playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

altชาวชุมชนบ้านมณีพฤกษ์ ได้ฤกษ์ปลูกบ้านใหม่ในพื้นที่ปลอดภัยจำนวน ๑๑ หลังๆ จากเกิดภาวะเสี่ยงภัยจากแผ่นดินแยก ดินสไลน์และภาวะน้ำท่วมเมื่อปี ๒๕๕๔   เมื่อวันที่  ๑๒  มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา   โดยชุมชนอยู่ในภาวะไม่ปลอดภัยในเรื่องวิถีชีวิตและความมั่นคงในเรื่องที่อยู่อาศัยมาหลายเดือน

นายเจริญ พานิช ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลงอบ กล่าวถึงที่มาของความไม่มั่นคงของชุมชนด้านที่อยู่อาศัยและวิถีชีวิตของชาวบ้านที่เปลี่ยนไปว่า   เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๔   ได้พบรอยแยกผ่านหมู่บ้านจำนวน ๓ รอย   และจากข้อมูลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีพบรอยแยกยาวประมาณ  ๑๐๐-๓๐๐ เมตร alt  ผ่านใต้ถุน บริเวณบ้านและรอบๆ หมู่บ้าน  โดยเจ้าหน้าที่ฯได้มอบกระบอกวัดปริมาณน้ำฝน  และแนะนำให้ชาวบ้านในพื้นที่เฝ้าระวังตรวจวัดปริมาณน้ำฝนด้วยตนเอง  หากพบปริมาณฝนมากจนถึงระดับอันตราย ขอให้ผู้ใหญ่บ้านแจ้งลูกบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่มีรอยแยกพาดผ่านย้ายไปยังสถานที่ปลอดภัย    จากภาวะดินแยกและดินสไลด์รอบๆ พื้นที่บ้านมณีพฤกษ์  ส่งผลให้สภาพความเป็นอยู่ของชุมชนเปลี่ยนแปลงไป  ชาวบ้านขาดความมั่นคงทางด้านจิตใจ และไม่มั่นคงในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย  หวั่นวิตกต่อการดำรงชีวิตความเป็นอยู่   และชุมชนอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินแยก  ทรุดตัวและแผ่นดินถล่มในช่วงฤดูฝน  จึงได้มีการสำรวจครัวเรือนที่มีความเสี่ยงในการอยู่อาศัย ในขั้นต้องรื้อย้ายพบว่ามีจำนวน ๗๖ ครัวเรือน โดยเป็นพื้นที่บ้านมณีพฤกษ์ ๑ จำนวน ๔๐ ครัวเรือน  และบ้านมณีพฤกษ์ ๒ จำนวน ๓๖ ครัวเรือน  โดยอุทยานแห่งชาติดอยภูคำ ได้ผ่อนปรนให้ชาวบ้านได้ใช้ที่ดินเพื่อสร้างบ้าน  ซึ่งในวันนี้บ้านมณีพฤกษ์ ๒  หมู่ ๑๑ ได้ลงมือสร้างบ้านใหม่แล้วจำนวน ๑๑   หลัง

altนายเจริญ  พานิช กล่าวต่อว่าการแก้ปัญหาของชุมชน มีความร่วมมือกันทั้งท้องถิ่นท้องที่และใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนในการแก้ไขปัญหาของชุมชน สำหรับในพื้นที่ตำบลงอบ เน้นเรื่องการจัดการภัยพิบัติ เพราะเป็นพื้นที่บนดอย  มักประสบปัญหาดินโคลนถล่ม และพบรอยแยกของแผ่นดิน โดยเฉพาะระยะหลัง แม้จะมีหน่วยงานมาตรวจสอบความปลอดภัย แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ไม้วางใจ จึงได้อพยพย้ายบ้านเรือนมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในพื้นที่ด้านล่าง ที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนได้เชิญเจ้าหน้าที่มาพูดคุยเรื่องภัยพิบัติร่วมกับชาวบ้าน เพื่อตั้งคณะทำงานและกองทุนภัยพิบัติระดับตำบล   โดยมีสภาเป็นผู้ประสานงาน เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกลเมื่อเกิดภาวะภัยพิบัติอย่างรุนแรง   สื่อก็ยังเข้าไม่ถึง แม้แต่ส่วนราชการก็ยังไม่เข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ ประชาชนจึงต้องทำงานกันเอง โดยวางแผนที่จะทำผังชุมชน ทำแผนชีวิต วางแผนให้ชาวบ้านร่วมดูแลพื้นที่ป่า ให้รู้จักปกป้องทรัพยากร เพื่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของเขาเอง  ทั้งนี้ชาวชุมชนบ้านมณีพฤกษ์   มีความฝันที่จะร่วมสร้างความสุขของชุมชนอย่างสมดุลทั้ง 4 ด้านคือ    ทางกาย  ได้แก่การพ้นจากความขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต การมีสิ่งแวดล้อมชุมชนที่ดีโดยอิงความเป็นวิถีชนเผ่า  และการทำกินบนพื้นที่สูง ทางจิต ได้แก่การมีสุขภาพจิตที่ดี  การอยู่ในชุมชนด้วยความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย  เกิดความรักและหวงแหนชุมชน ทางสังคม  ได้แก่การอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข  ของสมาชิกทุกในชุมชน  ด้วยการเกื้อหนุนช่วยเหลือ เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน  ทางจิตวิญญาณ  ได้แก่  การมีสติและปัญญาที่เข้าถึงคุณค่าแห่งความดีงามตามวิถีชุมชน และจิตวิญญาณความเชื่อมของชนเผ่า


ด้านนางสาววัชราภรณ์ จันทร์ขำ  เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน  altสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เล่าว่าชาวบ้านในชุมชนได้เก็บข้อมูลพื้นที่ ประชากร กลุ่ม(หย่อม) ที่ตั้งบ้านและสถานที่สำคัญในชุมชน  เพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดทำผังชุมชนที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ  มีการจำแนกการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติ  โดยการสำรวจพื้นที่ๆตั้งชุมชนเดิม  การสำรวจพื้นที่ตั้งชุมชนแห่งใหม่ ครัวเรือนผู้ประสบภัยที่จะต้องอพยพย้ายบ้านก่อนหน้าฝนที่จะมาถึง  โดยชุมชนเรียนรู้การใช้เครื่องมือ GIS จับพิกัดพื้นที่  ประกอบกับการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน และประสบการณ์อื่นๆทำให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้  สู่การวางผังชุมชน ชาวบ้านตื่นเต้นกับการเรียนรู้สิ่งใหม่  และมีความภาคภูมิใจที่ได้ทำอะไรเพื่อชุมชนด้วยตนเอง  ไม่ว่าผู้สูงอายุในยุคพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)  และคนรุ่นใหม่ที่มุ่งหวังฟื้นฟูพื้นที่ชุมชนของตนเอง  จากภาวะภัยคุกคามที่ชุมชนต้องเผชิญอยู่  นางสาววัชราภรณ์ กล่าว

ปัจจุบันชุมชนผู้ประสบภัยตำบลงอบได้รวมตัวกันภายใต้เครือข่ายผู้ประสบภัยบ้านมณีพฤกษ์  เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินที่อยู่อาศัยและภัยพิบัติ     การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และการจัดกองทุนช่วยเหลือกันเองของคนในชุมชน  โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นแกนกลาง  ทั้งนี้การสร้างบ้านใหม่ทั้ง ๗๖ หลังในพื้นที่ปลอดภัยจะทยอยสร้าง โดยใช้งบประมาณของชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก  คือชุมชนผู้เดือดร้อนจะร่วมสมทบเรื่องงบประมาณและแรงงาน  อบต.สนับสนุนค่าน้ำมันรถในการรื้อย้าย  ทหารสนับสนุนกำลังพลในการรื้อย้าย  พัฒนาที่ดินสนับสนุนเรื่องการจัดระบบน้ำบนที่สูง และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนสนับสนุนงบประมาณในการสร้างบ้าน  การปรับที่ดิน  การวางผังและเวทีประชุมเพื่อปรึกษาหารือของชุมชน ฯลฯ 

ทั้งนี้หมู่บ้านมณีพฤกษ์ตั้งอยู่บนเทือกเขาของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เป็นหมู่บ้านชนเผ่าม้งดำ(ม้งจั๊ว) และมีชาวม้งขาว(ม้งด๊าว) มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจว่าบรรพบุรุษของพวกเขาอพยพมาจากประเทศจีน เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้นานหลายร้อยปี  และเป็นระยะเวลากว่า ๒๐ปี ที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ได้เข้าร่วมเป็นฐานที่มั่นในเขตน่านเหนือของเหล่าสหายพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)  ส่งผลให้ชาวบ้านต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ตามป่าและถ้ำต่างๆ ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๒๓ชาวไทยภูเขาเผ่าม้งได้ทยอยออกจากป่าที่หลบซ่อนมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ และถูกจัดให้อาศัยอยู่ที่ บ้านกอก อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน กระทั่งปีพ.ศ.๒๕๒๗ ทางราชการได้อนุญาตให้พวกเขากลับเข้าไปปักหลักตั้งบ้านเรือนในพื้นที่เดิมที่บรรพบุรุษเคยอยู่อาศัย พวกเขาสร้างหมู่บ้านถาวรมา ๒๓ปี โดยมีหน่วยงานราชการเข้ามาดูแลให้ความช่วยเหลือ  และได้เปลี่ยนชื่อจาก “บ้านฉงไผ่” เป็น “บ้านมณีพฤกษ์” ตามชื่อสกุลของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้น

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter