playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

News-121155เครือข่ายองค์กรชุมชน อ.อุ้มผางร่วมกับหน่วยงานภาคีพัฒนา อาทิ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย มศว. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ประชุมกำหนดแนวทางการเคลื่อนงานปฏิรูปพื้นที่เขตวัฒนธรรม ภูมินิเวศผืนป่าตะวันตก(อุ้มผาง) เมื่อวันที่ ๑๒ พ.ย. ๒๕๕๕ ณ ห้องประชุม ตูกะสูรีสอร์ท  อ.อุ้มผาง จ.ตาก

 

        นายสุพัฒน์  จันทนา  ผู้จัดการสำนักงานภาคเหนือตอนล่างSupat-121155กล่าวว่าการหารือเรื่องการปฏิรูปในครั้งนี้  เป็นงานที่ต่อเนื่องหลังจากที่ได้คุยกันมา ๑ ปีที่ผ่านมา จากงานสมัชชาปฏิรูปเชิงพื้นที่ ภูมินิเวศ ซึ่งมิติของพื้นที่อุ้มผางเป็นมิติในระดับอำเภอ สามารถนำเสนอเรื่องการจัดการตนเองในระดับอำเภอได้ เพราะมีทุนเดิม มีศักยภาพ มีความร่วมมือกันในการทำงาน มีประเด็นการเคลื่อนงานในพื้นที่และกิจกรรมค่อนข้างชัดเจน  ได้แก่การจัดการเรื่องที่ดิน ป่าชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยรวม เป็นต้น

       มีความคาดหวังว่าจะยกพื้นที่อุ้มผางเป็นรูปธรรมการจัดการตนเองในระดับอำเภอ หน่วยงานสนับสนุนได้แก่ หน่วยงานในพื้นที่ และพอช. สช. สปร. มศว. ซึ่งมีแนวทางในการทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่อยู่แล้ว  และต้องร่วมมือกับหลายหน่วยงานทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน ภาควิชาการ

        นายสุชาติ  จันทร์หอมหวล ที่ปรึกษาภูมินิเวศน์(อุ้มผาง) ผืนป่าตะวันตก กล่าวว่า ขบวนองค์กรชุมชนและหน่วยงานพัฒนา ควรมีการจัดเวทีเพื่อสร้างความเข้าใจกับ อปท. นายอำเภอ เพราะมีเรื่องที่เยอะและกว้าง เราทำยังไงให้เราฉายภาพให้พ่อเมือง อปท. พอช. และหน่วยงานอื่นๆ ถ้าเราจะทำกันเองมันจะช้า และไม่ทันสถานการณ์

Sachat-121155การจัดงานในครั้งนั้น เราต้องการเครือข่ายก่อน แต่กลุ่มที่อยู่ภายนอกมองภาพอีกภาพหนึ่ง แต่ก็มีกลุ่มที่สนใจที่จะเข้าร่วม เพราะเราไม่ได้ต่อต้านถนนคลองลาน กลายเป็นว่าชาวบ้านก็อึดอัดว่าเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นทำไมชาวบ้านไม่รู้ ทำไมหน่วยงานท้องถิ่นไม่เข้าร่วม เป็นต้น รวมถึงในเรื่องภาคี ผู้นำ หัวหน้าส่วนต่างๆ ต้องให้เขาเห็นภาพเหล่านี้ รวมถึงงบประมาณที่หนุนเสริม เพราะไม่เคยลงมาในพื้นที่ด้วยซ้ำ

       นายตะวันฉาย  หงษ์วิลัย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวเพิ่มเติมว่ากระบวนการปฏิรูปคือการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนได้เข้ามากำหนดว่าตัวเองอยากเป็นอะไร เช่น อุ้มผาง มีวิถีดั้งเดิม กับเรื่องใหม่ๆ ที่เป็นแผนพัฒนา หากเหล่านี้เข้ามาแล้ว เราต้องมีการมาวิเคราะห์ผลดี ผลเสีย วันนี้มีมติ ครม.ในความเป็นอุ้มผาง แต่ลงไปที่เลตองคุ แต่เลตองคุและอุ้มผางคือพื้นที่เดียวกัน มีกะเหรี่ยง มีฤาษี หากเอามติเลตองคุ และขยายไปสู่ ต.แม่จัน เพราะกลุ่มประชากรเหมือนกันทั้งหมด ทุนเดิมที่มีอยู่ วันนี้คนอุ้มผางต้องมานั่งดูว่าตนเองมีอะไร และก่อนที่คนอื่นจะหยิบยื่นให้คนอุ้มผางต้องมานั่งวิเคราะห์ให้ขาดพื้นที่อื่นถูกผลกระทบแล้ว แต่คนอุ้มผางจะรักษาและประยุกต์ของใหม่ที่เข้ามาอย่างไร คนอุ้มผางต้องคุยกัน และระบุว่าจะให้ใครเข้ามาช่วย ซึ่งภาคประชาชนต้องชัดก่อน พร้อมทั้งมีข้อเสนอต่อหน่วยงาน การเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยชุมชนท้องถิ่น เราต้องให้น้ำหนักต่อภาคประชาชน เช่น สวัสดิการชุมชน สามารถตอบโจทย์เรื่องของชุมชนได้

          ด้านนางสาวสุวิมล  มีแสง ผู้ชำนาญการ สำนักงานTawanchay-121155คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติระบุว่า        จากการจัดเวทีสมัชชาปฏิรูปพื้นที่จังหวัดและภูมินิเวศ “กำหนดอนาคตอุ้มผาง กำหนดอนาคตเรา จากภูผาสู่ทะเล” มีระบบการเชื่อมโยงตั้งแต่ขุนเขาสู่ทะเล  เพื่อสร้างกระแสให้คนในพื้นที่ลุกขึ้นมากำหนดอนาคตตนเอง

          ซึ่งอำเภออุ้มผาง มีพื้นที่ใหญ่มากกว่ากรุงเทพ ๓ เท่า แต่คนภายนอกจะรู้จักอุ้มผางในเรื่องท่องเที่ยวและน้ำตกทีลอซูเท่านั้น  ขณะเดียวกันอุ้มผางมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีวิถีวัฒนธรรม เฉพาะที่ ประชากร ๙๐% เป็นพี่น้องกะเหรี่ยง และมีชุมชนที่นับถือฤาษีอยู่เป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำแม่กลอง

         ในขณะที่มีสถานการณ์การการพัฒนาจากภายนอก เช่น โครงการทำถนนสายคลองลาน-อุ้มผางเข้ามา การรุกคืบของพืชเชิงเดี่ยว เช่น กระหล่ำ ข้าวโพด เป็นต้น ซึ่งคนอุ้มผางเองจะต้องมีความตระหนักในเรื่องความเปลี่ยนแปลง  รวมถึงมีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม๒๕๕๓ ในแนวนโยบายการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง และแผนพัฒนาของจังหวัดตากมีมติพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

        การจัดการอุ้มผางจัดการตนเองที่ผ่านมา เป็นการบอกเล่าและฉายภาพของอุ้มผางทุกมิติ ทั้งเรื่องวัฒนธรรม ภูมิปัญญา หมอปฏิวัติ การศึกษา สถานพยาบาล ฯลฯ หลังจากจัดงานในครั้งนั้น ส่งผลให้สาธารณะชนทั้งภายในและภายนอกได้รับรู้ถึงกระบวนการทำงานของคนในพื้นที่  คนแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ได้ส่งเกลือมาให้จำนวน ๘ ตัน เพื่อใช้เป็นกองทุนเกลือให้กับคนต้นน้ำ เพราะมีความรู้สึกอยากขอบคุณคนอุ้มผาง ที่รักษาป่าต้นน้ำให้

        การประชุมของเครือข่ายชุมชนและหน่วยสนับสนุนจึงอยากเห็นภาพการจัดการตนเองสำหรับพื้นที่อุ้มผางดังนี้

       การจัดการใหม่ของระบบพื้นที่อุ้มผาง : การจัดการเชิงพื้นที่ มีเป้าหมายที่ให้การปฏิรูปมาจากความร่วมมือในพื้นที่ ๖ ตำบล ๓๖ หมู่บ้าน

         ทุนเดิม

  • ระบบการเกษตรยั่งยืน : ป่าอยู่ได้ คนอยู่ได้
  • ระบบการจัดการทรัพยากร(ดิน น้ำ ป่า) พื้นที่หน้าหมู่ เหมืองฝาย/วังปลา/ป่าชุมชน
  • ระบบการเชื่อมโยงขบวนผู้คน/เครือข่าย
  • ระบบการศึกษา ข้อมูล ความรู้ และการสื่อสารสาธารณะ : ชุมชนท้องถิ่น วัฒนธรรมภูมินิเวศ เยาวชนคืนถิ่นการสื่อสารของคนอุ้มผางทั้งภายในและภายนอก
  • ระบบสวัสดิการชุมชน : การดูแลเกื้อกูล (เกิด แก่ เจ็บ ตาย) à คน และธรรมชาติ การดูแลคนเป็นมากกว่าคนตาย
  •  ระบบเศรษฐกิจชุมชน : การท่องเที่ยวเชิงภูมินิเวศ (การท่องเที่ยวเป็นของคนอุ้มผาง อย่างแท้จริง)การปลูกกาแฟ มะอิ
  •  ระบบการจัดการสุขภาพ : ประชากรมากกว่า  ๘๐,๐๐๐ คน  แต่ ณ ขณะที่มีการอุดหนุนจากสำนักงานปฏิรูปสุขภาพแห่งชาติ คิดตามอัตราของประชากรที่มีการลงทะเบียน จำนวนแค่ ๓๐,๐๐๐ คน ซึ่งทำให้อุ้มผางรับภาระในเรื่องการรักษาพยาบาลมาก

         การจัดการตนเองของเครือข่ายชุมชนอุ้มผางและทุกภาคส่วนที่สนับสนุน  จะเป็นการสร้างระบบภูมิคุ้มกันบนฐานวัฒนธรรมนิเวศและวัฒนธรรมชุมชน  ท่ามกลางสถานการณ์ภายนอกที่เข้ามาและคนอุ้มผางเองไม่สามารถปฏิเสธได้

         ทั้งนี้มติที่ประชุมได้มีการระดมความคิดเห็นและมีข้อสรุปร่วมกันในการวางแนวทางการเคลื่อนงานสมัชชาสมัชชาปฏิรูปเฉพาะพื้นที่เขตวัฒนธรรม ภูมินิเวศผืนป่าตะวันตก (อุ้มผาง) คือ (๑.) มีการขับเคลื่อนใน ๒ ระดับ คือ  ในระดับพื้นที่ตำบล อำเภอ และระดับนโยบาย (การเชื่อมโยงกระบวนผู้คนภายในระดับพื้นที่และภายนอก) (๒.) มีกระบวนการสร้างความร่วมมือระหว่างคนและองค์ความรู้  (๓.) มีกลไกความร่วมมือในทุกภาคส่วน ทั้งระดับชุมชน ภาคีท้องถิ่น ภาคีในอำเภอ ภาคีจากภายนอก (๔.) กำหนดการทำงานเป็นช่วงพัฒนาการ เพื่อสร้างรูปธรรมในการขับเคลื่อน (๕.) กำหนดเครื่องมือที่จะนำไปใช้ในแต่ละเรื่อง โดยมีการกำหนดพื้นที่กลางในการขับเคลื่อนงานร่วมกัน (๖.) ค้นหาพื้นที่ที่มีการขับเคลื่อนงานเด่นในแต่ละเรื่องและตั้งทีมเจ้าภาพที่ในการทำข้อมูล ส่วนกลไกการขับเคลื่อนให้ใช้กลไกของทางอำเภอเป็นหลักและดูองค์ประกอบกลไกเพิ่มเติม คาดว่าจะมีการประชุมเพื่อสร้างกลไกร่วมหรือสภากลางคนอุ้มผาง ที่มาจากตัวแทนหลายภาคส่วน อาทิ ท้องที่ ท้องถิ่น ขบวนองค์กรชุมชน อ.อุ้มผาง และหน่วยงานสนับสนุนจากภายนอก ในช่วงปลายเดือน มกราคม ๒๕๕๖ ต่อไป

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter