playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

Food2-121055เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคมที่ผ่านมา สำนักงานสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดประชุมระดมความคิดเห็นเรื่อง “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความมั่นคงอาหารจากชุมชนสู่ระดับชาติ”ที่โรงแรมรามาการ์เดน กรุงเทพมหานคร มีผู้นำชุมชน นักวิชาการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ ๒๐๐ คน มีการอภิปรายจากนักวิชาการ การเสนอผลการวิจัยเกี่ยวกับความมั่นคงอาหารจากมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืนและการประชุมกลุ่มย่อยเรื่อง ตัวชี้วัดและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเรื่องความมั่นคงด้านอาหาร

 

            ดร.สมพร อัศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันDr-Somporn-121055คลังสมองแห่งชาติ กล่าวว่าภัยคุกคามความมั่นคงด้านอาหารในประเทศไทยมาจากหลายสาเหตุคือ การเพิ่มขึ้นของประชากร การใช้พื้นที่ที่เคยปลูกพืชอาหารไปปลูกพืชพลังงาน (เช่น ปาล์มน้ำมัน) การที่คลังอาหารธรรมชาติ (Natural food bank) ถูกทำลาย เป็นต้น

        ในระดับโลกความมั่นคงอาหารถูกคุกคามโดยการปรับตัวเชิงนโยบายของประเทศต่างๆ เช่น หลายประเทศต้องการพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ ก็ไปกว้านซื้อที่ดินในต่างประเทศ เช่น การกว้านซื้อที่ดินในแอฟริกาหรือเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ของจีนหรือประเทศจากตะวันออกกลาง เป็นต้น

   Food1-121055      ดร.สมพร อ้างอิงตัวเลขจากสำนักสถิติแห่งชาติระบุว่าครัวเรือนที่ขาดอาหารร้อยละ๘๗ เป็นครัวเรือนเกษตรกรและร้อยละ ๕๔ เป็นครัวเรือนที่ปลูกข้าว  สิ่งที่น่าวิตกกังวลคือ ผลิตภาพ (Productivity) ของประเทศกำลังลดลง เพราะงบด้านการศึกษาวิจัยของประเทศไทยต่ำมากเพื่อเทียบกับผลผลิตมวลรวมประชาติ (GDP) คือของไทยแค่๐.๒% ในขณะที่มาเลเซีย ๐.๗% สิงคโปร์ ๒.๕%และเกาหลีใต้สูงถึง ๓.๕% ของ GDP เป็นต้น ผลผลิตข้าวต่อไร่ของประเทศไทยในปัจจุบันต่ำกว่าเวียตนาม

    นายสุเมธ ปานจำลอง นักวิจัยเรื่องความมั่นคงอาหารในพื้นที่ภาคอิสาน กล่าวว่าความมั่นคงด้านหารตามนิยามของชาวบ้านอิสานคือ ทำ(การผลิต)ได้ หาได้ แลกได้และซื้อได้ จากการศึกษาพบว่าครอบครัวในที่โคกต้องมีที่นา ๖ ไร่ ผลิตข้าวได้ประมาณปีละ ๑๐๐ ถังจึงจะมีความมั่นคงด้านอาหาร โดยต้องปลูกผัก เลี้ยงปลาเสริมด้วย ในระดับชุมชน ชุมชนที่มีสมาชิก ๑๒๐ ครัวเรือนต้องมีข้าวสำรองประมาณ ๗ ตัน จึงจะมีข้าวกินเพียงพอถ้าเกิดภัยพิบัติ กรณีของแหล่งอาหารธรรมชาติจากการศึกษาพบว่า หนึ่งหมู่บ้านต้องมีป่าชุมชนพื้นที่ ๕๐ ไร่และตำบลละ ๑๐๐ ไร่จึงจะทำให้ชุมชนมีความมั่นคงด้านอาหาร

Food3-121055

      นายประสิทธิชัย หนูนวล จากเครือข่ายปกป้องอ่าวท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงความมั่นคงของอาหารในเขตชายฝั่งทะเลว่า การทำประมงพื้นบ้านคือการสร้างความมั่นคงด้านอาหารของชุมชน แต่ปัจจุบันมีโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ริมชายฝั่งทำลายแหล่งประมงเหล่านี้อยู่มากมาหลายแห่ง รวมทั้งที่จ.นครศรีธรรมราชด้วย เครือข่ายประมงพื้นบ้านและองค์กรที่เกี่ยวข้องได้มีมาตรการหลายอย่างเพื่อปกป้องแหล่งอาหาร เช่นการทำเขตอนุรักษ์ ห้ามทำการประมงในเขต ๔๐๐ เมตรจากชายฝั่ง การมีธรรมนูญชุมชนเพื่อปกป้องอ่าว การผลักดันให้มีการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อปกป้องแหล่งอาหารของชุมชน เป็นต้น

    นอกเหนือจากความมั่นคงด้านอาหารแล้ว การประมงชายฝั่งยังเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของท้องถิ่น เช่นใน ๑๐ หมู่บ้านของอ่าวท่าศาลา มีการจ้างงานประมงมากกว่า ๕,๐๐๐ คน และผลผลิตจากอ่าวนี้สามารถเลี้ยงดูคนในท้องถิ่นมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ครอบครัว โครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่นอกจากจะทำลายการประมงแล้ว การท่องเที่ยวก็ไม่มีเหลือ

    นายประสิทธิย้ำว่าสำหรับพื้นที่ชายฝั่งรัฐบาลไม่ต้องส่งเสริม ไม่ต้องลงทุนทำอะไร ชาวบ้านจะมีความมั่นคงด้านอาหารอยู่แล้วเพราะทรัพยากรชายฝั่งเติบโตเองทุกวัน “รัฐบาลไม่ต้องช่วยอะไรเรา แต่อย่ามาทำลายทรัพยากรชายฝั่งของเรา”

            ผลการศึกษาเกี่ยวกับความมั่นคงของอาหารในชุมชนทั่วประเทศ (จากหนังสือ ตัวชี้วัดFood4-111055ความมั่นคงทางอาหารระดับชุมชน โดยสุภา ใยเมือง) พบว่าการพึ่งพิงอาหารจากตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ใกล้เมือง ในขณะที่ชุมชนที่อยู่ใกล้แหล่งอาหารธรรมชาติพึ่งพิงตนเองและธรรมชาติมากกว่า เช่น ชุมชนที่ตำบลหนองสาหร่ายผลิตอาหารเอง ๒๗% เก็บหาจากธรรมชาติ๘%และซื้อสูงถึง๖๓% บ้านโนนยางอ.กุดชุม จ.ยโสธรซื้อเพียง๓๗% ผลิตเอง ๔๗% จากธรรมชาติ ๑๓% ในขณะที่บ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน สามารถพึ่งตนเองด้านอาหารได้ถึง๘๐% โดยการผลิตเอง แลกเปลี่ยนและจากธรรมชาติ ซื้อจากตลาดเพียง ๒๐% เท่านั้น

       ในการประชุมกลุ่มย่อย ที่ประชุมเห็นว่าการขับเคลื่อนเรื่องนี้ต้องเริ่มที่ชุมชน โดยต้องให้การศึกษากับสังคมอย่างกว้างขวางในประเด็นที่สำคัญนี้ไปพร้อมกันด้วย อาจจะมีหลักสูตรเรื่องนี้ในสถาบันการศึกษา ต้องประสานเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน วิชาการมาทำแผนที่และวิจัยความมั่นคงทางอาหารของชุมชนร่วมกัน ต้องคุ้มครองแหล่งอาหารธรรมชาติและแหล่งผลิตพืชอาหารของชุมชน ของประเทศอย่างเข้มงวด ควรส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนความมั่นคงด้านอาหารของชุมชน ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเกี่ยวกับความมั่นคงด้านอาหารและพัฒนากลไกการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านอาหารระดับประเทศ

    ผู้เข้าร่วมประชุมท่านหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า สาเหตุที่ที่ประเทศเราเกิดความไม่มั่นคงด้านอาหารเพราะ “เราให้การผลิตเพื่อเงินมาครอบงำการผลิตเพื่อการบริโภค”

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter