“ตัวชี้วัดมวลรวม” (Gross Domestic Product-GDP) มักเป็นประโยคที่ได้ยินเสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมการวัดผลการพัฒนาประเทศ หากแต่เราคุ้นเคยว่านั่นคือเป้าหมายการพัฒนา และวัดความมั่งคั่งของประเทศ แต่การพัฒนาสังคมจากฐานรากแบบชุมชนท้องถิ่นนั้น เป้าหมายที่แท้คือ ความสุขของชีวิตครอบครัว ชุมชน สังคม อันส่งผลถึงการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพด้วยชุมชนโดยชุมชนเอง เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิดเรื่องความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness: GNH) ซึ่งพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก กษัตริย์แห่งภูฏานได้เสนอเป็นแนวทางการพัฒนาเมื่อกว่า ๒๕ ปี และได้ทดสอบภายใต้วิกฤติทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ภูฐานพิสูจน์ให้เห็นว่า GNH เป็นกระบวนทัศน์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
การพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนในประเทศไทย ในพื้นที่กว่า ๓๑ ตำบลของพื้นที่ภาคกลางและตะวันตก ได้มีการกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัดความสุขของชุมชนระดับตำบล เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น จากการสนับสนุนความรู้และแรงบันดาลใจของอจ.ไพบูลย์วัฒนธรรม โดยชุมชนเหล่านี้ ได้จัดงาน “ตลาดนัดความรู้ชุมชน ตัวชี้วัดความสุขสู่ตำบลจัดการตนเอง” เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ณ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มีชุมชน นักพัฒนา นักวิชาการ หน่วยงานรัฐ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาตัวชี้วัดความสุขของชุมชน สู๋ตำบลจัดการตนเอง
๑. ตัวชี้วัดการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ตัวชี้วัดความสุขชุมชน
แม้ว่าการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในสังคมไทยที่ผ่านมายังขาดเป้าหมาย และเครื่องชี้วัดความก้าวหน้าที่จะไปถึงอย่างไม่มีทิศทาง การกำหนดเป้าหมายหรือการเปลี่ยนใดๆ ที่เกิดขึ้นกับชุมชนท้องถิ่นนั้น มักเกิดขึ้นจากคนไม่กี่คนที่เห็นโอกาสแต่ไม่ได้รับการถ่ายทอด หรือทำให้เกิดความตระหนักร่วมของคนในชุมชน ทำให้ความรับผิดชอบตกอยู่กับผู้นำชุมชนไม่กี่คนจึงขาดพลังที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน
อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ได้กล่าวคำนิยมไว้ในหนังสือ
ผลกระทบของการจัดทำเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นระดับตำบล ที่จัดพิมพ์โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ความตอนหนึ่งว่า “ความจริงแล้ว สิ่งที่มนุษย์ต้องการคือความสุขที่แท้จริง นั่นคือ ความสงบ ความสันติ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีชีวิตที่ดี มีครอบครัวที่ดี มีชุมชนที่ดี มีสังคมที่ดี มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่มีรายได้ ไม่ใช่เรื่องของเศรษฐกิจอย่างเดียวเท่านั้น หากชุมชนคิดถึงการพัฒนาอย่างมีเป้าหมาย และกำหนดตัวชี้วัดของตัวเองได้ก็จะสามารถกำหนดการพัฒนา กำหนดวิถีชีวิตการอยู่ร่วมกันของชุมชนได้ ทำให้ส่งต่อเป้าหมายและตัวชี้วัดเหล่านี้ขึ้นไปสู่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และประเทศชาติ เป็นกระบวนการจัดทำเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาประเทศที่ริเริ่มมาจากข้างล่างอย่างแท้จริง ส่งผลต่อการพัฒนาที่สมดุลสอดคล้องและยั่งยืน เป็นการกำหนดความสุขของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน”
ซึ่งการสร้างตัวชี้วัดต้องเอาความสมดุลมาใส่ในตัวชี้วัดการพัฒนา เพราะเป็นความก้าวหน้าที่แท้จริงยิ่งกว่าดัชนีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ความสมดุล คือสมดุลระหว่างความดี ความสามารถ และความสุข ใช้ตัวชี้วัดทำให้เกิดการรวมพลัง เป็นทั้งวัตถุประสงค์เป็นทั้งผลลัพธ์และเป็นเครื่องมือด้วย เกิดพลังสร้างสรรค์ เกิดความร่วมแรงร่วมใจกัน มีเหตุให้มาช่วยกันคิดได้สะดวกหรือจะเรียกว่าเป็นกระบวนการใช้ตัวชี้วัดให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทบทวนการทำงานสม่ำเสมอ
ซึ่งการกำหนดความสุขของตัวเองได้หมายถึงการกำหนดการพัฒนาของชุมชน โดยการจัดทำเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาหรือความสุขชุมชนจึงเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่ “สังคมอยู่เย็นเป็นสุข ผู้คนอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน” โดยคนในชุมชนได้ร่วมกำหนดเป้าหมายและสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน
๒.จากชุมชนต้นแบบ สู่การขยายผลความสุขไปยังพื้นที่อื่นๆ
ในปี ๒๕๕๐ มีการถอดบทเรียนพื้นที่ตำบลที่มีการจัดทำตัวชี้วัดความสุขชุมชนพื้นที่แรกๆคือ ตำบลหนองสาหร่าย
จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีเป้าหมายการพัฒนา ๒๒ ความดี ๖๔ ตัวชี้วัด โดยมีตำบลอื่นๆเช่นตำบลบ้านเลือก ตำบลบุพรามณ์ ตำบลบ้านสิงห์ ตำบลท่าเสา ตำบลเนินฆ้อง ฯลฯ ร่วมเรียนรู้
จากพื้นที่ต้นแบบของหนองสาหร่ายทำให้เกิดการขยายผลต่อในพื้นที่ ตำบลบ้านเลือก ตำบลบ้านสิงห์ ตำบลหนองพันจันทร์ จังหวัดราชบุรี บ้านจำรุง จังหวัดระยอง ตำบลห้วงน้ำขาว จังหวัดตราด โดยนำแนวทางที่ได้ มาดำเนินการ ในรูปแบบที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
จากจุดนี้เอง ที่เป็นจุดเริ่มของการขยายการจัดทำเป้าหมาย ตัวชี้วัดการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น อย่างเป็นเครือข่ายและขบวนการมากขึ้น สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เองเกิดความตื่นตัวโดยเฉพาะการฟื้นวัฒนธรรมลาวเวียงและการสร้างสุขภาพระดับตำบลอันส่งผลต่อการจัดทำเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาตำบลจนต้องขยายแนวคิดดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งได้รับความสนใจจนเกิด ๑๔ ตำบลเข้มข้นในภาคตะวันตก
และจากการจัดทำเป้าหมายความสุขและตัวชี้วัดความสุขตำบล ได้ก่อให้เกิดสิ่งดีๆ ส่งผลอันเป็นประโยชน์ต่อพื้นที่ ดังนี้
๑. เกิดความร่วมมือในตำบลทั้งองค์กรชุมชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน และสมาชิกชุมชนร่วมคิด ร่วมทำ เพื่อการพัฒนาอย่างมีเป้าหมายและต่อเนื่อง ได้แก่ ตำบลหนองพันจันทร์ ตำบลบ้านหาด ตำบลอำแพง ตำบลหนองโรง คลองนกกระทุง ฯลฯ
๒. เกิดพื้นที่กลางในการรับรู้เรื่องราวปัญหาของชุมชนท้องถิ่น และการกำหนดเป้าหมายในการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วมครอบคลุมทุกด้านของชีวิตที่เกี่ยวข้องกับชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ
๓. การจัดการข้อมูลคือสิ่งสำคัญในกระบวนการจัดทำแผนแม่บทชุมชนและการปรับใช้ในการกำหนดเป้าหมาย อย่างเป็นเหตุเป็นผลซึ่งนับเป็นการต่อยอดจากระบวนการทำแผนแม่บทชุมชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่กำลังดำเนินการอยู่ได้แก่ ตำบ้านเลือก จังหวัดราชบุรี/ตำบลบ้านหาด ตำบลเวียงคอย จังหวัดเพชรบุรี
๔. เกิดการกำหนดคุณภาพองค์กรชุมชน และเชื่อมโยงไปสู่การรับรองสถานภาพกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ในอนาคต ได้ชัดเจนได้แก่ ตำบลบ้านเลือก จังหวัดราชบุรี / ตำบลคลองตัน จังหวัดสมุทรสาคร
๕. เกิดความชัดเจนของชุมชนในการเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากภายนอกเพื่อให้สอดรับและสอดคล้องกับเป้าหมายมากขึ้น ได้แก่ ตำบลคลองวัว จังหวัดอ่างทอง
๖. เกิดการส่งเสริมให้สภาองค์กรชุมชน มีภารกิจงานที่ชัดเจน ในการกำหนดเป้าหมายและรูปธรรมวัดความสำเร็จของชุมชนท้องถิ่นนั้น จึงเป็นเรื่องที่สภาองค์กรชุมชน สามารถจะใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรชุมชนในแต่ละท้องถิ่นได้ ได้แก่ ตำบลบ้านหาด จังหวัดเพชรบุรี/ตำบลบ้านเลือก จังหวัดราชบุรี
๗. ส่งผลให้ภารกิจงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลาย ๆ เรื่อง มีความสำเร็จได้โดยง่าย อันเนื่องมาจากการมีเวทีพูดคุยหารือกันและกัน ของชุมชน ท้องถิ่น อย่างไม่เป็นทางการ โดยเฉพาะเวทีที่สภาองค์กรชุมชนจัดขึ้นนั้น ได้เป็นเวทีที่ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมหารือ และรับทราบร่วมกัน ซึ่งสามารถทำให้งานของชุมชนเป็นที่เปิดเผย โปร่งใสและตรวจสอบกันและกันได้อย่างดี ได้แก่ ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดกาญจนบุรี/ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี)
๘. เกิดรูปธรรมที่ชัดเจน ในการขับเคลื่อนงานของภาคประชาชน จนโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับเช่น ตำบลบ้านเลือก จังหวัดราชบุรี ได้ตั้งเป้าหมาย การฟื้นฟูวัฒนธรรมลาวเวียง จากนั้น ได้ร่วมกันผลักดัน ในโอกาสต่างๆ จนเกิดการยอมรับ และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ไกล้บ้าน เกิดเป็นหอวัฒนธรรมลาวเวียง การฟื้นภาษา อาหาร ประเพณีสำคัญ รวมถึงเครื่องต่างกายต่างๆ จนเกิดความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับสถานฑูต สปป.ลาว ในประเทศไทย ส่วนตำบลคลองตัน จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งเป้า๑๐ปี คนคลองตันต้องมีสวัสดิการถ้วนหน้า จากภาคประชาชน วันนี้ได้ร่วมกันขับเคลื่อนไปอย่างมีพลัง มีคนหลายภาคส่วนเข้าร่วมมากขึ้น โดยดูได้จากสมาชิกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในทุกปี และมีกิจกรรมการให้กับชุมชนในหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งการจัดการกับปัญหาภัยพิบัติล่าสุด ในปี ๒๕๕๔ตำบลหนองโรง จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งเป้าหมายป่าตำบล สร้างสุข วันนี้ ได้เกิดกลุ่มคนที่หลากหลายเพิ่มลุกขึ้นมาจัดการป่าต้นนำ จนเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลต่างๆ ในระดับประเทศ ฯลฯ
๓.ความสุขแบบบ้านๆ : รูปธรรมตัวชี้วัดความสุขสู่ตำบลจัดการตนเอง
“ความสุขร่วมคือความสุขที่แท้ของ(ตำบล)เรา” คำกล่าวของนายวิเชียร เรียบร้อย ผู้นำชุมชนตำบลบ้านหาด จ.เพชรบุรี ที่ตำบลแห่งนี้เดินหน้าใช้ตัวชี้วัดความสุขชุมชนเป็นเครื่องมือในการพัฒนาพื้นที่ แม้ยังไม่สำเร็จเต็มร้อยแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความต้องการของชาวบ้านที่ต้องการมีชีวิตที่มีความสุขทั้งทางกาย ทางใจ สุขภาพดีมีสวัสดิการ ต่อต้านยาเสพติด เผยแพร่ และกระตุ้นการมีส่วนร่วมโดยขึ้นป้ายประกาศให้เป็นที่รับรู้ของคนในตำบลเกี่ยวกับตัวชี้วัดความสุข ความสุขของคนในตำบลเกิดขึ้นบนความสุขร่วมที่เริ่มจากความสุขของตัวเอง ครอบครัว จนถึงคนในชุมชน
ความสุขกำหนดได้ที่ตำบลคลองตัน จ.สมุทรสาคร: ความสุขของคนตำบลคลองตัน เป็นความสุขที่กำหนดได้ง่ายมากกว่าเป้าหมายที่จะไปถึงเพราะสุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจ และการเกื้อกูล เป็นสิ่งที่นางสาวนวลฉวี บุญจันทร์ ผู้นำชุมชนตำบลคลองตัน จังหวัดสมุทรสาคร กล่าวอย่างมุ่งมั่น ความดี ความสามารถ ความสุข คือหลักคิดจากอาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ที่สามารถเชื่อมโยงต่อสู่การปฏิบัติเพื่อทำความเข้าใจเป้าหมายร่วมในการพัฒนาชุมชนสู่ความกินดีอยู่ดี และท้องถิ่นท้องที่ให้ความสำคัญ
ชุมชนคลองตันมีเป้าหมาย ๕ ประการ คือ การปลอดหนี้สิน(หนี้ทุข์) ตั้งแต่การทบทวนจนถึงวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้สิน สวัสดิการถ้วนหน้า ทำให้ชุมชนมีธงในการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชนเพื่อตอบโจทย์การปลอดหนี้ทุกข์ของชาวบ้านรวมถึงการส่งเสริมด้านอาชีพ กลุ่มองค์กรในชุมชนมีความเข้มแข็ง โดยใช้เป้าหมายตัวชี้วัดความสุขเป็นเครื่องมือในการสร้างการมีส่วนร่วม และการจัดความสัมพันธ์ในชุมชน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นการร่วมส่งเสริมความมั่นคงของชีวิตทั้งครอบครัว ชุมชน สังคม ที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหนทางหนึ่งในการร่วมส่งเสริมความรักความสามัคคีในการดูแลซึ่งกันและกัน และประการสุดท้าย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดจากภัยธรรมชาติ แม้เป้าหมายคือธงที่ปักไว้เพื่อเดินหน้า และไปให้ถึงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางแค่เพียงรอยยิ้มที่มีให้กันของคนในตำบลก็คือความสุขที่เกิดขึ้นแล้ว
พื้นที่จัดการตนเองคือความสุขที่ยั่งยืน: บทบาทของความเป็นผู้นำหญิงแห่งตำบลคลองวัว จังหวัดอ่างทองของนางปราณี จันทวร ที่ยังมีไฟตรงข้ามกับวัยที่ไม่ใช่อุปสรรค ได้กล่าวถึงการพัฒนาชุมชนว่า ทำงานเรื่องพัฒนาชุมชนมาตลอดทั้งการทำกลุ่มอาชีพ การทำกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหายาเสพติด การจัดสวัสดิการให้ชุมชนฉบับทำเองแล้ว หลังจากได้รับการส่งเสริมจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ทำให้เปิดโลกทัศน์มากยิ่งขึ้น
จนเกิดการปรับเปลี่ยนการทำงานชุมชนโดยมีเป้าหมายร่วมของคนในชุมชนเพื่อความสุขที่ยั่งยืนได้แก่ การมีสวัสดิการดูแลผู้คนตั้งแต่เกิดจนตาย การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี มีคนรุ่นใหม่มาสืบทอดเจตนารมย์ ไม่มียาเสพติดในตำบลคลองวัว อีกทั้งความยั่งยืนต้องอยู่ที่ชุมชน เพราะชุมชนรู้จักตัวเองมากที่สุดและต้องเป็นผู้กำหนดอนาคตของตัวเองเท่านั้นโดยไม่ร้องขอรอความช่วยเหลือจากรัฐแต่เป็นชุมชนที่สามารถจัดการตนเองได้ แบ่งเบาเรื่องราวที่จะเป็นภาระของรัฐ ซึ่งจะต้องส่งเสริมให้คนในชุมชนร่วมคิดเพื่อพึ่งพาตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่น ส่งเสริมการจัดการตนเอง เพราะนั้นคือ ความสุขที่ยั่งยืน ของชุมชนคลองวัว
ที่ไหนมีความดีที่นั้นมีความสุข: เป็นความเชื่อที่นายศิวโรฒ จิตนิยม ผู้นำชุมชนตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดกาญจนบุรี นำมาปรับใช้ในการพัฒนาชุมชนที่ความดีสามารถใช้หนี้ได้ โดยใช้วิถีความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลกายใจ
ของตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม เป็นแต้มแลกเงินเพื่อใช้หนี้สินกับสถาบันการเงินชุมชน เพราะการปลดหนี้คือปลดความทุกข์ออกจากชีวิตของคนในชุมชนมุ่งสู่ความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชน จากการทำแผนแม่บทชุมชนทำให้เห็นว่าการพัฒนาที่มุ่งการเติบโตเป็นตัวเงินแบบเดิมจะนำไปสู่ความล้มสลายของตำบลหนองสาหร่าย เมื่อมีแผนจึงมีข้อมูลที่สามารถเห็นทุนทางสังคมในชุมชน ทั้งทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ศักยภาพของคนในชุมชน การใช้ความสุขเป็นเป้าหมายการพัฒนาเสมือนการปรับเปลี่ยนภาพของหนองสาหร่ายแบบพลิกฝ่ามือที่เสริมสร้างความเข้มแข็งในประชาชนและความสุขคือโอกาสในก้าวข้ามพ้นวิกฤตได้
๔.แนวทาง การขยายผล และหนุนเสริมตัวชี้วัดความสุขสู่ตำบลจัดการตนเอง
บริการสังคมสู่ความสุขมวลรวมที่แท้จริง: ด้วยสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมของสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒจึงต้องการร่วมพัฒนาสังคมโดยเริ่มจากชุมชนใกล้เคียงให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยร่วมกับชุมชนองครักษ์ ๗ หมู่บ้านโดยมีเป้าหมายคือความสุขมวลรวมของพี่น้อง ทั้งยังมุ่งเป้าการขยายเชื่อมโยงในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด รวมถึงการขยายสู่มหาวิทยาลัยอื่น สิ่งสำคัญคือ การคิดเอง ทำเอง เรียนรู้สิ่งใหม่อย่างไม่จบสิ้น เชื่อมโยงเครือข่ายภาคีแบบหาจุดร่วมสงวนจุดต่าง ดร.ชาญวิทย์ เทียมบุญประเสริฐ กล่าว
สร้างผู้นำรุ่นใหม่ เสริมกระบวนการเรียนรู้ร่วมให้ “เล็ก ยาว ลึก”:
บทบาทของภาคราชการแบบกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)อยู่ในลักษณะของการมองภาพรวมทั้งประเทศ การหนุนเสริมการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่ผ่านมาเป็นแบบคนนอกชุมชนมอง นายสุทธิ จันทรวงษ์ ผอ.สำนักมาตรฐาน สป.พม. กล่าวว่าได้ทำคือเรื่องมาตรฐานของการดูแลคนในสังคมไม่ว่าจะเป็นเด็กเยาวชน ผู้พิการ คนชรา ฯลฯ ต้องมีมาตรฐานเพื่อเป็นตัววัดความสุขแต่เป็นการคิดของคนนอกกลุ่มเป้าหมาย ในช่วงที่อาจารย์ไพบูลย์มาเป็นรัฐมนตรีของกระทรวงฯท่านได้ให้แนวคิดด้านการพัฒนาโดยเน้นชุมชนเป็นฐานการพัฒนา ส่งผลให้ปัจจุบันได้ปรับวิธีคิดมากขึ้นสู่การกำหนดวิสัยทัศน์ที่มีในการดำเนินงานของสำนักฯ คือ มุ่งสู่สังคมคุณภาพ(เป้าหมาย) บนพื้นฐานความรับผิดชอบร่วมกัน(วิธีการด้วยความร่วมมือภาคธุรกิจจนถึงประชาชน) ภายใต้ยุทธศาสตร์การเสริมพลังทางสังคม ส่วนตัวชี้วัดความสุขนั้นทางสำนักฯ ได้ร่วมศึกษาเมื่อปี ๒๕๕๐ พบว่าตัวชี้วัดความสุขชุมชนค่อนข้างแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพชุมชนนั้นๆ บางชุมชนอยู่ในกรอบการพัฒนาประเทศ สำนักฯ เองก็มีมารตรฐาน ๑๑ ข้อ แต่ที่ผ่านมาค่อนข้างมีปัญหาในการเอาไปใช้เพราะแต่ชะชุมชนแตกต่างกัน ตอนนี้เราได้มีการทำ ๑๒ มิติ ๔๑ ตัวชี้วัด ๓๐ อปท. ๓๐ จังหวัด เพื่อหาข้อเท็จจริงและความเป็นไปได้ทั้งนี้เห็นว่าการขยายผลความสุขชุมชนนั้นต้องสร้างผู้นำรุ่นใหม่ขยายฐานให้มากขึ้น ดำเนินอย่างต่อเนื่องด้วยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชนแบบ “เล็ก(ชุมชน ตำบล) ลึก(เจาะให้ถึงแก่น) ยาว(ต่อเนื่องให้อยู่นาน)”
เริ่มจากจุดเล็กๆสู่การเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ: การเชื่อมโยงตัวชี้วัดความสุขกับแผนงานพัฒนาดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าประเทศนั้นสามารถทำได้ ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด มูลนิธินโยบายสุขภาวะกล่าวว่าการพัฒนาประเทศที่ดีที่สุด
นั้นต้องมาจากชุมชนเองภายใต้ศักยภาพที่มีไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการพัฒนา การขยายผลนั้นเริ่มจากจุดเล็กๆสิ่งสำคัญคือการฟื้นฟู พัฒนา ต่อยอดในสิ่งที่สามารถจะพัฒนาได้ การพัฒนาจึงไม่ได้มีข้อจำกัด
แต่เพราะทุกพื้นที่เริ่มจากสิ่งที่มีการขยายสามารถเป็นได้ในสามลักษณะ คือ (๑) ขยายจากตำบลหนึ่งสู่ตำบลอื่นๆ (แบบแนวราบ) (๒) ขยายแบบแนวลึก สู่หมู่บ้าน คนในหมู่บ้าน เชิญชวนผู้ที่ทำไปแล้วให้ลงลึกในชุมชนต่อ เพราะคนในชุมชนไม่เหมือนกัน มีหลายสถานการณ์ หลายปัญหา หลายศักยภาพ ตัวชี้วัดจึงเป็นเครื่องมือสำคัญ สุดท้าย(๓) คือ การขยายสู่นโยบายตั้งแต่ในระดับจังหวัดซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการพัฒนา ในเริ่มตั้งต้นการพัฒนาความสุข มูลนิธิฯเองได้ร่วมทำกับหลายจังหวัด เช่น จังหวัดเลย ที่มีการพัฒนามากขึ้นไม่ว่าจะเป็น ท่องเที่ยว เหมืองอุตสาหกรรม สวนยางพารา จังหวัดอื่น เช่น จังหวัดนครปฐม มีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุดมีความสมดุล คนมีรายได้ใกล้เคียงกันแต่ตอนนี้ต้องรับหนักเรื่องเส้นทางการผ่านของน้ำ กระทบต่อเศรษฐกิจของจังหวัด และเป้าหมายระดับประเทศ ได้สำรวจประชาชนเรื่องสิ่งสำคัญที่สุด คือ สุขภาพ ชีวิตครอบครัว การทำงาน การศึกษาเรียนรู้ ส่วนฐานะทางเศรษฐกิจเป็นอันดับที่เจ็ด สิ่งต่างๆเหล่านี้เราจะเริ่มการสู่การเปลี่ยนแปลงในทิศทางการพัฒนา การจะชี้วัดความสุขนั้นมีเกณฑ์ตัวชี้วัดความสุข ได้แก่
หนึ่ง : ฐาน ปัจจัย ที่ทำให้ชุมชนเกิดความสุขแต่ละที่ไม่เหมือนกัน แต่ละชุมชนต้องค้นหา มีฐานที่มั่นไม่เหมือนกัน เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ(เสริมด้านเศรษฐกิจ สังคม) ศิลปวัฒนธรรม(ประวัติศาสตร์ชุมชน ประเพณีในอดีต) สิ่งเหล่านี้คือที่มาของความสุข / ถ้าคนเราขาดแคลน ขาดรายได้ ไม่พอก็เกิดความทุกข์ ขณะเดียวกันถ้ามีมากก็เกิดความโหยหา
สอง : ความพึงพอใจในชีวิตของปชช. ปัจจัยต่อความพึงพอใจ อยู่ที่การรักษาฐานความสุขต่อชุมชมตัวชี้วัดจึงเป็นเครื่องมือ เป็นจุดเปลี่ยนความคิด ความสามารถในการทำงานของชุมชน สู่ความดี ความสามารถ ความสุขในที่สุด ซึ่งจะเข้าถึงตัวชี้วัดที่ดีที่สุดในชุมชน
เชื่อมั่นพลังชุมชนในการขับเคลื่อนและสร้างความเข้มแข็งชุมชนอย่างยั่งยืน :นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้กล่าวถึงบทบาทสถาบันฯว่า เริ่มแรกคือการทำงานประเด็น และนำมาสู่ยุทธศาสตร์หลักคือการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น เพื่อสามารรถให้คนอยู่อย่างมีความสุขในตำบลได้ เมื่อสองปีที่ผ่านมาเราได้มีความคิดชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ซึ่งรวมถึง ตัวชี้วัดความสุขชุมชน ดังเช่นประเทศภูฐานที่ใช้ความสุขมวลรวมเป็นตัวชี้วัดในการพัฒนา ใช้เรื่องวัฒนธรรมโยงผู้คนให้เห็นรากเหง้า เช่น ชุดประจำชาติ วิถีชีวิต ศาสนา
ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงที่ทางกษัตริย์จิกมี่นำไปใช้ในประเทศเพื่อสร้างการยึดเหนี่ยว สิ่งเหล่านี้ถูกบรรจุในการศึกษา ดังนั้นการศึกษาจึงเป็นเรื่องสำคัญ การปฏิรูปการศึกษาถูกพูดถึงเพื่อให้ชุมชนจัดการศึกษาทางเลือก เพราะชุมชนต้องคิดเอง ทำเอง ต้องเป็นเจ้าของ ทำอะไร นำไปสู่อะไร ที่ต้องอาศัยข้อมูลเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นมหาวิทยาลัยเข้ามาหนุนเสริมชุมชนได้ นำสู่การกำหนดแผน และการลงมือทำร่วมกันจุดเริ่มต้นร่วมกัน พัฒนาผู้นำสมัยใหม่ในการเปิดพื้นที่ให้พื้นที่อื่นๆ โยงภาคีเข้ามา และทำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประเมิน ทบทวนเสมอ
รวมถึงสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าใจและเห็นปัญหาในชุมชนของตนเอง / จากจุดเล็กๆ ทำเป้าหมายร่วมในการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งสถานการณ์การปรับเปลี่ยนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน(AEC) มีมิติที่มีความหมายในด้านความหลากหลายของชุมชน ดังนั้นเราต้องร่วมกันพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง ทำเพื่อให้มีการส่งผลถึงลูกหลานข้างหน้า สามารถจัดการทรัพยากรและทุนที่มีในชุมชนทั้งศักยภาพ คน บนความเชื่อว่าทุกตำบลทำได้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ตำบลจัดการตนเอง จากตัวชี้วัดความสุขชุมชน บนหลักการพัฒนาร่วมกับภาคี การสื่อสารในรูปแบบต่างๆ สิ่งสำคัญคือขอให้เชื่อว่าเราทำได้ เชื่อมั่นพลังชุมชนในการขับเคลื่อนและสร้างความเข้มแข็งชุมชนอย่างยั่งยืน
การพัฒนาชุมชนยั่งยืน ด้วยตัวชี้วัดความสุขชุมชน: นายสิน สื่อสวน ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนกล่าวว่า ภารกิจหลักของสถาบันฯคือการส่งเสริมความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน จากประสบการณ์งานพัฒนาที่ผ่านมาทำให้เห็นว่าการพัฒนาก่อนนั้นมีแต่คนเข้าไปทำให้ชุมชนซึ่งเข้าใจว่าเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของชุมชนเพราะมีคนไปบอกไปทำให้ ช่วงหลังพอช.ได้ร่วมกันคุยเรื่องแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ยกระดับความคิด ปชช.มีส่วนร่วมคือเป็นแกนหลัก อะไรที่เป็นปัญหาคิดเอง อนาคตกำหนดเอง
การพัฒนาแบบเดิมมีการพัฒนาจริงแต่คนมีความสุขหรือไม่ เอาเงินไปหาความสุขจนไม่มีความสุข สถาบันฯและขบวนองค์กรชุมชนได้ร่วมกันคิดหาเครื่องมือในการพัฒนา ซึ่งได้แนวคิดจากแผนชีวิตชุมชนจนพบว่าเค้าอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร แล้วเค้าเองมีความสุข เครื่องมือนี้จะทำให้คนหันมาคุยกันด้วยเรื่องราวตัวเอง ร่วมมองไปข้างหน้า ตัวชี้วัดความสุขคือ เจ้าของคิดเองทำเอง ซึ่งทำให้ชุมชนจำนวนหนึ่งคิดทำอย่างจริงจัง พอช.ก็เข้าไปหนุนทั้งชวนคิดชวนคุย หาแนวทางในการสนับสนุนชุมชน
บทพอช.คือ ร่วมสังเกต ร่วมเรียนรู้ และร่วมพัฒนากับชาวบ้าน จนตอนนี้ชุมชนทำเอง ตัวชี้วัดความสุข ทำให้คนเปลี่ยนวิธีคิดโดยเฉพาะความคิดของตัวเอง ได้เห็นการเปลี่ยนแลง /ตัวชี้วัดความสุข(ร่วมกัน) สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ยังคิดตัวชี้วัดไม่เสร็จแต่คนมีความสุขระหว่างทาง พอเริ่มคุยก็เริ่มมีสติ คุยเรื่องความสุขทำให้เกิดผลตั้งแต่ยังไม่เกิดผลผลิต คนยิ้มให้กัน ผมเห็นในทุกที่ เพราะใช้ชุมชนเรื่องเหตุผลมันหักล้างกันไม่จบ ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้ ในอดีตไม่คุยเรื่องการพัฒนาเท่าไหร่ แต่พอมีคนชวนคิดว่าอยากได้อะไร จะพัฒนาอะไรก็คิดจากปัญหาคิดให้คนอื่นแก้ไข เพราะตัวเหล่านี้พัฒนาขึ้นแต่แก้ปัญหาไม่รู้จบคนไม่รู้สึกสุขใจ จึงย้อนมาที่ความสุขพื้นฐานเดิมก็มีอยู่ คนเริ่มคิดจากความสุข มีทำไม ได้ทำไม ว่าได้สิ่งที่ดีงามอย่างไรก็ตาม
ทำต้นแบบให้ดี มีศูนย์บ่มเพาะ ขยายร่วมเครือข่าย: นายครรชิต สุขใจมิตร ผู้อำนวยการมูลนิธิหัวใจอาสา ได้กล่าวถึงการดำเนินงานของมูลนิธิฯว่า เป็นมูลนิธิที่อ.ไพบูลย์ตั้งขึ้นองค์กรขับเคลื่อน แผนงานแรกเรื่องการให้และการแบ่งปันในสังคม แผนที่สอง คือชุมชนเข้มแข็ง แผนสามคือสันติวิธี แผนที่สี่คือ หัวใจและมะเร็ง สี่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อาจารย์ตั้งใจให้มีการขับเคลื่อนต่อ ถือเป็นเรื่องสำคัญ แผนงานที่เกี่ยวกับตัวชี้วัดความสุขคือ
ชุมชนเข้มแข็งเป็นสุข ซึ่งตัวชี้วัดฯ จะเป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างชุมชนเข้มแข็งได้ ในการสร้างตัวชี้วัดความเข้มแข็งเป็นสุข เริ่มจากชุมชนขยายจนเป็นรูปเป็นร่าง/ ท่านคิดว่าอยากให้มีคนสืบทอดแนวคิด มูลนิธิหัวใจอาสาปวารณาตัวว่ายินดีเข้าร่วมกับองค์กรภาคีและทุกตำบล
การมองไปข้างหน้าของมูลนิธิฯเองได้ร่วมกับภาคีหลายองค์กรในการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธินโยบายสาธารณะ พอช. แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงได้แก่
ประเด็นแรกคือ หลักการ อาจารย์ได้กล่าวเรื่อยๆเรื่องการสร้างตัวชี้วัดฯ ต้องทำด้วยชุมชนเอง ต้องดำเนินการด้วยขบวนชุมชน
ประเด็นที่สอง คือ การขยายในพื้นที่อื่นๆ ต้องทำให้เข้มแข็งในด้านการสร้างต้นแบบให้ชัดเจนมากขึ้น ต้นแบบที่มีสร้างเสริมให้เข้มแข็งมากขึ้น เป็นตัวอย่างที่ดีมากขึ้นขยายให้มีผู้นำทำเรื่องนี้ในระดับหมู่บ้าน ขับเคลื่อนให้เป็นวิถีชีวิตการขยายตัว ต้องตังหลักคิด อาจมีศูนย์บ่มเพาะให้เป็นระบบพร้อมรองรับ หรือสร้างกลไกในการเสริมช่วยในการขยายผล มีกระบวนการบ่มเพาะให้มีการขยายเอื้อในการขยายตัว และการสร้างหลักสูตรในการพัฒนาวิทยากร ผู้นำชุมชน ในการเป็นผู้นำในการเรียนรู้
ประเด็นที่สาม คือ การเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเป็นสิ่งสำคัญ ต้องทำให้แข็งแรงมากขึ้น มี่ภารกิจร่วม เช่น การเผยแพร่ร่วมอย่างมีระบบ เผยแพร่ง่าย คนเข้าถึงได้ง่าย การสร้างเครือข่ายต้องมีเป้าหมาย ทิศทาง กำหนดภารกิจร่วม นอกจากการหนุนเสริมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ในสามเรื่องที่กล่าวมานี้ ถ้าองค์กรชุมชนจะช่วยกันขยาย ณ วันนี้สามารถขยายได้อย่างรวดเร็ว และต้องอาศัยเวลาในการขยายสู่ทั่วทุกภาคทั้งประเทศองค์กรที่ตั้งหลักได้ ต้องมองเรื่องการขยาย ถ้าขยายไปโดยไม่พร้อมจะทำให้ลำบากและจะเกิดองค์กรที่ล้มเหลวมากขึ้น องค์กรที่ตั้งหลักต้องขยายด้วยตัวเอง
ทำทุกอย่างให้เป็นบุญ คือความสุขตัวแรกที่ควรทำ: พระครูอมรชัยคุณ(หลวงตาแช) พระนักพัฒนา ได้
กล่าวถึงการเริ่มต้นของความสุข และเพิ่มเติมว่าอ.ไพบูลย์ ที่ได้เคยพาไปประเทศภูฎาน สิ่งที่ประทับใจคือการต้อนรับแบบวิถีธรรมชาติ ความสุขที่แท้จริงคือ ระบบธรรมชาติ เราไปดูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งเค้าก็ต้อนรับ แบบไม่มีพิธีรีตอง นั่งกลางสนาม ด้านหลังที่เรานั่งเห็นแม่น้ำสายหนึ่งเห็นทิวเขา เพียงแค่สิ่งแวดล้อมดีมันคือการศึกษา การเรียนรู้ แต่ถ้าเทียบกับไทย เช่น เขาใหญ่ ก็มีการตัดถนน ภูฐานใช้ภูมิทัศน์เป็นจุดขาย ใครไปดูบ้านเค้าก็เก็บค่าดูแพง บางที่เป็นเขา บางที่สูงกว่าหนึ่งพันสามเมตรจากระดับน้ำทะเล และได้คิดว่าโครงการดีน่าจะให้ผบ.ไปดู เพราะเห็นชีวิตที่อิสระ เห็นการอยู่รวมกันของเค้าที่มีความสุข หลวงตาคิดว่า สิ่งที่ชี้วัดตัวเราคือ คนขยันมั้ย? การฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่นเพราะคือคุณค่าของความเป็นไทยและเป็นจุดขายสำคัญและเป็นจุดขายของความสุข เพราะถ้ามีวัฒนธรรมแล้วจะลืมแก่ลืมตาย เราลืมวัฒนธรรมไทยของเราหรือเปล่า? เพราะจะนำมาซึ่งความสามัคคีที่นำมาซึ่งความสุข มีเป้าหมายอันเดียวกัน
หลักในการบริหารจัดการ ๕ อย่างในการนำไปสู่ความสุขชุมชนคือ หนึ่งชุมชนต้องเข้มแข็งอ่านตัวออก บอกตัวได้(จะไปทางไหน ต้องมีเพื่อน ทำงานจริง มีเพื่อน) ใช้ตัวเป็น(มีเมตตาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน) เห็นตัวชัด(รู้ตัวชัดเจน) จัดตัวเองให้ถูก(ทุนทางสังคมในท้องถิ่น เอาของดีมาร่วมกันคือ น้ำใจ ใช้บ้านวัดโรงเรียนมาเป็นประชาคมร่วมกัน) ดังอ.ประเวศกล่าวว่า ถ้าชุมชนเข้มแข็งแล้วสามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่างๆ ยั่งยืน
๕. แนวทางการจัดการตนเองของชุมชนสู่เป้าหมายการสร้างตัวชี้วัดความสุข
๑) หันหน้าเข้ามาคุยกันของคนในชุมชนวิเคราะห์ให้เห็นศักยภาพ จุดอ่อน
ปัญหาชุมชน สองคือ ใครเก่งเรื่องไหนแยกย้ายกันทำ นัดวันมาเจอกัน สามคือ สรุปผลที่เกิดขึ้น ดูสิ่งที่ไม่เกิดผล สี่คือ เป้าหมายที่ได้ต้องชัดเจนและมีส่วนร่วม ห้าคือ ความสมัครใจในการร่วม หกคือ การลงมือทำทันที(ตำบลหนองสาหร่าย)
๒) คุยร่วมกันจากคนที่มีความคิดเดียวกัน / หาทางแก้ไขร่วมกัน วิเคราะห์ร่วมกัน จุดอ่อน จุดแข็ง เห็นศักยภาพในการแก้ไขปัญหา การมีส่วนร่วม แบ่งบทบาทหน้าที่กันไปทำ(ตำบลคลองตัน)
๓) รู้จักให้กำลังใจ ให้ความรู้ ให้โอกาส และต้องทำให้ได้กันทุกคน ดูคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น มีการสรุปบทเรียนเพื่อให้เห็นสิ่งที่ได้จากการทำงาน สิ่งที่ไม่ดีไม่ต้องทำ พึ่งตนเอง ต้องสามัคคีรักใคร่กัน(ตำบลคลองวัว)
๔) ความสุขร่วมกัน / ทำเอง/การคิดเชิงระบบ(เกี่ยวอย่างไร ตรงไหนคือจุดเริ่ม แต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน)/นำสู่ความต่างกัน คือ ความคืบหน้า การมีตัวชี้วัด มีธง มันเป็นกำลังใจทำให้เป็นแรงบันดาลใจและยังช่วยเสริมหนุนการพัฒนาในพื้นที่อื่น / ส่งเสริมชุมชนจัดการตัวเองได้มากขึ้นความท้าทายคือความแตกต่างจากภายนอกที่มองมาในชุมชนสิ่งที่ชุมชนได้ทำเพื่อเป้าหมายความสุขกำลังบอกกับสังคมว่าชุมชนสามารถจัดการตนเองได้ภายใต้ความท้าทายแต่ขณะเดียวกันคือการก้าวสู่การกำหนดการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง (อ.เดชรัชต์ สุขกำเนิด)
๕) อย่าติดกับดักความสุขสิ่งสำคัญคือการใช้ตัวชี้วัดความสุขเป็นเครื่องมือที่ดี ทำให้ชุมชนมีความสามารถ และสร้างความสุขให้ชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข เพราะตัวชี้วัดเปลี่ยนไปได้ตามกาลเวลาแต่สาระสำคัญไม่เปลี่ยนแปลง (สิน สื่อสวน)
อย่างไรก็ตาม ตัวชีวัดการพัฒนา หรือตัวชี้วัดความสุข ที่ได้ริเริ่มสนับสนุนให้คนพื้นที่ตำบลปฏิบัติการนำร่องในเขตจังหวัดภาคตะวันตก ขับเคลื่อนเป้าหมายและตัวชี้วัดความสุขของชุมชน และขยายผลสู่ตำบลต่างๆ ในช่วงเวลาต่อมา รวมถึงการขยายผลพื้นที่ริเริ่มทำเพิ่มเติม เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า หากชุมชนกำหนดความสุขของตนเองได้ ความสุขจะกำหนดการพัฒนา ซึ่งการกำหนดการพัฒนาโดยชุมชน ด้วยการจัดทำเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาหรือตัวชี้วัดความสุขจักเป็นเครื่องมือสำคัญที่นำไปสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันได้อย่างแน่นอน