บ่ายคล้อยของวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ ภายในบริเวณสนามหน้าหลังอาคารหอศิลปวัฒนธรรมอนุสาวรีย์สามกษัตริย์อันร่มรื่นไปด้วยแมกไม้และอากาศที่เย็นสบายกำลังดีของต้นฤดูหนาว ชาวชุมชนเชียงใหม่ร่วมสามร้อยกว่าคนได้มาร่วมงาน โครงการ “ฟื้นบ้านย่านเวียงเชียงใหม่” ขึ้นสู่ปีที่สอง อันเป็นโครงการที่ต้องการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่ ทั้งด้านการฟื้นฟูวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม อัตลักษณ์ดั้งเดิมอันดีงามของชาวชุมชนเมือง และการสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคมที่น่าอยู่
โครงการ “ฟื้นบ้านย่านเวียง” เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. เพื่อร่วมเป็นหน่วยหนึ่งที่จะส่งเสริมองค์กรชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็งและมีศักยภาพในการจัดการตนเองได้ การจัดงานครั้งนี้นอกจากเป็นการเปิดตัวโครงการขึ้นสู่ปีที่สองแล้วยังเป็นการสรุปการทำงานในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาอีกด้วย ซึ่งปีที่ผ่านมาทางโครงการก็ได้มีกิจกรรมอันหลากหลาย อาทิเช่น การสำรวจข้อมูลพื้นฐานชุมชน กิจกรรมฟื้นฟูฝีมือช่าง สร้างกลุ่มช่างสล่ารุ่นใหม่ (สล่า เป็นคำพื้นบ้าน หมายถึง ช่างที่มีฝีมือในสาขาต่างๆ เช่น สล่าสร้างบ้าน สล่าสร้างวัด ฯลฯ) กิจกรรมเครือข่าย เขียว สวยหอม (กิจกรรมที่ส่งเสริมให้เมืองเชียงใหม่มีพื้นที่เขียว) กิจกรรมรณรงค์ถนนคนเดินโนโฟม (กิจกรรมรณรงค์งดการใช้โฟม) กิจกรรมละอ่อนคูและการประชุมเสวนาในหัวเรื่องการดำเนินงานอนุรักษ์เวียงเก่าโดยภาคประชาชน
งานเปิดตัวขึ้นสู่ปีที่สองของโครงการนี้นอกจากจะเป็นการสรุปการทำงานแล้วยังถือเป็นงานเปิดตัวห้องสมุดภาคประชาชน โดยเป็นการระดมหนังสือเข้ามาเพื่อเปิดเป็นห้องสมุดชุมชน โดยห้องสมุดแห่งนี้เป็นห้องสมุดเก่าแก่และร้างราการใช้จากผู้คนมานาน เมื่อทางเทศบาลเชียงใหม่ได้อนุมัติให้ใช้ได้ จึงมีการฟื้นฟูให้กลายเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้อีกแห่งของชุมชนเวียงเชียงใหม่ ซึ่งงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งได้กล่าวชื่นชมองค์กรชาวบ้านและกิจกรรมของคนหนุ่มสาวที่ได้ร่วมกันสร้างโครงการฟื้นบ้านย่านเวียงขึ้นมา เพราะเชียงใหม่เป็นของคนทุกคน ลำพังถ้าให้ภารกิจในการดูแลเชียงใหม่เป็นของหน่วยงานรัฐเพียงลำพังคงมิอาจทำได้ ดังนั้น การที่คนเชียงใหม่ได้ลุกขึ้นมาฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมและได้ร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับเมืองเชียงใหม่นั้นจึงเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งและทางเทศบาลยินดีให้ความร่วมมือกับกิจกรรมดีๆ อย่างเต็มที่ รวมถึงขอขอบคุณทุกคนที่ได้ร่วมกันบริจาคหนังสือเพื่อฟื้นฟูห้องสมุดของหอศิลปวัฒนธรรมอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
หลังจากนั้นก็ได้มีการเปิดตัวและมอบหนังสือให้ห้องสมุด เดินชมนิทรรศการ ขณะที่บริเวณลานหญ้าการเสวนาพูดคุยกับตัวแทนชุมชนต่างๆ ก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นกันเอง โดยแต่ละชุมชนได้เล่าถึงกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ทำไปและบอกความรู้สึกที่ได้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้
นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง จากชุมชนช้างม่อยฮักเจียงใหม่ ก็ได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาชุมชนช้างม่อยเป็นชุมชนเล็กๆ แต่ด้วยความรักในฮีตฮอย (จารีต-รอย) ของเชียงใหม่ที่มีมานานก็อยากรักษาวัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่ไว้ ช่วงออกพรรษาที่ผ่านมาก็ได้ชวนกันจุดกระถางประธีปรอบชุมชนเพื่อเป็นการ สักการะเทพเทวดาและรักษาประเพณีพื้นเมืองของเราไว้ เพื่ออยากให้คนอื่นๆ ได้เห็นว่าคนตัวเล็กๆ อย่างเราก็สามารถทำอะไรเพื่อเมืองเชียงใหม่ได้
วันนี้ดีใจมากที่ได้มาเจอกันหลากหลายชุมชน เพราะเชียงใหม่ช่วงที่ผ่านมามันมีความเสื่อมหลายด้าน ไม่ว่าด้านเศรษฐกิจ สังคม สภาพบ้านเมือง เปลี่ยนแปลงไปอย่างหนัก อย่างชุมชนเมืองของเชียงใหม่ แต่ก่อนมีกัน ๒๐ กว่าชุมชน ตอนนี้มีกว่า ๑๐๐ ชุมชนแล้ว ซึ่งทุกชุมชนเขาก็มีที่มาที่ไปของเขา อย่างชุมชนหนึ่งเขามีป้อมปืนใหญ่ เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ มีหลักฐานที่ประวัติศาสตร์เหลืออยู่เยอะมาก แต่ยังไม่มีใครจัดการอะไร เขาก็พยายามรักษาไว้
ท่านอธิคารอานนท์วิสุทโธ เจ้าอาวาสวัดล่ามช้าง ซึ่งเป็นวัดที่ให้การสนับสนุนศิลปะดนตรีพื้นบ้านก็ได้เล่าว่า ท่านเองก็มีความสนใจในดนตรีพื้นบ้านมานาน อยากให้เด็กรุ่นหลังได้รู้จักดนตรีพื้นบ้าน จึงเริ่มจากการที่ซื้อเครื่องดนตรีมา ๒ ชิ้น และให้เด็กๆ ในชุมชนมาฝึกกับครูคนหนึ่งซึ่งตนได้เชิญมาสอนให้กับเด็กๆ จนปัจจุบันก็สามารถขยายกลุ่มผู้เล่นและจำนวนเด็กๆ ที่หันมาสนใจดนตรีพื้นบ้านได้มากขึ้น
นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ จากกลุ่มเชียงใหม่จัดการตนเอง กล่าวว่าดีใจที่ได้ฟังความคิดเห็นของพี่น้องจากชุมชนวันนี้และตนอยากจะเชิญผู้ชุมชนทุกคนมาร่วมกันกำหนดนโยบายเชียงใหม่ร่วมกัน แทนที่จะเป็นหน่วยงานจากภาครัฐฝ่ายเดียว และก็หวังว่าทางพอช. จะให้การสนับสนุนกันไปตลอดไป
นายวิรัช เตรียมพงศ์พันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานบ้านมั่นคง พอช. ได้กล่าวในฐานะตัวแทน
จาก พอช. ว่าดีใจที่ได้มาเห็นกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ เป็นกิจกรรมที่น่ารักมาก บรรยากาศดี สถานที่ดี อากาศก็ดี เห็นแล้วรู้สึกอิจฉาคนเชียงใหม่ที่สามารถจัดงานแบบนี้ได้และได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย หลายจังหวัดเขาอาจจะอยากจัดงานอย่างนี้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถจัดได้เพราะทั้งความไม่พร้อมของสถานที่และการเชื่อมโยงเครือข่าย เชียงใหม่โชคดีที่มีภาคีความร่วมมือมากหน้าหลายตาและชุมชนชาวบ้านเองก็เข้มแข็ง ซึ่งสำหรับ พอช. แล้ว จุดประสงค์ของเราคือการสนับสนุนองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว จึงดีใจที่เห็นพลังของชาวบ้าน เห็นความตื่นตัวในการฟื้นวิถีชีวิตชุมชน ทั้งศิลปวัฒนธรรมและรักษาสถานที่อยู่อาศัยให้น่าอยู่ ซึ่งที่ผ่านมา พอช. ก็ได้ให้การสนับสนุนเมืองเก่าอยู่หลายแห่ง เช่น ที่แม่ฮ่องสอน
เราอยากเห็นการพัฒนาเมืองโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน กำหนดทิศทางเมืองด้วยคนในท้องถิ่นเอง ซึ่งสำหรับต่างประเทศเรื่องนี้เขาจะให้ความสำคัญมาก หากมีกิจกรรมใดของภาคประชาชนที่ประชาชนลุกขึ้นมาปกป้องรักษาบ้านเมืองของตนเอง ภาครัฐเขาจะให้การสนับสนุนเต็มที่ แต่บ้านเรายังเน้นที่เรื่องเศรษฐกิจ แทนที่จะรักษาความเป็นเมืองเมืองนั้นเอาไว้ หากการจะรักษาเมืองเชียงใหม่เอาไว้ไม่ให้โตผิดทิศทางอย่างกรุงเทพฯ สิ่งนี้ก็จะน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ขอให้ทุกคนรวมตัวกัน และขอขอบคุณที่ให้ผมมาร่วมในงานนี้
หลังงานเสวนาประสาคนกันเองในรูปแบบของเวทีเลิกแล้ว ก็ได้เวลารับประทานอาหารเย็นกันพอดี แต่กลุ่มย่อยเล็กๆ ยังคงพูดคุยกันถึงเรื่องเชียงใหม่จัดการตนเองยังคงดำเนินไปอย่างออกรสออกชาติ ท่ามกลางแสงตะเกียงวอมแวมและดนตรีพื้นบ้านที่ไพเราะ สงบ เยือกเย็น




