playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

Mix1เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2555 คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท 6 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เปิดเวที "การแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยแนวใหม่ กระจายอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง" ขึ้น ณ มูลนิธิพัฒนาอีสาน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ มีเครือข่ายแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท ชุมชนที่สนใจ พื้นที่ขยาย เข้าร่วมเวทีประมาณ 80 คน

 

นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง เครือข่ายปฎิรูปที่ดินSomboonSingจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า แผนการแก้ไขปัญหาที่ดินต้องเริ่มจากการเก็บข้อมูลเพื่อให้เห็นถึงปัญหาจากการใช้ที่ดินทั้งจังหวัดมีเนื้อที่กี่ไร่ จำนวนครัวเรือนที่เดือดร้อน จากนั้นก็นำข้อมูลมาจัดทำแผนที่ทำมือ ทำผังตำบล ข้อมูลผู้เดือดร้อนรายแปลง จัดทำข้อมูลระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ จากนั้นก็เปิดเวทีรับรองข้อมูล ประชาคมผู้เดือดร้อน และวิเคราะห์ตำบล

อย่างไรก็ตามการจะชงแผนการแก้ไขปัญหาที่ดินได้แนวใหม่ได้จำเป็นต้องใช้สูตรบันได 3 ขั้น การพัฒนาที่ดินแนวใหม่ ดังนี้ บันไดขั้นแรก สร้างความเข้าใจและพัฒนาข้อมูล ได้ข้อมูลพื้นฐานตำบลด้านผู้เดือดร้อนและมีกระบวนการรับรองข้อมูลข้อมูลพื้นฐานด้านสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) มีกลไกแก้ไขปัญหาในพื้นที่โดยมีส่วนร่วมกับภาคีในพื้นที่ นำไปสู่การจัดทำแผนและแนวทางการแก้ไขปัญหาหรือแผนพัฒนาพื้นที่โดยผ่านการวิเคราะห์ผังตำบล

บันไดขั้นที่ 2 การสนับสนุนแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย การจัดการที่ดินและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่ผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ใช้รูปธรรมในการจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินและการพัฒนาคุณภาพชีวิต สนับสนุนให้เกิดศูนย์การเรียนรู้ที่สามารถขยายผลสู่ตำบลอื่นๆ ได้ และบันไดขั้นสุดท้าย คือการพัฒนาพื้นที่รูปธรรมในการจัดการที่ดิน น้ำ ทรัพยากร กล่าวคือ มีการเชื่อมโยงพื้นที่ในเชิงภูมินิเวศเดียวกัน

ดังนั้นการจัดการที่ดินทำกินแนวใหม่ โดยขบวนองค์กรชุมชนและท้องถิ่น เป้าหมายเพื่อผลักดัน ปฏิรูปนโยบายรัฐโครงสร้างนโยบาย ให้ตอบสนองการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน สร้างความมั่นคงในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยอย่างเป็นธรรม ตามวิถีชุมชนท้องถิ่น ให้มีสิทธิในการครอบครองที่ดิน โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบและคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการ ผลักดันแนวคิดและการจัดการเรื่องที่ดินให้เป็นปัจจัยการผลผลิตที่มีคุณค่า ตอบสนองวิสาหกิจชุมชน เศรษฐกิจชุมชน เชื่อมโยงขบวนชุมชนสู่นโยบายรัฐ ชุมชนเมือง ชนบท งานประเด็น เป็นต้น

Somsriนายสมศรี ทองหล่อ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินตามโครงการบ้านมั่นคงชนบทภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ กล่าวว่า แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาที่ดินต้องใช้พื้นที่ตำบลและภูมินิเวศ เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติการ แล้วประสานและเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชน ภาคีท้องถิ่น และงานประเด็นพัฒนาในพื้นที่ โดยเร่งสร้างพื้นที่รูปธรรมนำร่อง ในพื้นที่ที่มีความพร้อม ทั้งชุมชน และภาคีท้องถิ่น สร้างผังตำบลโดยใช้ข้อมูลทุกมิติ เช่น ที่ดิน ภูมิประเทศ ผู้คน สังคม ระบบการผลิต ในแต่ละพื้นที่ สร้างความมั่นคงในที่ดินอย่างเป็นธรรมและเอื้ออาทรของชุมชน

นายมนูญ นาจาน เครือข่ายปฎิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินต้องเริ่มจากชุมชน โดยใช้รูปแบบการออมเป็นกองทุนเพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน โดยแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยและแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะเป็นการจุดประกายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างถูกจุด อันจะนำไปสู่การปฎิรูปที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยคืนชีวิตใหม่ให้ชุมชน

สำหรับการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชนบท โดยการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนที่อาศัยอยู่ในที่ดินของป่าสงวน ที่ดินสาธารณะและที่ดินราชพัสดุ เพื่อจัดทำแผนที่ทำมือ การจัดทำแผนที่ 1:4000 การจัดทำแผนที่ GIS โดยมีชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลักในการดำเนินการ ยกระดับไปสู่การรวมกลุ่มเพื่อการออมเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงชนบทและการออมเพื่อสวัสดิการชุมชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ViceanPonนายวิเชียร พลสยม เจ้าหน้าที่ปฎิบัติการชุมชนอาวุโส สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวว่า การชงแผนการแก้ไขปัญหาที่ดินแนวใหม่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ ได้พิจารณาจากพื้นที่งานที่ดินเดิมและพื้นที่ขยายใกล้เคียงที่มีฐานงานพัฒนาหรือเครือข่ายประเด็นเดิมอยู่แล้ว เช่น สภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน ตามเป้าที่กระจายอำนาจสู่ฐานราก

ดังนั้นแผนการพัฒนาจำเป็นต้องขยายจากพื้นที่งานเดิมหรือพัฒนาจากประเด็นในพื้นที่เดิมที่มีในตำบล เสนอผ่านกลไกจังหวัด มาสู่กลไกพิจารณาระดับภาคเสนอคณะทำงานชุดเล็กระดับชาติ แล้วเสนออนุกรรมการเสริมสร้างขีดความสามารถ เน้น การบูรณาการเนื้องานในตำบลในรูป 1 แผน 1 ตำบล

สำหรับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ปี 2554 มีการดำเนินการไปแล้ว 11 ตำบล .สนับสนุนงบประมาณกว่า 1,270,000 บาท

ทั้งนี้การพัฒนาที่อยู่อาศัยและแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน นอกจากจะแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกันแล้วยังจะนำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ชุมชนมีระบบสาธารณูปโภคที่ดี นำไปสู่การปรับปรุงรักษาสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาการขัดแย้ง ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงการทำงานกันเป็นเครือข่าย และเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาอย่างมีทิศทาง นำไปสู่การแก้ไขปัญหาพัฒนาชุมชน สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร พัฒนาอาชีพสามารถสร้างรายได้ให้กับสมาชิกได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter