กทม. : ระหว่างวันที่ ๒๓-๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ขบวนเครือข่ายหญิงไทย ๕ ภาค ร่วมกับ คณะประสานงานองค์กรชุมชน(คปอ.) เครือข่ายแผนชีวิตชุมชน ๔ ภาค คนรุ่นใหม่หัวใจรักถิ่น และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) จัดงานสมัชชาขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทยปฎิรูปชุมชนท้องถิ่น “พลังผู้หญิงไทยกับการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” ณ ห้องคอนเวนชั่น โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ มีผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า ๑,๐๐๐ คน
เพื่อแลกเปลี่ยนการทำงานพัฒนาของเครือข่ายผู้หญิง รวมทั้งกำหนดทิศทางจังหวะก้าวในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนของขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทยให้เป็นในทิศทางเดียวกัน บนฐานชีวิต ๕ ฐาน ประกอบด้วยคน อาหาร ยารักษาโรคสมุนไพร เครื่องนุ่งห่ม และที่อยู่อาศัยบ้านมั่นคง มีเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน และ ดร.นลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมรับข้อเสนอทิศทางการพัฒนาขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทยปฎิรูปชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน พร้อมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จะเสริมหนุนการทำงานของขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทยบนฐานชีวิต ๕ ได้อย่างไร”
นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่าประเทศไทยผู้หญิงมีจำนวนกว่า ๓๒ ล้านคน คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๙ ของประชากร ซึ่งในภาพการมีส่วนร่วมของการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองพบว่า ผู้หญิงมีโอกาสเข้าร่วมน้อยกว่าผู้ชาย ทำให้มีข้อจำกัด นำไปสู่การเลือกปฏิบัติ ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการพัฒนาศักยภาพของผู้หญิง ที่เกิดจากรากเหง้าทางความคิดเดิมๆ เพื่อขจัดความเชื่อเดิมๆ ผู้หญิงต้องลุกขึ้นมามีบทบาทในการพัฒนาประเทศ โดยเริ่มจากครอบครัวชุมชน หากครอบครัวอบอุ่นชุมชนเข้มแข็งประเทศก็ได้รับการพัฒนา ขณะที่ปัญหาบางปัญหาหากชุมชนจัดการตนเองได้จะดีกว่ารอให้รัฐบาลเข้ามาจัดการ
“เชื่อว่าขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทย เป็นกลุ่มผู้หญิงที่ทำงานทั้งในเมืองและชนบท จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความตระหนักของผู้หญิง ให้มีความภูมิใจในบทบาทของตนเองที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะปัญหาของสตรี รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว โดยมีกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่ถือเป็นนโยบายเร่งด่วน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนศักยภาพของผู้หญิง ให้มาดูแลช่วยเหลือซึ่งกัน สามารถแก้ไขปัญหา รวมทั้งดูแลตัวเองได้อย่างยั่งยืน มีอาชีพ มีสวัสดิภาพ และสวัสดิการที่เหมาะสม พอเพียง มุ่งเน้นให้ผู้หญิงพัฒนาตัวเองได้ เรียนรู้ แก้ไขปัญหาผู้หญิงในปัจจุบันให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป”
นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือพอช. กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้หญิงมีบทบาทสำคัญมาก ในด้านการพัฒนาชุมชน ในชุมชนมีประธานสภาองค์กรชุมชนเป็นผู้หญิง มีนายกเทศมนตรีเป็นผู้หญิง นับจากนี้บทบาทผู้หญิงในโลกปัจจุบันไม่ได้จำกัดแค่เรื่องครอบครัว แต่มีบทบาทร่วมพัฒนากับผู้ชายให้ท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน เช่น โครงการบ้านมั่นคง ที่ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในการพัฒนา สวัสดิการชุมชน ผู้หญิงมีบทบาทเป็นผู้นำในการรวมกลุ่มออมทรัพย์ ถือได้ว่าผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการร้อยพลังร่วมกับเครือข่ายทางสังคม หน่วยงานต่างๆ ในการพัฒนาชุมชน รวมถึงการจัดการข้อมูลและถอดองค์ความรู้ เพื่อนำไปสู่การกำหนดทิศทางและเคลื่อนงานร่วมกันต่อไป”
นางศิริวรรณ บุตราช ตัวแทนขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทย ๕ ภาค กล่าวว่า ขบวนผู้หญิงไทย ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๖ โดยการสนับสนุนจาก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ส่งผลให้ขบวนผู้หญิงในท้องถิ่นเกิดกระบวนเชื่อมโยงและขยายขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทยไปทั้ง ๕ ภาค โดยมีเป้าหมายสำคัญ ในการพัฒนาหญิงไทยให้มีความภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ มีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาชุมชน สร้างสังคมไทยให้เป็นสุขบนฐานปัจจัยชีวิต ๕ ประกอบด้วย คน อาหาร ยารักษาโรคสมุนไพร เครื่องนุ่งห่ม และที่อยู่อาศัยบ้านมั่นคง ด้วยการพึ่งพาตนเอง ซึ่งการดำเนินงานของเครือข่ายผู้หญิงทำให้เกิดความเท่าเทียมและเสมอภาคของหญิงชาย ตามรัฐธรรมนูญ
“ในสถานการณ์ปัจจุบัน การเคลื่อนไหวทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ทั้งในระดับประเทศและระดับสากลเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทุกครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างไม่สามารถหลีกหนีพ้น ในปี ๒๕๕๘ ประเทศไทยเปิดประตูสู่อาเซียน ย่อมส่งผลกระทบต่อสังคมไทยทั้งในชนบทและเมือง โดยเฉพาะครอบครัว ขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทยจึงต้องสร้างภูมิคุ้มกัน ให้มีความพร้อมในทุกด้านบนฐานชีวิต ๕ เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา ในพื้นที่ได้เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา สามารถเชื่อมโยงงานและกิจกรรมได้เป็นอย่างดี หากมีการส่งเสริมบทบาทผู้หญิงอย่างจริงจัง จะทำให้ผู้หญิงมีความมั่นใจและเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาขบวนชุมชน”
“พลังผู้หญิงไทยกับการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”

นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร และผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป กล่าวว่า ผู้หญิงเป็นทั้งแม่และภรรยา มีความเข้มแข็งอยู่ข้างใน มีความรู้ มีวิสัยทัศน์ เป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างวัฒนธรรมสร้างสรรค์สังคม มีกลวิธีในการถ่ายทอดวิถีชีวิต ทั้งวัฒนธรรม ศาสนา การศึกษา รวมทั้งยุทธวิธีในการแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ ใช้ความละเมียดละไมในการเจรจาหรือร่วมหาทางออก ซึ่งข้อเท็จจริงปัญหาชุมชนมีมากเหลือเกิน เช่น การพัฒนาที่มุ่งเน้นความเจริญมากขึ้น เกิดปัญหาไล่รื้อชุมชนแออัด จึงต้องมีการแก้ไขในเรื่องที่ดิน ผู้หญิงจึงเป็นบุคคลที่มีบทบาทเพื่อให้เกิดการเจรจา ชวนคนมาคุย มาร่วมจัดประชุม และวางแผนด้วยกัน
พร้อมฝากข้อคิดไว้ ๕ ประเด็น คือ หนึ่ง การพัฒนาคนรุ่นใหม่หรือกลุ่มเยาวชนให้เข้ามาทำงานร่วม ที่สำคัญคือสร้างคนในบ้านให้มีจิตสำนึกทางสังคม และสิ่งแวดล้อม ประการที่สอง พึ่งพิงตนเองให้มากขึ้น ประการที่สาม อยากให้ผู้หญิงตั้งคำถามต่อโครงการพัฒนาชุมชนว่านโยบายเหล่านี้มันตอบคำถามชุมชนหรือไม่ ประการที่สี่ อยากชวนให้ผู้หญิงได้คิด มีวิสัยทัศน์ มีจินตนาการ และประการที่ห้า มีโครงสร้างที่มาจากภาคผู้หญิงและภาคประชาชนในทุกเรื่อง”

นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาเชียงราย และที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา จ.เชียงราย กล่าวว่า ผู้หญิงเป็นเพศที่เย็นเหมือนน้ำ ไม่ใช้ความรุนแรง หรือเป็นดั่งเชือกกล้วยที่ร้อยรัดดวงใจทุกดวงเข้าหากัน ไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง แต่นำไปสู่ความเข้าใจและสร้างความร่วมมือจากทุกฝ่ายและพร้อมที่จะเรียนรู้ ตนได้แรงบันดาลใจจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จย่า ที่ให้ความสำคัญและเล็งเห็นปัญหาของชาวเขา มีความตั้งใจว่าสิ่งใดที่ไม่มีคนทำและเป็นเรื่องยาก กกกกจะก็จะทำในเรื่องนั้น เพื่อให้คนทั้งประเทศเห็นว่า ชาวเขาเป็นบุคคลที่สำคัญ เป็นกลุ่มคนที่เชื่อมโยงและรักษาป่าต้นน้ำ ไม่ว่าจะปิง วัง ยม น่าน เขารักษาสิ่งแวดล้อมไว้ให้คนในเมืองได้กินได้ใช้
“และได้ทำงานเน้นความรัก ความเป็นธรรมชาติ มนุษย์ไม่ใช่เจ้าของธรรมชาติ แต่มนุษย์อาศัยอยู่กับธรรมชาติที่เป็นแม่ของทุกชีวิต ในช่วง ๖ ปีที่เป็น สว. ได้เปิดพื้นที่ให้กับเด็กและคนไร้สัญชาติ กระทั่งเกิด พ.ร.บ.คนไร้สัญชาติ ได้บ่มเพาะกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งนักการเมือง วิชาการ ผู้ได้รับปัญหา และสื่อมวลชน เกิดนโยบายด้านกฎหมายที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเกิดขึ้นอีกมาก บทบาทสำคัญของผู้หญิงนั้นเริ่มจากตัวเองได้ เป็นแม่พระในบ้าน แม่คือครูคนแรกของลูก และเป็นแม่พระของโลก ทำให้ชุมชนอยู่รอด คนอยู่รอด โลกอยู่รอด และแม่ในธรรมชาติ รัก เคารพ ปลูกฝังธรรมชาติ ใช้ทรัพยากรและรู้ใช้ ทุกอย่างอยู่รอด”
นางทิพย์พร จันทร์เพชร(พี่แต๋ว) ตัวแทนเครือข่ายผู้หญิงไทย จ.ตรังกล่าวว่า ผู้หญิงอ่อนแอไม่ได้ ผู้หญิงมี ญ คือ ความยิ่งใหญ่ และแข็งแกร่ง เป็นผู้บ่มเพาะมนุษยชาติ และได้รับความร่วมมือกับผู้ชาย มีการบริหารจัดการในบ้าน ซึ่งผู้ชายเป็นหลายๆ อย่างสำหรับผู้หญิง ผู้หญิงเป็นหลายๆ อย่างสำหรับผู้ชาย ฐานของผู้หญิง ๕ ฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคน ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม อาหารหรือยาสมุนไพร ที่เราต้องให้อาหารเป็นยาในชีวิตประจำวัน ดูแลร่างกายเราให้เข้มแข็ง เราต้องเริ่มพัฒนาตนเอง ครอบครัว รวมถึงเราต้องมีความสุขจากภายในอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะอยู่กับตัวเอง ครอบครัว หรือสังคม
“อยากให้มีโรงเรียนนักการเมืองหญิง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเป็นนักการเมือง แต่เรียนรู้ว่าการเมืองเป็นอย่างไร ที่ไม่ใช่การซื้อขายเสียง การเมืองมีผลกระทบต่อผู้หญิงอย่างไร เราต้องสร้างคนรุ่นใหม่ตั้งแต่อนุบาล โดยที่ภาครัฐหรือเอกชนมาร่วมบริหารจัดการ สร้างตั้งแต่ตัวเล็กๆ ค่อยขยายไปสู่ระดับบน เป็นการสร้างฐานของการสร้างสมรรถนะของมนุษย์ ความเข้มแข็งต้องพัฒนาจากแก่นแท้ของผู้หญิงก่อน สามารถเรียนรู้การเป็นภาวะผู้นำได้”
นายสมคิด สิริวัฒนากุล ผู้แทนเครือข่ายแผนแม่บท ๔ ภาค กล่าวว่า ผู้หญิงทำได้ทำได้ทุกอย่าง ทำได้หมดในเรื่องปฏิบัติ สำหรับเราทำได้แค่นโยบายและหลักคิด ผู้หญิงทำได้ตั้งแต่รั้วบ้าน ถึงในบ้าน ซึ่งในเรื่องของความเปลี่ยนแปลงเพื่อจัดการตนเอง จะทำเฉพาะผู้หญิงไม่ได้ ต้องทำควบคู่กันไป ร่วมมือกันในการจัดการท้องถิ่น เมื่อก่อนมีคำพูดหรือคำเปรียบเปรยที่ทำให้ผู้หญิงอ่อนแอ ทำให้ผู้หญิงไม่กระตือรือร้น เดี๋ยวนี้ผู้หญิงเปลี่ยนบทบาทจากเดิมมาก เรื่องช้างท้าวหลังหมดไป ผู้หญิงมีความละเอียดอ่อน แต่ตื่นตัว เราจะทำอย่างไรให้สังคมเปลี่ยนแนวคิดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาในบทบาทของผู้หญิงที่เป็นผู้นำ แม้กระทั่งความอดทนในตัวผู้หญิง ซึ่งในงานพัฒนานั้นต้องมีกระบวนการร่วมกันที่จะต้องเรียนรู้และพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ลำดับตั้งแต่ตนเอง ครัวเรือน ชุมชน กระทั่งการเมือง นโยบาย
“เห็นความสำคัญมากว่า การเป็นผู้หญิงผู้ชายต้องช่วยเหลือกันในการทำงาน จุดแข็งในการเคลื่อนของผู้หญิง คือ ใจเด็ดในความมุ่งมั่นในการทำงาน รวมถึงวัฒนธรรมชุมชนที่ผู้หญิงยึดมั่นมากกว่าผู้ชาย เรื่องความเกื้อกูล เรื่องเหล่านี้เองที่ผู้หญิงเป็นคนนำมาขยายชุมชนจัดการตนเองตั้งแต่ชุมชนถึงระดับชาติ ผู้หญิงกระตือรือร้นและเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่วิธีคิดและการทำงานใหม่ที่พร้อมทำไปกับผู้ชาย อยากให้ผู้หญิงทะลุกำแพงทางความคิดในเรื่องโอกาส ให้กล้าที่จะลุกขึ้นมาฝ่ากำแพง ที่สุดต้องผนึกกำลังระหว่างหญิงชายให้มั่นจะนำไปสู่ความยั่งยืน”
นายแก้ว สังข์ชู คณะยุทธศาสตร์เครือข่ายแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเอง ๔ ภาค กล่าวพลังการพัฒนาที่สำคัญ คือพลังของสตรี พลังของความเป็นแม่ที่สร้างสรรค์จรรโลง ให้พุทธศาสนาดำรงอยู่ทุกวันนี้ เวทีสมัชชานี้เป็นการประมวลความคิดของเครือข่ายผู้หญิงไทยที่รวมตัวและพูดคุยกันมาหลายครั้ง และมีการสรุปทิศทางข้างหน้าที่จะไปอย่างไร ซึ่งแนวทางการพัฒนาจะไปอย่างโดดเดี่ยวไม่ได้ ต้องเชื่อมโยงกันทั้งหญิงและชาย และเชื่อมประสานกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งขบวนหญิงรวมตัวกันเพื่อพัฒนาชุมชนให้เกิดความยั่งยืน ใช้พลังชุมชนท้องถิ่นเป็นตัวขับเคลื่อน
ทั้งนี้ขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทย ๕ ภาค มีข้อเสนอระดับนโยบาย คือ (๑) รัฐบาลควรกำหนดมาตรการ และมีนโยบายให้ผู้หญิงได้เข้ามามีส่วนร่วมในอัตราส่วน ๕๐ : ๕๐ ในทุกด้าน โดยกำหนดให้มีสัดส่วนของผู้หญิงทุกโครงสร้างทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การเมือง สื่อ และเทคโนโลยี (๒) ขอสนับสนุนงบประมาณในรูปแบบของกองทุน เพื่อขับเคลื่อนขบวนผู้หญิงในพื้นที่ระดับตำบล จังหวัด และภาค ผ่านสภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน เป็นต้น (๓) แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสตรีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ด้านนางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งจะเสริมหนุนการทำงานของขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทย ว่า ขอรับข้อเสนอทิศทางของขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทย ๕ ภาค ไว้เพื่อนำไปเรียนเสนอในขั้นตอนต่อไป เพราะเครือข่ายผู้หญิงทำงานกับรากหญ้าจริงๆ เป็นผู้มีความรู้ และทราบถึงปัญหาของผู้หญิงในทุกพื้นที่ และประสานเชื่อมร้อยกันเป็นขบวนเครือข่าย ที่ว่า “ผู้หญิงไทยใจอาสา มุ่งพัฒนาสังคมไทยให้พึ่งตนเอง” ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่มุ่งเน้นให้สตรีเป็นแกนหลักในการช่วยเหลือและร่วมพัฒนาสตรีไทยด้วยกัน เชื่อมั่นว่าการทำงานของขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทยบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายโดยสตรีมีความภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ มีความเข้มแข็ง จัดการและพึ่งตนเองได้ สามารถสร้างครอบครัวและชุมชนให้เข้มแข็ง นำไปสู่การเป็นสังคมที่อยู่ดีและมีสุข
รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และเล็งเห็นถึงความสำคัญของพลังผู้หญิงที่มีต่อการพัฒนาประเทศ จึงมีนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการจัดตั้ง “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี”ขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายให้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีนี้ เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างสวัสดิการให้แก่สตรี เฝ้าระวังและดูแลปัญหา ตลอดจนช่วยเหลือเยียวยาสตรีที่ประสบปัญหาในทุกรูปแบบ เพื่อให้พลังผู้หญิงสามารถจัดการตนเองและชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเข้มแข็ง
“จึงอยากเห็นขบวนการเครือข่ายผู้หญิงไทยได้ใช้โอกาสนี้ เชื่อมโยงกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของสตรีและพัฒนาศักยภาพขององค์กรสตรี ปรับเปลี่ยนมุมมองของสังคมใหม่ให้เกิดการยอมรับและเข้าใจสตรีในทางที่ถูกต้อง ลดปัญหาความไม่เสมอภาค เราจะร่วมกันผลักดันให้สตรีไทยทุกคนเป็นพลังที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ เพื่อเป้าหมายสูงสุด คือ ความเจริญก้าวหน้าของประเทศ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน” นางนลินีกล่าวทิ้งท้าย
ในการนี้ขบวนเครือข่ายผู้หญิงไทย ๕ ภาค ๒๒ กลุ่มจังหวัด จำนวนกว่า ๑,๐๐๐ คน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ขบวนเครือข่ายหญิงไทย ปฏิรูปชุมชนท้องถิ่น ว่าด้วยเจตนาอันมุ่งมั่นต่อบทบาทของหญิงไทย เพื่อก่อให้เกิดพลังอันสมดุลและหนุนเสริมซึ่งกันและกัน กับงานพัฒนาสอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรม
๑.ขบวนเครือข่ายผู้หญงไทย ปฏิรูปชุมชนท้องถิ่น จะเทิดทูนซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จะยึดมั่นในการดำเนินชีวิต ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
๒.จะร่วมมืออนุรักษ์และฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะวัฒนธรรมอันดีงาม ของชุมชนท้องถิ่นและของชาติ จะเป็นแบบอย่างที่ดีในการเสริมสร้างจริยธรรม คุณธรรมและธรรมาภิบาลของชุมชนท้องถิ่น
๓.จะมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ตามฐานชีวิต ๕ คือ คน อาหาร ยารักษาโรคสมุนไพร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยบ้านมั่นคง ให้มีความสมดุลและยั่งยืน
๔.จะมุ่งสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งของครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น และสังคม ตลอดจนสร้างการยอมรับ ให้หลากหลายต่อสาธารณะ
๕.จะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี เครือข่ายต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน ในการเสนอนโยบายต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น และผู้หญิงในทุกระดับ
๖.จะมุ่งส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนผู้หญิง ให้เกิดขึ้นในทุกระดับพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การจัดสวัสดิการให้กับผู้หญิง และผู้ด้อยโอกาสในชุมชนท้องถิ่น
๗.จะมุ่งสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็ง และเกิดการเชื่อมโยงขบวนผู้หญิงไทย ที่หลากหลาย และประสานเครือข่ายผู้หญิงในภูมิภาคอาเซียน อันจะก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศชาติ






ภาพ : ภัทราภา เพชรแก้ว




