน ที่ไม่ได้มาตามพรรคการเมืองของใคร แต่เป็นธรรมนูญฯที่มาจากประชาชน ที่ต้องการร่วมมือกับรัฐในการพัฒนา”
 
 
altนางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร รองผู้อำนวยการสำนักงานปฏิรูป (สปร.) กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อธรรมนูญฅนอำนาจเจริญ โดยกล่าวว่า วันนี้เป็นการผนึกกำลังพลังพลเมืองอำนาจเจริญที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง เพราะการจะได้มาซึ่งธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญนั้นได้ผ่านขั้นตอนการจัดทำอย่างเข้มข้น นับเป็นเรื่องที่ยากแล้ว แต่การจะทำให้ธรรมนูญเป็นจริงนั้นยากยิ่งกว่า ตนเองคิดว่าควรเน้นการทำงานในลักษณะ “นำร่อง” สักครึ่งหนึ่งของพื้นที่ เพราะเนื้อหาแต่ละข้อนั้นการทำให้เป็นจริงนั้นยาก เช่น การบอกให้โรงเรียนปิดเทอมตามฤดูกาลทำนาของชุมชน ซึ่งการเขียนนั้นไม่ยากเท่าไหร่แต่การทำนั้นยาก
 
และในปี 2556 เราจะมาดูกันว่าปัญหาของคนอำนาจเจริญได้รับการคลี่คลายด้วยการมีธรรมนูญหรือไม่ ตรงนี้คือของจริง ถ้าปฏิบัติได้นั่นคือผลสำเร็จของธรรมนูญฯ ซึ่งทาง สปร.ยินดีที่จะสนับสนุนกระบวนการจัดทำให้เป็นจริง 


 
altนางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวให้ความเห็นต่อการประกาศธรรมนูญฯ โดยกล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นการนำร่องประชาธิปไตยชุมชน ที่คนอำนาจเจริญได้ออกมาประกาศธรรมนูญฯของตนเอง หรือข้อตกลงร่วม ที่มีที่มาจากงานพัฒนาที่เราร่วมกันทำไม่ว่าจะเป็นเรื่องสวัสดิการ เรื่องสภาองค์กรชุมชนตำบล ฯลฯ จะเห็นได้ว่าพี่น้องมีฐานทุนที่ดีทั้งทุนคน ภูมิปัญญา ความรู้ ซึ่งเรื่องคนเป็นสิ่งที่สำคัญ 
 
จะเห็นได้ว่าจังหวัดนี้มีการบูรณาการหน่วยงานภาคีต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่รวมเอาพลังความรู้ พลังปัญญา พลังทางสังคม พลังจากสื่อต่างๆ มาร่วมกันทำงาน 
 
ผอ.พอช.กล่าวต่อว่า พอช.พร้อมจะเป็นเพื่อนร่วมทำงาน โยงขบวน พื้นที่ และเชื่อมเป็นแผนที่เป็นหนึ่งเดียว ที่ตอบสนองต่อฐานชุมชนเป็นสำคัญ เพราะเรามียุทธศาสตร์ที่ว่าชุมชนเป็นแกนหลักพื้นที่เป็นตัวตั้ง ซึ่งต้องขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับคนอำนาจเจริญที่มุ่งมั่นตั้งใจจะให้เจ้าของปัญหาลุกขึ้นมาแก้ปัญหาเอง เพื่อความยั่งยืนในท้ายสุด
 
altทั้งนี้ธรรมนูญฯฉบับนี้มี 9 หมวดด้วยกัน หมวด 1 คือบททั่วไป 2 ปรัชญาแนวคิด หมวด 3 การเมืองภาคพลเมือง ที่มีเนื้อหาสร้างสังคมเครือข่ายแห่งการเรียนรู้ตามแนวทางวิถีประชาธิปไตยชุมชน โดยอาศัยสภาหมู่บ้าน ฯลฯ หมวด 4 ด้านสังคม เพื่อชุมชนเข้มแข็ง ผู้คนฮักแพงแบ่งปัน สานต่อวัฒนธรรมประเพณี โดยมีข้อเสนอจัดการด้านการศึกษา ด้านสตรี เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และศาสนาความเชื่อ
 
หมวด 5 ระบบเศรษฐกิจชุมชน กล่าวถึงการยกระดับการกินดีอยู่ดีของคนในชุมชน โดยทุกครอบครัวจะปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินและแบ่งปัน กองทุนเพื่อการผลิตดอกเบี้ยต่ำ ปรับวิถีการผลิตพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ ฯลฯ 
 
หมวด 6 ด้านสุขภาพ สุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งกาย จิต สังคม และจิตวิญญาณ หมวดนี้มีความน่าสนใจตรงการกำหนดให้มี “ธรรมนูญสุขภาพ”  ซึ่งทางหน่วยงาน สช.สนับสนุนในการจัดทำกระบวนการ 
 
หมวด 7 ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่นของตนเอง ที่ชาวบ้านขอเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดและตัดสินใจ
 
หมวด 8 ด้านการรับรู้ การเข้าถึง และการกระจายข่าวสาร เป็นข้อเสนอด้านการสื่อสารของชุมชน โดยชุมชนต้องเข้าถึง อิสระ เท่าเทียม และเป็นเจ้าของพื้นที่สื่อสาธารณะ ผลิตเนื้อหาสาระด้วยตนเอง หลากหลายเนื้อหาสาร และหมวด 9 คือบทเฉพาะกาล
 
altalt
altalt
altalt
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter