playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

2-311055สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)โดย สำนักเทคโนโลยีและสารสนเทศ ร่วมกับสำนักจัดการความรู้และประเมินผล สำนักขบวนองค์กรชุมชนและภาคี จัดประชุมสรุปบทเรียนการพัฒนาระบบข้อมูลและองค์ความรู้ชุมชนท้องถิ่นเพื่อการจัดการตนเอง ๒๕๕๔  เมื่อวันที่ ๑๘-๑๙  ตุลาคม ๒๕๕๕ ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม พอช.ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย ผู้ชุมชน นักวิชาการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าทีพอช. ประมาณ ๑๔๐ คน เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงาน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างจังหวัดที่พัฒนาระบบข้อมูล เพื่อการจัดการตนเองด้านข้อมูล สามารถออกรายงานการพัฒนาของชุมชนทั้งระดับตำบลและจังหวัด อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงระบบข้อมูลในเรื่องเดียวกันกับชุมชนในหลายๆจังหวัดได้

นางสาวสมสุข บุญญบัญชา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพอช. กล่าวถึงแนวคิดเป้าหมายการปฏิรูปข้อมูลและการจัดการความรู้ เพื่อชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองว่า เป็นการเปิดขบวนองค์กรชุมชนในโลกยุคใหม่ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องให้ความสำคัญกับข้อมูล ถ้าบอกว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นดีขึ้น ก็ต้องบอกให้ได้ด้วยว่าที่ว่าดีขึ้นดีในด้านไหนบ้าง ต้องสามารถจับต้องเป็นรูปธรรมได้ มีความเป็นวิทยาศาสตร์ที่วัดและบอกจำนวนได้ แม้จะเป็นเรื่องของคุณภาพก็ต้องบอกให้ได้ด้วยว่าดีอย่างไร ดีเท่าไร สิ่งที่ทำจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตรงไหน เกิดกิจกรรมอะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง ข้อมูลจะช่วยทำให้ชุมชนมีอำนาจในการต่อรองกับหน่วยงาน เกิดการยอมรับระบบที่มีอยู่ เพราะข้อมูลคืออำนาจที่สร้างความจริงเป็นทางวิทยาศาสตร์ข้อมูลของชุมชนจะเป็นข้อมูลกลางที่สภาองค์กรชุมชนเห็นร่วมกัน หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ได้ใช้ข้อมูลร่วมกัน นอกจากการพัฒนาระบบข้อมูลในชุมชนแล้วยังต้องมีการเชื่อมโยงระบบข้อมูลชุมชนมาสู่จังหวัดเพื่อทำให้เห็นภาพรวมของขบวนองค์กรชุมชนทั้งจังหวัดด้วยโดยที่แต่ละตำบลอาจจะมีข้อมูลที่เหมือนกันชุดหนึ่ง และอาจจะมีข้อมูลที่แตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ก็ได้ การเชื่อมโยงข้อมูลระดับจังหวัดก็เช่นเดียวกัน แต่ทั้งหมดนี้ก็ควรจะมีข้อมูลร่วมกันอยู่ชุดหนึ่งเพื่อสามารถนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันได้ ออกรายงานได้ เป็นรายงานข้อมูลชุมชนในจังหวัด อยากให้การสัมมนาในครั้งนี้เป็นการเปิดศักราชการปฏิรูปข้อมูลที่สำคัญของขบวนชุมชนในประเทศไทย และถือเป็นทิศทางอีกด้านหนึ่งที่ทางพอช.ก็ให้การสนับสนุนด้วยเช่นกัน

1-311055 การจัดประชุมดังกล่าวมีเสวนาบทเรียนการปฏิรูปข้อมูลขบวนองค์กรชุมชนจากพื้นที่รูปธรรม อย่างเช่น จังหวัดอำนาจเจริญจังหวัดสระแก้ว จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดนครศรีธรรมราช และตัวแทนจากภาคีภาควิชาการและมีการแบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ออกเป็น๓ระดับคือ การปฏิรูประบบข้อมูลระดับตำบลการปฏิรูประบบข้อมูลระดับจังหวัด และการปฏิรูปข้อมูลเพื่อนำไปสู่การพัฒนาการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์และนโยบายของตนเอง

จากการแลกเปลี่ยนบทเรียนสามารถสรุปข้อค้นพบและแผนขับเคลื่อนปฏิรูปข้อมูลและการจัดการความรู้ได้ดังนี้    

ข้อค้นพบสำคัญจากการเคลื่อนงานปฏิรูปข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า

๑) การใช้เครื่องมือแผนที่ทำมือ แผนที่ในระบบภูมิสารสนเทศ ผังตำบล ผังชีวิตชุมชน ทำให้ได้ข้อมูลที่จับต้องได้ชัดเจน คนหลายกลุ่มในพื้นที่มีส่วนร่วม

๒) การหยิบยกเรื่องที่เป็นปัญหาสำคัญของพื้นที่ เช่น ที่ดิน ภัยพิบัติ ฯลฯ ทำให้เกิดการตื่นตัวในการร่วมกันจัดทำข้อมูล และสามารถเชื่อมโยงไปสู่เรื่องอื่นได้โดยไม่ต้องเริ่มพร้อมกันหลายเรื่อง

๓) การเริ่มจัดการข้อมูลจากตำบล หมู่บ้านหลายๆตำบล หรือในภูมินิเวศเดียวกัน นำไปสู่การพัฒนาเป็นยุทธศาสตร์ร่วมของจังหวัดได้

๔) การมีเป้าหมาย/ยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัด ทำให้การจัดการข้อมูลเพื่อเป้าหมายนั้นมีความชัดเจนขึ้นว่าจะทำข้อมูลไปตอบโจทย์อะไร

๕) การเชื่อมโยงกองเลขางานพัฒนาเชิงประเด็นเพื่อทำเรื่องข้อมูลร่วมกันทำให้เกิดการเชื่อมโยงงานพัฒนาเชิงพื้นที่ทั้งในระดับจังหวัดและตำบล

๖) การใช้สภาองค์กรชุมชน ซึ่งเป็นเวทีกลางของชุมชนมีสถานะทางกฎหมายรองรับในการจัดทำข้อมูล ทำให้สภาเป็นเวทีที่มีข้อมูล สามารถกุมสภาพตำบล ขับเคลื่อนงานต่อได้ชัดเจนขึ้น

๗) การจัดทำข้อเสนอ/เคลื่อนนโยบายสาธารณะชองสภาองค์กรชุมชนทั้องระดับตำบลและจังหวัดจำเป็นต้องมีข้อมูลรองรับ

๘) การทดลองนำข้อมูลที่ทำไปใช้ในการเจรจาต่อรอง/เสนอแผน ทำให้มีการพัฒนาข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

๙) การที่กองเลขาจังหวัด สามารถใช้ฐานข้อมูลในการทำงาน ทำให้มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากระดับพื้นที่และออกรายงานเพื่อใช้งานได้ในทุกระดับ (ไม่ใช่แค่ผู้เก็บข้อมูล)

๑๐) การนำเสนอข้อมูลแผนที่ แผนผังที่จัดทำโดยชุมชน เสนอต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) และหน่วยงานระดับจังหวัด ทำให้หน่วยงานเกิดความเชื่อมั่นในข้อมูล ยอมรับ และสนับสนุน

๑๑) การใช้โอกาส/ศักยภาพของหน่วยงานในพื้นที่ เช่น อปท. อสม. สถานีอนามัย กศน.สถาบันวิชาการ ฯลฯ มาเป็นพลังหนุนเสริมในการจัดทำข้อมูล“ทำให้เห็นประโยชน์ร่วม”

๑๒) การใช้ข้อมูลที่สามารถระบุปัญหา/สถานการณ์ที่ชัดเจนของพื้นที่มาเป็นฐานในการตั้งเป้าหมาย  เป็นตัวกระตุ้นการเคลื่อนงานในเรื่องนั้นๆ และช่วยติดตามความก้าวหน้าของงานในแต่ละช่วงตามเป้าหมายที่วางไว้ได้

๑๓) ข้อมูลในการพัฒนายุทธศาสตร์ภาคชุมชนระดับจังหวัดจะต้องอาศัยทั้งข้อมูลจากภายในชุมชนที่รวบรวมมาให้เห็นภาพรวมระดับจังหวัดเพื่อการตั้งเป้าหมายการแก้ปัญหา และข้อมูลจากภายนอกที่จะทำให้คนในชุมชนเกิดการตื่นตัวที่จะจัดการตนเอง เช่น ภาษีที่จัดเก็บได้แล้วถูกนำไปเก็บไว้ที่ส่วนกลาง หรือโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อพื้นที่ ฯลฯ

ส่วนทิศทางการขับเคลื่อนต่อไปนั้น สิ่งที่ต้องดำเนินการมีดังนี้

๑) สร้างข้อตกลงร่วมกันของผู้ที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ว่า ควรวางเป้าหมายและกลับไปจัดการกับข้อมูลระดับตำบลให้เชื่อมโยงกับการพัฒนายุทธศาสตร์แผนงานภาคชุมชนในระดับจังหวัด และต้องมีข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการงานพัฒนาระดับจังหวัด

๒) กำหนดช่วงเวลาในการออกรายงานการพัฒนาจังหวัด ซึ่งในเบื้องต้นกำหนดไว้ว่า จะออกรายงานภายในเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๖ 

๓) รายงานการพัฒนาภาคชุมชนตำบล/จังหวัด ควรประกอบด้วยสถานการณ์สำคัญ/ปัญหาของชุมชนในจังหวัด โดยที่มีข้อมูลรองรับชัดว่าเรื่องไหน จำนวนเท่าไหร่ อยู่ที่ไหน (ใช้แผนที่หรือแผนผัง) มีการเชื่อมโยงชุมชนเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาแล้วที่ไหนบ้าง แก้ไขปัญหา/เกิดการพัฒนาไปแล้วเท่าไหร่ อยู่ที่ไหน มีจำนวน ต้อง Mapping ข้อมูลเหล่านี้ให้เห็น มีการเปรียบเทียบข้อมูล/ภาพก่อนหลังได้

๔) จังหวัดที่เริ่มจากการจัดการข้อมูลระดับตำบล ทำผังตำบลเชื่อมโยงกันเป็นภูมิเวศ เช่น สายน้ำ ผืนป่า ฯลฯเดียวกัน มีการจัดทำเป็นยุทธศาสตร์ร่วมระดับจังหวัดหรือมีข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการงานพัฒนาจังหวัด

๕) จังหวัดที่เริ่มจากข้อมูลการบริหารจัดการงานพัฒนาระดับจังหวัด ต้องออกรายงานจากฐานข้อมูลต่างๆเพื่อใช้การทำงานอย่างสม่ำเสมอ และขยายการจัดการข้อมูลสู่ตำบล และ

๖) มีการจัดการความรู้และการสื่อสารควบคู่กับการจัดการข้อมูล 

สำหรับการพัฒนาข้อมูลระดับตำบลเสนอว่า

๑) พื้นที่ทำผังตำบลที่เริ่มจากการคลี่ข้อมูลกายภาพ Mapping ข้อมูลที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแล้วจะต้องมองเรื่องการวางผังไปข้างหน้าด้วย เช่น เรื่องไหนควรจะปรับ จะเริ่มจัดการอย่างไร

๒) ใช้ฐานงานพัฒนาที่มีอยู่ในการจัดทำข้อมูลในเรื่องนั้นให้ชัดเจน และขยายมากขึ้น เช่น กองทุนสวัสดิการชุมชน ร่วมกับอสม.ทำข้อมูลคนด้อยโอกาส ผู้ป่วย กองทุนต่างๆที่มีในชุมชน ฯลฯ และ

๓) ขับเคลื่อนงานพัฒนาโดยไม่ต้องรอให้ข้อมูลเสร็จสมบูรณ์ เช่น ทำข้อมูลเรื่องน้ำแล้วพบว่าจุดไหนทำให้เกิดปัญหาก็เริ่มจัดการ  การจัดการที่ดินโดยไม่ต้องรอให้สิทธิฯลฯ

ส่วนข้อมูลเพื่อพัฒนายุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองระดับจังหวัดเสนอว่า

๑) เครือข่ายชุมชนควรจัดทำข้อมูลจากฐานตำบล/เครือข่ายประเด็นปัญหา/งานพัฒนาเชิงประเด็น ที่สามารถระบุปริมาณ การกระจายตัวในพื้นที่ของเรื่องนั้น ฯลฯ เพื่อใช้ในการวางเป้าหมายและการแก้ไขปัญหา และ

๒) ควรประสานเชื่อมโยงกับภาคีในการหาข้อมูล/ย่อยข้อมูลมือสอง มาเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นให้คนในพื้นที่ตื่นตัวที่จะร่วมกันจัดการเรื่องนั้น

และการจัดทำ ข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการงานพัฒนาระดับจังหวัดเสนอว่า

๑) ฝึกอบรมกองเลขา ทีมงานข้อมูลเพิ่มเติม เน้นเรื่องการออกรายงานข้อมูลเพื่อนำมาใช้งาน

๒) สร้าง/เพิ่มความสามารถของทีมที่จะช่วยฝึกอบรมฐานข้อมูลกับคนอื่นๆต่อ และ

๓) บูรณาการงบประมาณเกี่ยวกับจัดทำข้อมูลการบริหารจัดการ จากงานพัฒนาประเด็น/หน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ เพื่อให้มีคนทำงานที่ต่อเนื่อง

ในด้าน การสนับสนุนจาก พอช./หน่วยงานสนับสนุนต่างๆ เสนอว่า

๑) คณะอนุกรรมการฯ คณะทำงานส่วนกลาง ควรมีมติ/เงื่อนไขในการอนุมัติงบที่เกี่ยวข้องกับงานข้อมูล ติดตามผล จัดการความรู้ สื่อ ของงานพัฒนาเชิงประเด็นต่างๆ ให้มีการบูรณาการ/จัดการร่วมกันเชิงพื้นที่

๒) ควรมีการฝึกอบรม หนุนการพัฒนาศักยภาพทีมงานข้อมูล และเน้นให้เกิดทีมที่สามารถฝึกอบรมต่อได้ หรือการเชื่อมโยงภาคีวิชาการในท้องถิ่นมาช่วยชุมชน และ

๓) ควรมีการจัดทำคลังข้อมูล/ความรู้ ตัวอย่างการจัดการข้อมูล งานพัฒนาโดยชุมชน บนเว็บไซต์เพื่อให้สะดวกในการนำไปใช้ รวมทั้งการจัดระบบให้มีการเชื่อมต่อข้อมูลจากระดับตำบล จังหวัด ชาติ  

สำหรับ การสนับสนุนที่จะทำต่อไปประกอบด้วย

๑) การจัดเวทีกลางในแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หนุนช่วยการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่

๒) การปรับปรุงเครื่องมือ แบบฟอร์ม ลดรายการซ้ำซ้อน สร้างมาตรฐาน/รายการข้อมูลที่สำคัญร่วมกันบางส่วนเพื่อให้สามารถประมวลภาพรวมในเรื่องนั้นๆได้  และในส่วนเพิ่มเติมให้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละพื้นที่ และ

๓) หนุนเสริมเรื่องการจัดการความรู้การจัดการข้อมูลโดยชุมชนและหนุนเสริมการจัดการความรู้งานพัฒนาต่อ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter