playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

nan3-071255เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ มูลนิธิฮักเมืองน่านและภาคีเครือข่าย อาทิ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดน่าน สภาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัดน่าน ศูนย์เรียนรู้โจโก้ มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)ฯลฯ ได้ร่วมกันจัดงาน “น่านจัดการตนเอง เตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน” ที่วัดอรัญญาวาส จ. น่าน มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า ๕๐๐ คน

โดยมีงานแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านน่าน งานขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ งานหัตถกรรมพื้นบ้านอันหลากหลาย โดยช่วงเช้าท่านพระครูพิทักษ์นันทคุณ เจ้าอาวาสวัดอรัญญาวาส เจ้าคณะอำเภอสันติสุข และที่ปรึกษามูลนิธิฮักเมืองน่าน ได้มากล่าวปาฐกถาพิเศษ

ท่านพระครูพิทักษ์นันทคุณ ได้กล่าวว่า การที่ประเทศไทยpitakk-071255กำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ นั้น คนไทยเราทุกระดับ ทุกฝ่าย มีความจำเป็นต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคการพัฒนา ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งมันจะมีทั้งผลดี และผลกระทบที่จะก่อให้เกิดปัญหา ดังนั้น เราจึงต้องเท่าทันด้วยการมาประชาคมกัน มาแสดงความคิดเห็น มีส่วนร่วมต่อเรื่องต่างๆ ด้วยกัน สะท้อนปัญหาและหาวิธีแก้ปัญหาร่วมกัน โดยเราจะต้องทำตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล ขยายไปสู่ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ เพื่อที่เราจะได้นำข้อคิดเห็นแต่ละระดับไปสู่การปฏิบัติหรือนำเสนอในเชิงนโยบายต่อองค์กรภาครัฐต่างๆ ที่เราเกี่ยวข้อง

สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อคนจังหวัดน่านนั้น ท่านพระครูพิทักษ์นันทคุณได้กล่าวว่า มีอยู่หลายด้านทั้งเรื่องของผลกระทบด้านการพัฒนา ซึ่งบางเรื่องเป็นปัญหาร่วมกันระหว่างประเทศที่จะต้องหันมาพูดคุยกัน หรือเรื่องของศาสนาที่เราจะมีหลายศาสนาเข้ามาร่วมกันมากขึ้น จงอย่าให้เกิดความแตกต่างทางศาสนา จงยอมรับกันและกัน และผลกระทบอีกเรื่องหนึ่งคือ ภาษา คนน่านจะต้องเรียนรู้ภาษาที่สองที่สามให้มากขึ้น ไม่ว่าภาษาอังกฤษ ภาษาประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว และที่สำคัญเราต้องเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านแต่ก็ไม่ลืมวัฒนธรรมของน่านเราเอง เราต้องทำให้คนน่านรู้จักรักเมืองน่าน ทุกฝ่ายต้องเข้ามาร่วมมือกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

 natthapourn-071255จากนั้น นางณัฐพร มหาไพบูลย์ นักวิชาการพาณิชยการชำนาญการและผู้ช่วยพาณิชย์จังหวัดน่าน ได้กล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นกับจังหวัดน่านว่า ที่จริง AEC ได้เข้ามากระทบกับคนน่านตั้งแต่ปี ๕๓ แล้ว เพียงแต่ว่าอาจไม่เต็มร้อย แต่ว่าจะส่งผลเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ในปี ๕๘ พืชเศรษฐกิจที่จะโดนผลกระทบก็ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพราะจะมีการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านั้นเราจะมีการห้ามนำเข้าถ้าของเรายังมีเหลือเยอะ ต้องรอให้เราระบายออกจนหมดก่อน เราถึงจะนำเข้า แต่ต่อไปจะไม่มีการควบคุมแบบนี้ เกษตรกรจึงต้องวางแผนการผลิตให้ดี

พืชที่คิดว่าน่าจะส่งผลดีกับเราคือ มันสำปะหลังหรือถั่วเหลือง ซึ่งข้อดีอย่างหนึ่งของน่านคือ เรามีด่านชายแดนข้ามไปฝั่งลาวคือ ด่านห้วยโก๋น ซึ่งเราจะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจและประชาชนสามารถเข้าไปของบประมาณจังหวัดเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านนี้ของเราได้

นโยบายแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจจังหวัดน่านนั้น สามารถทำเป็นวงกลมเศรษฐกิจ เชื่อมแขวงหลวงพระบาง แขวงอุดมไชย ซึ่งแขวงอุดมไชยจะเป็นเซ็นเตอร์และเชื่อมต่อไปยังประเทศจีนน กระจายสินค้า ซึ่งยังไงก็ต้องผ่านห้วยโก๋นของเรา หรือการจะไปต่อยังแขวงหลวงพระบางซึ่งเป็นเหมือนบ้านพี่เมืองน้องของเรา บริษัททัวร์ต่างๆ จะตื่นตัวกันมาก ก็เตรียมตัวเข้าไปหลวงพระบางทางด่านห้วยโก๋นของเราได้ หรือมีบางโครงการ เช่นว่า “ไปกินข้าวที่ ๑๒ ปันนา” ซึ่งก็คือเข้ามาทางด่านห้วยโก๋น เข้าไปยังแขวงอุดมไชย และไปต่อมณฑลยูนนาน และสามารถต่อไปกินข้าวจี่ที่เวียดนามได้

นายธงชัย สายสอน จาก สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนออมใจtongchai-071255พัฒนา จำกัด ก็ได้กล่าวว่าเรื่อง AEC เราหนีไม่พ้น ดังนั้น เราจึงต้องมีความเข้มแข็ง มีการเตรียมพร้อมที่จะพัฒนาสถาบันและชุมชนของเราเองโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานการเรียนรู้ มีปัญหาอะไรก็ต้องมาช่วยกันคิดแก้ไข มีปัญหาอะไรก็ต้องหาทางเลือกว่าจะแก้ยังไง แบบไหน ดังนั้น สำหรับองค์กรการเงินอย่างเรา เราจึงรวมทุนให้ใหญ่กว่านี้ บริหารจัดการให้ใหญ่กว่าเดิม ไม่อย่างนั้นจะสู้ทุนใหญ่ๆ ไม่ได้ ตอนนี้กองทุนของเรามีเงินกว่าร้อยล้านแล้ว ข้อดีของมันก็คือ ชุมชนสามารถบริหารทุนด้วยตัวเอง ที่ผ่านมาเราเอาเงินไปฝากแบงค์ แล้วให้แบงค์จัดการ ทำไมเราไม่จัดการด้วยตนเอง เราเอาเงินมาออมด้วยกันแล้วปล่อยให้กู ซึ่งมันจะนำไปสู่สวัสดิการชุมชน การพัฒนาวิสาหกิจชุมชน และผมก็อยากจะทำให้มันเติบโตเรื่อยๆ

สำหรับประเด็นความมั่นคงทางอาหาร การจัดการเมล็ดพันธ์และการจัดการอาหารในระดับครัวเรือน นายอุบล อยู่หว้า ผู้แทนเครือข่ายโรงเรียนชาวนาภาคอีสาน ได้ตั้งข้อสังเกตสำหรับยุคนี้ที่รถพุ่มพวง (รถขายอาหาร ของสด) ขึ้นไปขายถึงบนดอยแล้ว แล้วคนจะยังมีจำเป็นใช้ป่าชุมชนอยู่ไหม ในเมื่อเด็กรุ่นใหม่ๆ ก็กินอาหารห่อละ ๕ บาท กินไส้กรอกแดงๆ ใส่สี แต่ไม่รู้วิธีกินผักพื้นบ้านตนเองแล้ว ความมั่นคงทางอาหารมันจะเกิดขึ้นได้ ถ้าเราไม่ไหลไปตามกระแสการบริโภคของคนส่วนใหญ่ เพราะตอนนี้ต่อให้มีผักเต็มนาแต่เรากินไม่เป็น 

kraewan-071255นางเครือวัลย์ สุโรพันธุ์ ผู้แทนเครือข่ายโรงเรียนชาวนาจังหวัดน่าน กล่าวว่า ตอนนี้ตนเองทำเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าว แต่ก่อนขาดเมล็ดพันธุ์ข้าวต้องสั่งซื้อจากต่างจังหวัด มีอยู่ปีหนึ่งพันธุ์ข้าวขาดแคลน ชาวบ้านไม่สามารถหาซื้อได้ ตนจึงคิดว่าทำยังไงเราจะมีเมล็ดข้าวของเราเองโดยเพียงพอไม่ต้องไปซื้อคนอื่น ก็เลยไปที่ศูนย์โจโก้ เขาก็แนะให้ปลูกข้าวเส้นเดียวและให้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมสกล ใช้น้ำหมักชีวภาพ ปลูกได้ ๑ อาทิตย์ ก็แตกเมล็ด ตอนแรกก็โดนดูถูกว่า นี่คงเป็นความคิดผู้หญิงคงไม่ได้กิน แต่พอผลิตดี ปลูกเส้นเดียวงาม แข็งแรง คนอื่นๆ ก็เปลี่ยนใจไม่ว่าแล้ว เราก็ปลูกข้าวเส้นเดียวไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ และสมาชิกต้องปลูกเก็บเป็นเชื้อ (เมล็ดพันธุ์) เอง เขาจะไม่ปลูกให้ เราต้องปลูก ต้องเก็บไว้เชื้อเอง เดี๋ยวนี้ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็ปลูกเส้นเดียวและทำเชื้อเอง ได้ผลิตเก็บกินเอง

นายอุบล อยู่หว้า ได้กล่าวเสริมในประเด็นเมล็ดพันธุ์นี้ว่า ubon-071255ในธนาคารเชื้อพันธุ์ที่จังหวัดปทุมธานี มีเมล็ดพันธุ์ข้าวกว่าสองหมื่นชนิด เราสามารถไปขอมาปลูกและเพาะเชื้อเองเพื่อปลูกข้าวในสายพันธุ์ที่เราต้องการได้ ขณะเดียวกันก็มีข่าวความเคลื่อนไหวของบริษัทเมล็ดพันธุ์ข้าวกำลังมีความประสงค์ให้แก้กฎหมายส่งข้าวเปลือกออกไปได้ ซึ่งตอนนี้ไทยเราไม่ส่ง ซึ่งถ้าส่งออกได้ก็ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น

เมล็ดพันธุ์ข้าวแม้ว่าจะมีกว่าสองหมื่นชนิดแต่มันไม่ได้แปลว่าปลูกที่ไหนก็ขึ้นได้หมด มันเป็นเรื่องเฉพาะที่เฉพาะถิ่น อาหารมันถูกกลั่นกรองมาจากสติปัญญาของมนุษย์และธรรมชาติ ว่าพืชชนิดไหนเหมาะกับพื้นที่ไหน และคนในพื้นที่ก็จะรู้วิธีกินเองว่าจะหุงจะปรุงจะแกงยังไง แต่ว่ากับปัจจุบันที่เกิดภาวะโลกร้อน สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนไป ก็มีพันธุ์ข้าวหลายชนิดเหมือนกันที่ปลูกแล้วไม่ติด ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องมาขบคิดกันต่อไปว่าจะปรับตัว จะแก้ไขอะไรกันยังไง

          งาน “น่านจัดการตนเอง” จบลงในเวลาบ่ายคล้อย คนมาร่วมงานนอกจากจะได้รับสาระความรู้ดีๆ กันแล้ว ยังได้จับจ่ายใช้สอยสินค้ามีคุณภาพกลับบ้าน นอกจากนี้ภายในงานยังมีของที่ระลึกเป็นขวดน้ำสำหรับให้คนมาร่วมได้ใช้ตักน้ำดื่มกินระหว่างอยู่ในงานแล้วนำกลับไปบ้านเพื่อใช้ต่อด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดขยะจากการใช้แก้วพลาสติกและลดขยะที่กำลังเกลื่อนโลกขณะนี้

           nan1-071255 ทั้งนี้ในจ.น่านมีขบวนองค์กรชุมชนและท้องถิ่น ได้ทำงานงานพัฒนาซึ่งสะท้อนถึงการจัดการตนเองของชุมชนและท้องถิ่นในด้านต่างๆในพื้นที่ระดับตำบล เช่น  การการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในกว่า ๑๗ ตำบล การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนใน ๔ ตำบล  การส่งเสริมและพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชน การพัฒนาองค์กรการเงินและทุนชุมชน โครงการบ้านมั่นคง

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter