เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ประชาชน 63 ตำบล จาก 7 อำเภอ รวมพลเคลื่อนขบวนแสดงพลังภาคพลเมือง ประกาศใช้ธรรมนูญฉบับแรกของประเทศไทย พร้อมปฏิญาณตนมุ่งสร้างความอยู่ดีมีสุขด้วยการจัดการตนเอง โดยมีภาคีพัฒนาร่วมงานประกอบด้วย สภาพัฒนาการเมือง สำนักงานปฏิรูป องค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาองค์กรชุมชน 63 ตำบล ภาคีพัฒนาภาคประชาชน และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
เริ่มต้นจากเวทีหมู่บ้าน นำข้อมูลมายกร่างโดยสภาองค์กรชุมชน 63 ตำบล จัดเวทีระดับตำบลทุกตำบล กับภาคีต่างๆ นำข้อมูลมาปรับปรุงยกร่างจากตำบล และนำมาประชาพิจารณ์ที่ตำบลอีกครั้ง กระทั้งจัดงานประกาศขึ้น
ระบุเหตุผลในการจัดทำรัฐธรรมนูญฯ ก็เพื่อเป็นเครื่องมือในการวางกรอบระเบียบกติกาของชุมชน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีที่เกี่ยวข้อง สำหรับใช้เป็นมาตรการในการสร้างประชาธิปไตยชุมชน เป็นแนวทางกำหนดแผนพัฒนา
เสนอฟื้นสภาหมู่บ้าน เป็นเวทีวางแผน กำหนดคุณสมบัติผู้นำ กำกับติดตามแผนพัฒนาของชุมชน และในระดับตำบลต้องมีสภากลาง ที่ประกอบด้วย สภาองค์กรชุมชน อบต. ท้องที่ และภาคีพัฒนาในท้องถิ่น เป็นฟันเฟื่องสำคัญที่จะขยับการเปลี่ยนแปลงจากฐานราก และในระดับจังหวัดจัดตั้งสภากลาง มีสี่ส่วนคือ อบจ. ส่วนราชการ ธุรกิจ และภาคประชาชน
เพื่อให้เกิด “การจัดการตนเอง” ตามธรรมนูญฯ โดยสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในการจัดการตนเองในด้านการเมือง การปกครอง การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาท้องถิ่นในทุกด้านแบบองค์รวม เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งยั่งยืน
นายก อบจ.กล่าวต่อว่า จังหวัดอำนาจเจริญ มีองค์การบริหารส่วนตำบล 42 แห่ง เทศบาลตำบล 20 แห่ง และเทศบาลเมือง 1 “สำหรับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น เราจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตั้งสัจจะอธิฐานโดยจะนำเอาเนื้อหาในธรรมนูญฯ ไปทำเป็นแผนคู่ขนานกับนโยบายของจังหวัด เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของท้องถิ่นที่จะนำไปปฏิบัติ ตนคิดว่าเราต้องมามองกรอบและแผนปฏิบัติการร่วมกัน อาจเป็นร่วมแผน 3 ปี”
อย่างไรก็ตาม เรามีการนัดหมายประชุมกับขบวนชุมชนทุกวันจันทร์ 8 โมงเช้า เพื่อเอาธรรมนูญฯไปตีโจทย์ให้แตก เราจะช่วยกันโดยไม่ไปร้องขอใคร ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
ดร.สุจิต ย้ำต่อว่า “เป็นเรื่องการบ้านของประชาชน ที่ไม่ได้มาตามพรรคการเมืองของใคร แต่เป็นธรรมนูญฯที่มาจากประชาชน ที่ต้องการร่วมมือกับรัฐในการพัฒนา”
และในปี 2556 เราจะมาดูกันว่าปัญหาของคนอำนาจเจริญได้รับการคลี่คลายด้วยการมีธรรมนูญหรือไม่ ตรงนี้คือของจริง ถ้าปฏิบัติได้นั่นคือผลสำเร็จของธรรมนูญฯ ซึ่งทาง สปร.ยินดีที่จะสนับสนุนกระบวนการจัดทำให้เป็นจริง
จะเห็นได้ว่าจังหวัดนี้มีการบูรณาการหน่วยงานภาคีต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่รวมเอาพลังความรู้ พลังปัญญา พลังทางสังคม พลังจากสื่อต่างๆ มาร่วมกันทำงาน
ผอ.พอช.กล่าวต่อว่า พอช.พร้อมจะเป็นเพื่อนร่วมทำงาน โยงขบวน พื้นที่ และเชื่อมเป็นแผนที่เป็นหนึ่งเดียว ที่ตอบสนองต่อฐานชุมชนเป็นสำคัญ เพราะเรามียุทธศาสตร์ที่ว่าชุมชนเป็นแกนหลักพื้นที่เป็นตัวตั้ง ซึ่งต้องขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับคนอำนาจเจริญที่มุ่งมั่นตั้งใจจะให้เจ้าของปัญหาลุกขึ้นมาแก้ปัญหาเอง เพื่อความยั่งยืนในท้ายสุด
หมวด 5 ระบบเศรษฐกิจชุมชน กล่าวถึงการยกระดับการกินดีอยู่ดีของคนในชุมชน โดยทุกครอบครัวจะปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินและแบ่งปัน กองทุนเพื่อการผลิตดอกเบี้ยต่ำ ปรับวิถีการผลิตพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ ฯลฯ
หมวด 6 ด้านสุขภาพ สุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งกาย จิต สังคม และจิตวิญญาณ หมวดนี้มีความน่าสนใจตรงการกำหนดให้มี “ธรรมนูญสุขภาพ” ซึ่งทางหน่วยงาน สช.สนับสนุนในการจัดทำกระบวนการ
หมวด 7 ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่นของตนเอง ที่ชาวบ้านขอเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดและตัดสินใจ
หมวด 8 ด้านการรับรู้ การเข้าถึง และการกระจายข่าวสาร เป็นข้อเสนอด้านการสื่อสารของชุมชน โดยชุมชนต้องเข้าถึง อิสระ เท่าเทียม และเป็นเจ้าของพื้นที่สื่อสาธารณะ ผลิตเนื้อหาสาระด้วยตนเอง หลากหลายเนื้อหาสาร และหมวด 9 คือบทเฉพาะกาล




