playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

Mix2-240955“คลองหินปูน” ชื่อนี้สำหรับคนทั่วไปอาจเป็นเพียงเสียงที่ผ่านหู ไม่ได้สะดุดใจหรือชวนให้หันไปมอง ทว่า สำหรับคนทำงานในสายงานพัฒนา โดยเฉพาะประเด็นที่ดินแล้ว ชื่อนี้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ที่หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และต่างประเทศ ต่างเข้ามาเรียนรู้ศึกษาในการจัดการแก้ไขปัญหาชุมชนและกลายเป็นชุมชนหนึ่งที่มีการจัดขบวนองค์กรชุมชนได้อย่างเข้มแข็งและเป็นระบบอย่างมั่นคง

 

 

ตำบลคลองหินปูน เป็นตำบลหนึ่งใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว มีเนื้อที่ ๓๒,๓๔๐ ไร่ ในพื้นที่ราบลุ่ม มีคลองหลักสองสายคือ คลองหินปูน และคลองตาสูตร ด้วยสภาพภูมิศาสตร์เช่นนี้จึงเหมาะแก่การทำการเกษตรทั้งพืชไร่และการทำนา แต่เมื่อนโยบายพัฒนาประเทศภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินับแต่อดีตที่มุ่งพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมจึงทำให้ระบบวิถีชีวิตของคนในพื้นที่นี้เปลี่ยนไป ที่ดินทำกินถูกเปลี่ยนมือไปสู่นายทุน มีการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานของผู้คนหลายจังหวัดเข้ามาเป็นลูกจ้างรายวัน  คนจนไร้ที่อยู่อาศัยมีจำนวนเพิ่มขึ้น เกษตรกรต้องเช่าที่ดินนายทุน รวมถึงพื้นที่ทำกินของชาวบ้านบางส่วนก็อยู่ในเขตป่าสงวน พื้นที่เขต ตชด. และไม่มีเอกสารสิทธิ์  ทั้งนี้ตำบลคลองหินปูนมีทั้งหมด ๑๖ หมู่บ้านมีผู้เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกิน ๗๓๑ ครอบครัว  เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ๒๐๒ ครอบครัว รวม ๙๒๐ ครอบครัว

เมื่อปัญหาความยากจนรุมเร้าหนักขึ้น ในที่สุดชาวบ้านจึงเริ่มหาทางออกในการปลดปล่อยตนเองออกจากหนี้นอกระบบและลุกขึ้นมาจัดการแก้ปัญหาที่ดินด้วยตนเอง โดยขอลำดับเหตุการณ์การแก้ปัญหาดังนี้

พ.ศ. ๒๕๔๗ ชาวบ้านหมู่ ๖ ของตำบลคลองหินปูน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากความไร้ที่ทำกิน จึงได้รวมตัวกันเป็นครั้งแรกด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อจะแก้ไขปัญหาที่ทำกิน มีการจัดทำข้อมูลชุมชน (ศูนย์ข้อมูลชุมชนท้องถิ่น) ทำให้รู้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน และสำรวจ ๔๘ ครัวเรือนที่เดือดร้อนใน ม.๖ และหาทางแก้ไข ๔๘ ครัวเรือนนี้

พ.ศ.๒๕๔๘ แกนนำได้รวบรวมชาวบ้าน ๒๐ ราย (ก่อนนี้ไม่มีใครกล้ามาสู้เลย เพราะเกรงอิทธิพลท้องถิ่น) เพื่อขอต่อรองเช่าที่ดินกับนายทุน นอกจากนี้ก็ยังทำกลุ่มวิสาหกิจชุมชน (หน่อไม้ฝรั่ง) เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพของตนเอง แต่ก็ยังมีปัญหาเพราะค่าเช่าที่ดินแพง และพืชที่ปลูกแล้วเป็นเชื้อรา เนื่องจากคุณภาพดินไม่ดี

พ.ศ.๒๕๔๗  มีการจัดตั้งกองทุนแก้ปัญหาที่ดินตำบลคลองหินปูน  ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า ๑๐๐ ราย เงินกองทุนกว่า ๒ ล้านบาท

พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๐  มีการพัฒนาคุณภาพพื้นที่แก้ปัญหาMix1-240955ที่ดินให้เป็นรูปธรรม จึงได้มีการระดมการออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนชุมชน  จัดตั้งเป็นสถาบันการเงินของชุมชน ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า ๘๐๐ คน เงินทุนกว่า ๖ ล้านบาท  และมีการเจรจาเจ้าของที่ดินที่ครอบครองสิทธิ์ที่ดินเอกสารสิทธิ์ สปก.๔-๐๑ก เพื่อขอซื้อที่ดินกลับคืนมาสู่เกษตรกร

พ.ศ.๒๕๕๑ ได้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการตำบล โดยเริ่มแรก ๙ หมู่บ้าน จำนวน ๓๘๕ คน ปัจจุบันมีสมาชิกกองทุน ๓,๕๐๐ คน และจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน มีกลุ่มองค์กรเข้าร่วม ๔๔ กลุ่ม ๑๖ หมู่บ้าน โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงหมู่บ้าน พัฒนากองทุนสวัสดิการทั้งตำบล และระดมสภาพปัญหาที่ดินทำกินทั้งตำบล ๑๖ หมู่บ้าน รวมไปถึงมีการเชื่อมโยงการทำงานกับเครือข่ายขบวนจังหวัด

พ.ศ. ๒๕๕๒ มีการขยายพื้นที่การแก้ไขปัญหาที่ดินอีก ๓ หมู่บ้าน คือหมู่ที่ ๒,๔,๑๑ รวมกับพื้นที่เดิม คือ หมู่ ๖ รวมเป็น ๔หมู่บ้าน และปีนี้เองที่เริ่มนำระบบเริ่มนำระบบGIS(Geograghy Information system)มาใช้ในการแก้ไขปัญหาที่ดิน

พ.ศ.๒๕๕๓ –๒๕๕๔ ได้มีการขยายการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งตำบลร่วมกับท้องถิ่นโดยทำหนังสือขอใช้ที่ดินกับสปก. และมีการเจรจากับหัวหน้าปฎิรูปที่ดิน มีการจัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินตำบล  ใช้กองทุนที่ดิน เป็นทุนภายในในการจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินของตนเองจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรตำบล เพื่อเช่าที่ดินกับเจ้าของที่ดิน มีแผนการรังวัดแปลงที่ดินทุกหมู่บ้าน และลงระบบGIS

การแก้ไขและพัฒนากระบวนการแก้ไขอย่างเป็นขั้นตอน มีการวางผังการพัฒนาตำบล มีแนวทางการพัฒนาสิ่งแวดล้อม และมีการขยายองค์กรชุมชนให้กว้างขวางขึ้น ยิ่งกว้างก็ยิ่งมีพลังจึงทำให้การเจรจาต่อภาครัฐหรือเอกชนที่เป็นโจทย์ในการถือครองที่ดินมีความเข้าใจและได้รับการแก้ไขปัญหามากขึ้น

องค์กรชุมชนตำบลหินปูนมีผู้นำและเป็นผู้ประสานงานนับตั้งแต่ก่อตั้งจวบจนปัจจุบันLaongdaoคือ นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง บุรุษร่างเล็ก ผู้ซึ่งมีท่าทีสุภาพ อ่อนน้อม คอยเชื่อมโยงปัญหาและความเดือดร้อนต่างๆ ของพี่น้องแต่ละส่วนให้มาร่วมเป็นเครือข่ายเดียวกัน และให้ความสำคัญกับการใช้ทุนของชุมชนเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาที่พึ่งตนเองเป็นหลัก  เช่นเงินกองทุนสวัสดิการชุมชนซึ่งมีอยู่ประมาณ ๔  ล้านบาท  ( มีรายรับประมาณเดือนละ ๙๐,๐๐๐ บาท จ่ายค่าสวัสดิการประมาณเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือเกือบ ๗๐,๐๐๐ บาท เข้ากองทุน เป้าหมายของสวัสดิการคือการพึ่งตนเอง ถ้ารัฐบาลไม่สมทบในอนาคตก็สามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง กองทุนสวัสดิการมีการให้ทุนนักศึกษาในหมู่บ้านศึกษาต่อแล้วมาทำงานในชุมชน ปีละ ๒ ทุน ทุนละ ๖๐,๐๐๐ บาท)

ปัจจุบันได้ใช้เงินทุนของชุมชน มาจัดซื้อที่ดินเพื่อแก้ความเดือดร้อนของชาวบ้านแล้วประมาณ ๓๐๐ กว่าไร่   เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ซึ่งมีครัวเรือนที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ๒๐๒ ครัวเรือน และเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกิน  ๗๓๑ ครัวเรือน โดยทั้งในส่วนของจังหวัด ที่ดิน และป่าไม้ (การจัดสรรที่ดิน สปก.) ให้ความร่วมมือด้วยดีและด้วยการเป็นแบบอย่างการจัดการตนเองของชุมชนที่ดีเช่นนี้เองจึงทำให้มีความตื่นตัวจากประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเกิดการขยายพื้นที่ไปได้อีก ๒๓ ตำบล

สำหรับการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนที่เริ่มดำเนินการแล้ว ในกรณีสร้างบ้านใหม่ ๑๖ หลังสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๕ ต้นทุนบ้านหลังละ ๘๐,๐๐๐ บาท มีการซ่อมแซมบ้านแล้ว ๖๕ หลัง ซึ่งสมาชิกกู้เงินจากกองทุนที่ดินรายละ ๒๐,๐๐๐ บาท โดยต้องมีเงินสะสมอย่างน้อย ๒,๐๐๐ บาท คนที่จะยืมเงินมาซ่อมสร้างต้องเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน

ส่วนกองทุนที่ดินปัจจุบันมีเงินกองทุนสามล้านบาท เตรียมไว้ซื้อที่ดินเพื่อจัดสรรให้คนจน มีการซื้อที่ดินแล้ว ๔ แปลง ประมาณ ๓๐๐ กว่าไร่ ในราคาไร่ละ ๖๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท แก้ปัญหาคนจนไปแล้วกว่า ๖๐ ราย

          ในด้านความคืบหน้าเพื่อการพัฒนาและแก้ปัญหาของชุมชนโดยรวม ซึ่งได้มีการจัดทำผังชุมชน เพื่อวางแผนการพัฒนาตำบลในเรื่องสำคัญคือ ๑.แนวทางการพัฒนาที่ดินตำบลคลองหินปูน ที่ประกอบด้วยการวางแผนการใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อที่อยู่อาศัย พื้นที่พัฒนาโดยกองทุนที่ดิน ๒.การพัฒนาทรัพยากรตำบล ที่ครอบคลุมเรื่อง ดิน น้ำ ป่า ๓.แนวทางการพัฒนาอาชีพ และ ๔.แนวทางการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

โดยความมุ่งหวังสูงสุดขององค์กรชุมชนคลองหินปูน นอกจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทุกครัวเรือนจะได้รับการแก้ไขแล้ว ความคาดหวังสูงสุดของคณะทำงานก็คือการที่จะได้เห็นสังคมมีความเป็นธรรมและกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของตนเองได้

ตำบลคลองหินปูน คงเป็นเพียงหนึ่งตำบลในหลายๆ องค์กรชุมชนที่สามารถจัดตั้งขบวนชาวบ้านขึ้นมาได้อย่างเข้มแข็ง และเพื่อจะเป็นตัวอย่างและเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องในหลายพื้นที่ที่มีปัญหาในประเทศนี้ให้ได้สู้ต่อไปอย่าได้ท้อถอย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter