playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

Nan1-221155เมื่อวันที่ ๒๐-๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ได้มีการติดตามความคืบหน้าการจัดผังชุมชน ของเครือข่ายแก้ปัญหาหาที่ดินทำกินชนบท จ.น่าน   จากพื้นที่  ๑๘ ตำบล  เพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกินและวางแผนการพัฒนาทั้งตำบล ที่พิพิธภัณฑ์ เฮินไทลื้อ ต.งอบ ต.ปอน อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน โดยมีนายเกียรติศักดิ์ ป้อมทองคำ นายอำเภอทุ่งช้าง เป็นประธานเปิดงาน โดยเผยว่าตนยินดีที่จะให้ความร่วมมือต่อการจัดการตนเองของชาวบ้านร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

สำหรับการประชุมจัดทำแผนตำบลทั้ง ๑๘ ตำบลครั้งนี้ ได้มีการสรุปผลการดำเนินงานหลังจากที่มีการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ตำบลฯ ครั้งที่ ๑ ไปแล้ว  ได้แก่ ต.งอบ ต.ปอน ต.เปือ ต.เมืองจัง ต.บ่อ ต.บ้านพี้ ต.สะเนียน ต.น้ำแก่น ต.ป่าแลวหลวง ต.ฝายแก้ว ต.ผาทอง ต.ส้าน ต.บัวใหญ่ ต.ศรีสะเกษ ต.น้ำทาง ต.สันทะ ต.ปิงหลวง ต.เมืองลี มีความคืบหน้าดังนี้

ต.ปอน สิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วคือ ๑.ช่วยขยายสมาชิกอีก ๖ หมู่บ้านเข้าร่วมโครงการ โดย หมู่บ้านเฉลิมราษฎร์ ม.๘ ส่งข้อมูลปัญหาเรื่องที่ดิน สิทธิทำกิน ความเดือดร้อนของคนที่พื้นที่ให้สำนักนายกฯ ๒.ในอีกสองเดือนข้างหน้าจัดทำผังตำบลให้เสร็จสิ้น ๓.ถ้าได้รับการจัดสรรงบประมาณจะทำดำเนินงานจับพิกัดพื้นที่ทำกินให้ครบทั้ง ๗ หมู่บ้าน ยกเว้น ม.๒ โดยใช้เครื่องมือ (ดำเนินงานร่วมกับ) คือ ๑.ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ต.ปอน ๒.อบต. ปอน ๓.หน่วยงานป่าไม้ (ป้องกัน+หน่วยจัดการต้นน้ำน่าน) ๔.พอช. ๕.มูลนิธิปิดทองหลังพระ (ม.๘) ๖.ประชาชนในพื้นที่ และวิธีการในดำเนินงาน ได้แก่ ใช้เวทีประชาคมตำบลและประชาคมหมู่บ้านในการหาข้อตกลงร่วมกัน ให้อบต. ผู้ใหญ่บ้าน/ผู้ช่วย เรียนรู้การจับพิกัดดาวเทียมร่วมกับเจ้าหน้าที่ อบต. ป่าไม้ หน่วยจัดการต้นน้ำ

       ต.งอบสิ่งที่ได้ดำเนินการแล้ว ได้แก่ ๑. จัดเก็บข้อมูลพื้นฐาน
๒.ขยายพื้นที่ดำเนินการได้อีก ๒ หมู่บ้าน ได้แก่ ม.๒ ม.๓ และ ๓.ถ้าได้รับการจัดสรรงบประมาณ จะดำเนินการจับพิกัดรายแปลงให้ครบทั้ง ๔ หมู่บ้าน โดยใช้ เครื่องมือ (ดำเนินงานร่วมกับ) คือ ๑.กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ต.งอบ ๒.หน่วยจัดการต้นน้ำห้วยสะแตง-น้ำสอด ๓.อบต.งอบ ๔.ทหารพราน ๕.สำนักงานที่ดิน อ.ทุ่งช้าง
และมีวิธีการดำเนินงาน โดยใช้คณะกรรมการหมู่บ้านเป็นหลัก

ต.เปือ สิ่งที่ได้ดำเนินการแล้ว คือ ๑.จับพิกัดรายแปลง ม.๑๓ และ ม.๑๔  ๒.จัดทำประชาคมหมู่บ้าน ขอพื้นที่ป่าคืนบางส่วน กำหนดแนวเขตห้ามบุกรุก โดยใช้ เครื่องมือ (ดำเนินงานร่วมกับ) ได้แก่ ๑.กำนันผู้ใหญ่บ้าน ๒.ป่าไม้ ๓.อบต.เปือ ๔.เกษตร อ.เชียงถลาง ๕.สภาองค์กรชุมชน และมี วิธีการดำเนินงาน โดยใช้การส่งเสริมการปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่า โดยใช้ผู้ใหญ่บ้านทำนำร่องให้ชาวบ้านได้เห็นเป็นตัวอย่าง

       ต.ฝายแก้ว สิ่งที่ได้ดำเนินงานได้แล้วคือ ๑.จับพิกัด GPS แนวเขตที่Nan2-221155ดินทำกิน ๑ หมู่บ้าน ๒.จัดทำกฎระเบียบการจัดการที่ดินโดยองค์กรชุมชน ๕. หมู่บ้าน ๓.จัดตั้งคณะกรรมการโครงการระดับตำบล (โดยมีเป้าหมาย ๕ หมู่บ้านจาก ๑๗ หมู่บ้าน) ๔.จัดทำแผนที่ทำมือ ๑ หมู่บ้าน โดยใช้ เครื่องมือ (ดำเนินงานกับ) ได้แก่ ๑.ชุมชน ๒.อบต. ๓.อบจ. ๔.เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน จ.น่าน ๕.โครงการปิดทองหลังพระ และมี วิธีการดำเนินงาน คือ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ป่าไม้ ชุมชน อุทยาน อบต. ผู้นำชุมชน

       ต.สะเนียน สิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วคือ ๑.ได้จัดทำข้อมูลรายแปลงและรายครัวเรือนไปแล้ว ๖ หมู่บ้านและเตรียมขยายอีก ๓ หมู่บ้าน ๒.จัดทำกฎระเบียบการจัดการที่ดินโดยองค์กรชุมชน ๙ หมู่บ้าน ๓.จัดตั้งคณะกรรมการชุมชน ๔.จัดทำแผนที่ทำมือ ๖ หมู่บ้าน (เป้าหมายคือ ๙ หมู่บ้านจาก ๑๗ หมู่บ้าน)โดยใช้ เครื่องมือ (ดำเนินการกับใคร) ได้แก่ ๑.ชุมชน, อบต. อบจ. ๒.เครือข่ายปฏิรูปที่ดินจ.น่าน๓.โครงการปิดทองหลังพระ ๔.โครงการขยายผลโครงการหลวง ซึ่งมี วิธีการดำเนินงาน โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป่าไม้ ชุมชน อบต. ผู้นำชุมชน เพื่อดำเนินการจับ GPS ต่อไป

       เมืองจัง สิ่งที่ได้ดำเนินงานไปแล้วคือ ๑.จับ GPS ขอบเขตรอบนอกระหว่างหมู่บ้านและตำบล ๗ หมู่บ้าน (จาก ๑๑ หมู่บ้าน) ๒.จัดทำแผนที่ทำมือ ๓.จัดทำผังตำบล โดยใช้ เครื่องมือ (ดำเนินการกับ) ได้แก่ อบต. อบจ. เครือข่ายปฏิรูปที่ดินน่าน หน่วยงานปิดทองหลังพระ คณะกรรมการแต่ละพื้นที่ของหมู่บ้าน และมีวิธีการดำเนินงาน ได้แก่ ๑. จับ GPS รอบนอก  ๒.จัดทำแผนที่ทำมือ ๓.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน ป่าไม้ อบต. ๔.ออกหนังสือรับรองสิทธิ์ที่ทำกิน (อบต.)

ต.บ้านพี้ สิ่งที่ได้ดำเนินการแล้ว คือ จัดทำแผนที่ทำมือ ผังตำบล ผังหมู่บ้าน ๒. จับพิกัดGPS แนวเขตรอบนอกและรายแปลง เครื่องมือ (ดำเนินงานร่วมกับ) ชุมชน อบต. อบจ. ป่าไม้ เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน โดยมี วิธีการดำเนินการ ๑. จัดเวทีประชาคมเพื่อรับทราบปัญหา และความต้องการ ๒. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน ๓. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๔. จัดอบรมเพื่อศึกษาที่ดินทำกิน ๕. ออกหนังสือรับรองสิทธิ์ที่ทำกิน

ซึ่งหลังจากได้มีการนำเสนอของแต่ละกลุ่มแล้ว  แต่ละตำบลก็ได้ร่วมกันช่วยสะท้อนปัญหาในภาพรวมของ ๑๘ ตำบลและแนวทางการแก้ไข แบ่งเป็น ๓ โซน ดังนี้

โซนใต้ (ต.บัวใหญ่ ต.สันทะ ต.ส้าน ต.เมืองลี) ปัญหาที่มีร่วมกัน คือ ๑.ความมั่นคงทางอาหาร ๒.ปัญหาที่ดินทำกิน ๓.ปัญหาเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร  ๔.ปัญหาการลงทุน  โดยผลกระทบและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคือ ๑.อาหารมีสารพิษตกค้าง,อาหารไม่เพียงพอต่อการบริโภค,ขาดการวางแผน, การทำลายพันธุ์สัตว์โดยผิดกฎหมาย) ๒.ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์,ดินสไลด์, ดินเสื่อมโทรม,ไม่มีที่ดินทำกิน ๓.น้ำในการเกษตรไม่เพียงพอ,สารพิษปนเปื้อนในน้ำ, น้ำไม่เพียงพอต่อการบริโภค ๔.เมล็ดพันธุ์ราคาแพง, ปุ๋ยเคมีแพง,หญ้าฆ่าหญ้าแพง, ค้าจ้างแรงงานสูง โดยแผนการแก้ไขเบื้องต้นคือ ๑.สร้างการมีส่วนร่วมในการพูดคุยเกี่ยวกับที่ดินทำกิน ๒.จัดทำเวทีประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓.จัดการฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพในการจัดเก็บข้อมูล ๔.ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค ๕.ด้านข้อมูล ๖.การใช้ GIS GPS และ เครื่องมือ ที่ใช้ได้แก่ ๑.ผู้นำชุมชน ๒.ประชาชน ๓.หน่วยงาน อนุรักษ์ทรัพยากรป่า ๔.หน่วยรักษาต้นน้ำ ๕.อบต. ๖.เจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดิน ๗.ข้อมูลรายครัวเรือน

Nan3-221155โซนกลาง (ต.บ้านหลวง ต.ภูเพียง ต.สันติสุข ต.บ้านหวาง)  ปัญหาที่มีร่วมกัน คือ ๑.ที่ดินทำกิน ๒.ความมั่นคงทางอาหาร  ๓.ปัญหาน้ำ ผลกระทบและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แก่ ๑.มีสารเคมีทางการเกษตรสูง, ๒.ดินเสื่อมคุณภาพ,ดินสไลด์ ๓.การตัดต่อพันธุกรรม(GMO) ๔.ตัดไม้ทำลายป่า ๕.ขาดเมล็ดพันธุ์พืช เช่น ข้าวโพด ข้าว ๖.ขาดองค์ความรู้ในการใช้น้ำ, น้ำไม่เพียงพอ ๗.ความหลากหลายทางชีวภาพลด ๘.เพิ่มต้นทุนการผลิต เช่น การใช้สารเคมีแทนคน ๙.ปลูกพืชเชิงเดี่ยว เผาหน้าดิน การใช้สารเคมี แผนการแก้ไขเบื้องต้น ๑.กั้นป่าส่วนหนึ่งให้เป็นเซเว่นของชาวบ้าน ป่าชุมชน ๒.มีแหล่งเก็บน้ำ ๓.งดใช้สารเคมี ใช้ปุ๋ยชีวภาพ ๔.มีพื้นที่ต้นแบบ ๕.ปลูกพืชผสมผสาน ๖.ปลูกหญ้าแฝก ปลูกคอนทัวดิน  เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ ๑.มีองค์ความรู้ ๒.ตะบันน้ำ ๓.ประมง ปศุสัตว์ เกษตร, อบต., อบจ. ๔.สาธารณสุข ๕.กรมพัฒนาที่ดิน ๖.เกษตร สพด.

โซนเหนือ (ต.งอบ ต.ปอน ต.เปือ ต.พญาแก้ว) ปัญหาที่มีร่วมกัน คือ ๑.ปัญหาสิทธิ์ทำกิน ๒.แหล่งน้ำ ๓.ภัยพิบัติ ๔.รายได้ไม่เพียงพอ ๕.สุขภาพ โดย แผนการแก้ไขเบื้องต้น ได้แก่ ๑.เรียกร้องต่อรัฐ ,ต้องการเอกสารสิทธิ์, โฉนดชุมชน, ข้อมูลที่ดินทำกิน ๒.การบริหารจัดการน้ำ,ข้อมูลแหล่งน้ำ,ระบบชลประทานทางท่อ,เพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำ, สร้างฝายถาวรขนาดเล็ก ๓.ปัญหาภัยพิบัติ / ก่อนเกิด/ มีการซ้อมแผน,ระบบเตือนภัย, เครื่องช่วยเตือนภัย, /ขณะเกิดเหตุ/ อพยพ, ตั้งศูนย์ /หลังเกิด/ฟื้นฟู, เยียวยา,ประสานหน่วยงานรัฐ ๔. รวมกลุ่มเกษตร, หาองค์ความรู้จากนักวิชาการ ปรับเปลี่ยนระบบเกษตรกรรม,เพิ่มมูลค่าการผลิต ๕.สุขภาพ ถ้าปัญหาสี่ข้อข้างต้นได้รับการแก้ไข ก็สามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพได้ โดยจะใช้ เครื่องมือ คือ ๑.GIS ๒.การเงิน  ๓.ท้องถิ่น ๔.ขบวนชุมชน ๕.รัฐ ๖.การประสานความร่วมมือ ประสานข้อมูล

อาจารย์ตุลชัย บ่อทรัพย์ อาจารย์จากคณะสถาบันการออกแบบการศึกษาและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งมาร่วมสังเกตการณ์ครั้งนี้ร่วมสองวันได้ให้ทัศนะต่อการออกแบบการจัดการปัญหาของชาวบ้านว่า จากการรวบรวมปัญหาทั้งหมดของชาวบ้าน ๑๘ ตำบลนั้นจะเห็นปัญหาด้านการเกษตรเป็นหลัก ซึ่งเป็นเรื่องการจัดการคุณภาพของพื้นที่ในการผลิตมากกว่าเรื่องปริมาณของพื้นที่ ซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์เรื่องความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งตนให้ความสนใจมากในเรื่อง การผสมพันธุ์พืชและการรวมกลุ่มเพื่อจัดการผลผลิตและการสร้างกลไกราคา ที่ชาวบ้านได้นำเสนอในครั้งนี้

เนื่องจากชาวบ้านได้เริ่มได้มีการปรับเปลี่ยนจากเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นสวนผสม และการสร้างและผสมพันธุ์พืช ด้วยตัวเอง ซึ่งกลไกดังกล่าวจะเป็นตัวสร้างความยั่งยืนในพื้นที่เพราะจะลดการผูกขาดด้านเมล็ดพันธุ์ จากบริษัทใหญ่ ส่วนเรื่องการรวมกลุ่มเพื่อจัดการผลผลิตและสร้างกลไกราคา จะเป็นการเพิ่มอำนาจในการต่อรองให้กับกลุ่มเกษตรกรโดยตรงให้มีทางเลือกในการจัดการผลผลิตมากขึ้น โดยจะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจสังคมที่สร้างปัญหาให้กับพื้นที่ทั่วประเทศไทยนั้น คือ ผู้ผลิต(ชาวบ้าน) ที่เคยมีอำนาจในการผลิตนั้นนั้น ได้สุญเสียอำนาจการต่อรองดังกล่าวให้กับ ระบบผลิต (บริษัทที่ผูกขาดพื้นที่) ในเรื่องเมล็ดพันธุ์ และกลไกราคา

       การผสมพันธุ์พืช การรวมกลุ่มเพื่อจัดการผลผลิตและสร้างกลไกราคา จึงเป็นการพัฒนาชาวบ้านให้ เป็นผู้คุมระบบผลิต และสร้างพื้นที่ให้ยังยืนได้อย่างแท้จริง

     nan44-261155 ประเด็นต่อมาจากการคณะผู้เข้าร่วมประชุม ๑๘ ตำบลได้ไปดูด่านข้ามแดนที่อ.เฉลิมพระเกียรติ กัน นั้นผมเห็นว่าพื้นที่นี้ใกล้กับด่านมาก ซึ่งส่งผลกับการเป็นแปลงพื้นที่ในทุกๆ ด้าน คือ อาจมีการเติบโตในประเด็น การเกษตร อุตสาหกรรมขนาดเล็ก การค้า และบริการ โดยประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นทั้งปัญหาและโอกาส สิ่งที่น่าสนใจคือ ในแผนพัฒนาตำบลดังกล่าว ทั้งเจ้าหน้าที่ และชาวบ้านนั้น ยังไม่มีใครคิดถึงแผนที่ที่ครอบคลุมถึง อุตสาหกรรมขนาดเล็ก การค้า และบริการ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในพื้นที่ การวางแผนพัฒนาตำบลดังกล่าว จึงน่าจะมีการคิดให้คนในพื้นที่พัฒนาตัวเองเป็นผู้ประกอบการในด้านต่างๆ หรือสร้างผู้ประกอบการที่มีจิตสำนึกในพื้นที่ มากกว่าการปล่อยโอกาสให้คนนอกมาลงทุนแบบควบคุมไม่ได้

กรณีดังกล่าวก็สามารถสร้างเม็ดเงินให้กับพื้นที่เช่นกัน

       ดังนั้น แผนพัฒนาตำบลในแต่ละพื้นที่นั้นอาจต้องมีความแตกต่างกัน สามารถใช้ร่วมกันได้แค่บางเรื่อง สำหรับต.งอบ- ต.ปอน นั้นแผนเครื่องมือและการทำเวทีแบบ แก้ไขปัญหาและพัฒนาในระดับตำบล(แบบชุมชนผู้เสียโอกาสหรือชุมชนชายขอบ) อย่างเดียวนั้น อาจไม่เพียงพอ โดยอาจวิเคราะห์เป็น แก้ไขปัญหาและพัฒนาในระดับตำบลแบบก้าวกระโดด เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ สังคม เศรษฐกิจ ในกลุ่ม AEC

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter