playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

altราชภัฏพระนคร : เครือข่ายสายคลอง 11 สายหลัก นัดถกปัญหาภัยน้ำท่วม พร้อมตั้งแผนรับมือปี 55 ชาวบ้านจากกรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ กว่า 300 คน ร่วมประชุมแนวทางการฟื้นฟูและการจัดการภัยพิบัติ สู่การจัดการตนเองเชิงภูมินิเวศน์คูคลอง เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555

 
 
 
 
 

 

 

altนายพรเทพ บูรณบุรีเดช ผู้แทนสหพันธ์เครือข่ายองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ และผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง กล่าวว่า เครือข่ายสายคลองได้มีการก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2543 และมีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายสลัม 4 ภาค เนื่องจากมีการทำงานเรื่องสายคลองและมีเครือข่ายชาวบ้านเหมือนกัน ตอนแรกตั้งนั้นมี 9 สายคลอง ได้แก่ คลองบางบัว คลองเปรมประชากร คลองโอ่งอ่าง คลองลาดพร้าว คลองครุ คลองหัวลำโพง คลองลำนุ่น คลองบางเขน คลองขวาง เหตุที่ต้องมารวมตัวกันเนื่องจากคนภายนอกมักมองว่าคนริมคลองรุกที่ และเป็นต้นเหตุของปัญหาน้ำเสีย จึงได้รวมกลุ่มทำกิจกรรมสื่อให้คนภายนอกรู้ว่าคนคลองไม่ได้เป็นอย่างที่สังคมกล่าวหา เช่น การเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง เพื่อปรับสภาพภูมิทัศน์บ้านเรือนให้เป็นระเบียบ และการทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อสังคม เช่น กิจกรรมเก็บขยะในคลอง กิจกรรมบำบัดน้ำเสียในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าคนริมคลองได้ร่วมแก้ไขปัญหาของคนเมือง ดังนั้นหากรัฐจะไล่ที่คนริมคลองคงต้องไล่รื้อหน่วยงานอื่นที่ปลูกสร้างรุกล้ำคลองด้วย

 

           ในการวางแผนป้องกันน้ำท่วมปี 55 ชุมชนต้องสำรวจประชากรในชุมชนว่ามีกลุ่มใด จำนวนเท่าใด และสำรวจคลองในชุมชนอย่างละเอียด เช่น จุดเริ่มต้น-จุดสิ้นสุดของคลอง ประวัติความเป็นมา ความกว้าง ความลึก ฯ เพื่อเป็นข้อมูลในการสื่อสารกับภาครัฐที่สำคัญคือชุมชนต้องเชื่อมโยงกัน

 

altอ.ปราโมทย์ เทพพัลลภ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏมี พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ดังนั้นจึงมีหน้าที่ดูแลท้องถิ่น โดยมีสาขาวิชาพัฒนาชุมชนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ รวมทั้งสาขาวิชาอื่นๆ ที่สามารถให้บริการแก่ชุมชนได้ แก่ ช่างก่อสร้าง ช่างไฟฟ้า และกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือชุมชนของนักศึกษา ในความเห็นส่วนตัวนั้นเห็นด้วยกับแนวทางการพึ่งพาตนเองของประชาชน เพราะส่งเสริมให้เกิดภูมิปัญญาของชาวบ้าน ส่วนเรื่องที่คนส่วนใหญ่มองว่าชาวบ้านที่ปลูกบ้านริมคลองเป็นสาเหตุให้น้ำเน่าเสีย หรือขวางทางน้ำทำให้เกิดน้ำท่วม ไม่สามารถกล่าวสรุปเช่นนั้นได้ 100%  เพราะหน่วยงานละเลยไม่สนใจปัญหาแต่แรก เมื่อชาวบ้านรุกล้ำคลองแล้วก็แก้ไขได้ยาก ความจริงกรุงเทพฯ มีผังเมืองที่ดี แต่ถูกผู้มีอิทธิพลไปเปลี่ยนแปลงเส้นทางน้ำ ถ้าประชาชนรวมตัวกันเข้มแข็งจะเกิดพลังมากพอในการยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล อย่างไรก็ตามประชาชนไม่ควรประมาทต้องรีบวางแผนรับมือแต่เนิ่น เพราะปีนี้น้ำจะมาอีกแน่นอน

 

altนางสุภานิตร จุมผา ผู้จัดการภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑล สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า ที่ผ่านมา พอช. ได้สนับสนุนให้ชาวบ้านได้มารวมตัวกันทำความดี และเผยแพร่ขยายผล เช่น สนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายสายคลองในกรุงเทพฯ และขยายไปยังภาคตะวันออก สนับสนุนให้ประชาชนเก็บข้อมูล ทำผังชุมชน วางแผนการพัฒนาคูคลอง ตั้งศูนย์ภาคประชาชน จัดตั้งกองทุนภัยพิบัติ เพราะประชาชนที่อยู่ริมคลองย่อมรู้เรื่องพื้นที่ดีกว่าคนนอก เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาถือเป็นโอกาสให้ประชาชนได้ลุกขึ้นมาจัดการแก้ไขปัญหาของตนเอง เมื่อชาวบ้านมีการรวมตัวจัดทำข้อมูลอย่างเป็นระบบ การนำเสนอผลักดันนโยบายต่อภาครัฐก็จะมีน้ำหนักมากขึ้น

 

altนายธีรพงศ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้จัดการภาคตะวันออก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า ขอบคุณปัญหาที่ทำให้ทุกคนมารวมตัวกัน การไม่รวมตัวจะทำให้ไม่เกิดการจัดการตนเอง หากประชาชนไม่รวมตัวก็จะมีหน่วยงานอื่นเข้ามาจัดการ ซึ่งคนอื่นจะจัดการปัญหาให้ตรงจุด ตรงความต้องการของคนในพื่นที่ได้ยาก จึงฝากชุมชนที่เข้าร่วมประชุมนำแนวคิดเรื่องการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนไปขยายผลในพื้นที่ต่อไป

 
 
 

 

ช่วงท้ายการประชุมชาวบ้านจากทั้ง 4 จังหวัด ได้นำเสนอแผนเบื้องต้นในการรับมือภัยน้ำท่วมปี 55 โดยชาวบ้านจากทั้ง 4 จังหวัด มีแผนร่วมกันคือ

1.สำรวจ/จำแนกกลุ่มประชากรในชุมชน เพื่อวางแผนการอพยพ ช่วยเหลือ

2.วางระบบเปิด-ปิดประตูระบายน้ำในชุมชน โดยประชาชนต้องมีส่วนร่วมกับผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ

3. สร้างกลไก หรือคณะทำงานภัยพิบัติในชุมชน ตำบล จังหวัด ซึ่งคณะทำงานชุดนี้มีหน้าที่เชื่อมโยงภาคีในการป้องกัน/แก้ไขปัญหาน้ำท่วมด้วย

4.ใช้เวทีสภาองค์กรชุมชน หรือเวทีอื่นๆ เชื่อมโยงเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลองเข้าทำงานร่วมกัน

 

           ทั้งนี้ มีกำหนดให้แต่ละจังหวัดเก็บข้อมูลชุมชนให้เสร็จภายในวันที่ 15 มีนาคม และนัดประชุมร่วมภาคกรุงเทพฯ อีกครั้งวันที่ 20 มีนาคม 2555

 altalt

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter