ชาวชุมชนบ้านมณีพฤกษ์ ได้ฤกษ์ปลูกบ้านใหม่ในพื้นที่ปลอดภัยจำนวน ๑๑ หลังๆ จากเกิดภาวะเสี่ยงภัยจากแผ่นดินแยก ดินสไลน์และภาวะน้ำท่วมเมื่อปี ๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา โดยชุมชนอยู่ในภาวะไม่ปลอดภัยในเรื่องวิถีชีวิตและความมั่นคงในเรื่องที่อยู่อาศัยมาหลายเดือน
นายเจริญ พานิช ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลงอบ กล่าวถึงที่มาของความไม่มั่นคงของชุมชนด้านที่อยู่อาศัยและวิถีชีวิตของชาวบ้านที่เปลี่ยนไปว่า เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๔ ได้พบรอยแยกผ่านหมู่บ้านจำนวน ๓ รอย และจากข้อมูลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีพบรอยแยกยาวประมาณ ๑๐๐-๓๐๐ เมตร
ผ่านใต้ถุน บริเวณบ้านและรอบๆ หมู่บ้าน โดยเจ้าหน้าที่ฯได้มอบกระบอกวัดปริมาณน้ำฝน และแนะนำให้ชาวบ้านในพื้นที่เฝ้าระวังตรวจวัดปริมาณน้ำฝนด้วยตนเอง หากพบปริมาณฝนมากจนถึงระดับอันตราย ขอให้ผู้ใหญ่บ้านแจ้งลูกบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่มีรอยแยกพาดผ่านย้ายไปยังสถานที่ปลอดภัย จากภาวะดินแยกและดินสไลด์รอบๆ พื้นที่บ้านมณีพฤกษ์ ส่งผลให้สภาพความเป็นอยู่ของชุมชนเปลี่ยนแปลงไป ชาวบ้านขาดความมั่นคงทางด้านจิตใจ และไม่มั่นคงในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย หวั่นวิตกต่อการดำรงชีวิตความเป็นอยู่ และชุมชนอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินแยก ทรุดตัวและแผ่นดินถล่มในช่วงฤดูฝน จึงได้มีการสำรวจครัวเรือนที่มีความเสี่ยงในการอยู่อาศัย ในขั้นต้องรื้อย้ายพบว่ามีจำนวน ๗๖ ครัวเรือน โดยเป็นพื้นที่บ้านมณีพฤกษ์ ๑ จำนวน ๔๐ ครัวเรือน และบ้านมณีพฤกษ์ ๒ จำนวน ๓๖ ครัวเรือน โดยอุทยานแห่งชาติดอยภูคำ ได้ผ่อนปรนให้ชาวบ้านได้ใช้ที่ดินเพื่อสร้างบ้าน ซึ่งในวันนี้บ้านมณีพฤกษ์ ๒ หมู่ ๑๑ ได้ลงมือสร้างบ้านใหม่แล้วจำนวน ๑๑ หลัง
นายเจริญ พานิช กล่าวต่อว่าการแก้ปัญหาของชุมชน มีความร่วมมือกันทั้งท้องถิ่นท้องที่และใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนในการแก้ไขปัญหาของชุมชน สำหรับในพื้นที่ตำบลงอบ เน้นเรื่องการจัดการภัยพิบัติ เพราะเป็นพื้นที่บนดอย มักประสบปัญหาดินโคลนถล่ม และพบรอยแยกของแผ่นดิน โดยเฉพาะระยะหลัง แม้จะมีหน่วยงานมาตรวจสอบความปลอดภัย แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ไม้วางใจ จึงได้อพยพย้ายบ้านเรือนมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในพื้นที่ด้านล่าง ที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนได้เชิญเจ้าหน้าที่มาพูดคุยเรื่องภัยพิบัติร่วมกับชาวบ้าน เพื่อตั้งคณะทำงานและกองทุนภัยพิบัติระดับตำบล โดยมีสภาเป็นผู้ประสานงาน เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกลเมื่อเกิดภาวะภัยพิบัติอย่างรุนแรง สื่อก็ยังเข้าไม่ถึง แม้แต่ส่วนราชการก็ยังไม่เข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ ประชาชนจึงต้องทำงานกันเอง โดยวางแผนที่จะทำผังชุมชน ทำแผนชีวิต วางแผนให้ชาวบ้านร่วมดูแลพื้นที่ป่า ให้รู้จักปกป้องทรัพยากร เพื่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของเขาเอง ทั้งนี้ชาวชุมชนบ้านมณีพฤกษ์ มีความฝันที่จะร่วมสร้างความสุขของชุมชนอย่างสมดุลทั้ง 4 ด้านคือ ทางกาย ได้แก่การพ้นจากความขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต การมีสิ่งแวดล้อมชุมชนที่ดีโดยอิงความเป็นวิถีชนเผ่า และการทำกินบนพื้นที่สูง ทางจิต ได้แก่การมีสุขภาพจิตที่ดี การอยู่ในชุมชนด้วยความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย เกิดความรักและหวงแหนชุมชน ทางสังคม ได้แก่การอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ของสมาชิกทุกในชุมชน ด้วยการเกื้อหนุนช่วยเหลือ เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ทางจิตวิญญาณ ได้แก่ การมีสติและปัญญาที่เข้าถึงคุณค่าแห่งความดีงามตามวิถีชุมชน และจิตวิญญาณความเชื่อมของชนเผ่า
ด้านนางสาววัชราภรณ์ จันทร์ขำ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เล่าว่าชาวบ้านในชุมชนได้เก็บข้อมูลพื้นที่ ประชากร กลุ่ม(หย่อม) ที่ตั้งบ้านและสถานที่สำคัญในชุมชน เพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดทำผังชุมชนที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ มีการจำแนกการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติ โดยการสำรวจพื้นที่ๆตั้งชุมชนเดิม การสำรวจพื้นที่ตั้งชุมชนแห่งใหม่ ครัวเรือนผู้ประสบภัยที่จะต้องอพยพย้ายบ้านก่อนหน้าฝนที่จะมาถึง โดยชุมชนเรียนรู้การใช้เครื่องมือ GIS จับพิกัดพื้นที่ ประกอบกับการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน และประสบการณ์อื่นๆทำให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้ สู่การวางผังชุมชน ชาวบ้านตื่นเต้นกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ และมีความภาคภูมิใจที่ได้ทำอะไรเพื่อชุมชนด้วยตนเอง ไม่ว่าผู้สูงอายุในยุคพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) และคนรุ่นใหม่ที่มุ่งหวังฟื้นฟูพื้นที่ชุมชนของตนเอง จากภาวะภัยคุกคามที่ชุมชนต้องเผชิญอยู่ นางสาววัชราภรณ์ กล่าว
ปัจจุบันชุมชนผู้ประสบภัยตำบลงอบได้รวมตัวกันภายใต้เครือข่ายผู้ประสบภัยบ้านมณีพฤกษ์ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินที่อยู่อาศัยและภัยพิบัติ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการจัดกองทุนช่วยเหลือกันเองของคนในชุมชน โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นแกนกลาง ทั้งนี้การสร้างบ้านใหม่ทั้ง ๗๖ หลังในพื้นที่ปลอดภัยจะทยอยสร้าง โดยใช้งบประมาณของชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก คือชุมชนผู้เดือดร้อนจะร่วมสมทบเรื่องงบประมาณและแรงงาน อบต.สนับสนุนค่าน้ำมันรถในการรื้อย้าย ทหารสนับสนุนกำลังพลในการรื้อย้าย พัฒนาที่ดินสนับสนุนเรื่องการจัดระบบน้ำบนที่สูง และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนสนับสนุนงบประมาณในการสร้างบ้าน การปรับที่ดิน การวางผังและเวทีประชุมเพื่อปรึกษาหารือของชุมชน ฯลฯ
ทั้งนี้หมู่บ้านมณีพฤกษ์ตั้งอยู่บนเทือกเขาของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เป็นหมู่บ้านชนเผ่าม้งดำ(ม้งจั๊ว) และมีชาวม้งขาว(ม้งด๊าว) มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจว่าบรรพบุรุษของพวกเขาอพยพมาจากประเทศจีน เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้นานหลายร้อยปี และเป็นระยะเวลากว่า ๒๐ปี ที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ได้เข้าร่วมเป็นฐานที่มั่นในเขตน่านเหนือของเหล่าสหายพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ส่งผลให้ชาวบ้านต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ตามป่าและถ้ำต่างๆ ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๒๓ชาวไทยภูเขาเผ่าม้งได้ทยอยออกจากป่าที่หลบซ่อนมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ และถูกจัดให้อาศัยอยู่ที่ บ้านกอก อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน กระทั่งปีพ.ศ.๒๕๒๗ ทางราชการได้อนุญาตให้พวกเขากลับเข้าไปปักหลักตั้งบ้านเรือนในพื้นที่เดิมที่บรรพบุรุษเคยอยู่อาศัย พวกเขาสร้างหมู่บ้านถาวรมา ๒๓ปี โดยมีหน่วยงานราชการเข้ามาดูแลให้ความช่วยเหลือ และได้เปลี่ยนชื่อจาก “บ้านฉงไผ่” เป็น “บ้านมณีพฤกษ์” ตามชื่อสกุลของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้น




