playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

        ck1-181255การประชุมของเครือข่ายชุมชนเมืองของกลุ่มประเทศในเอเชียหรือ Urban Poor Coalition Asia  (UPCA)  ซึ่งมีสมาชิกจาก 6ประเทศคือฟิลิปปินส์ เวียตนาม กัมพูชา สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ศรีลังกา และไทย  ในระหว่าง 15-16 ธันวาคม 2555 ที่เมืองชุมแพ จ.ขอนแก่น    ได้ใช้โอกาสนี้ในการศึกษาเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์งานงานพัฒนาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองในด้านอื่นๆกับขบวนชุมชนในเมืองชุมแพ 

 

        ได้สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นจากพื้นที่รูปธรรม ในงานพัฒนาของขบวนชุมชนเมืองในประเทศไทย ที่ชุมชนเมืองในเอเชียมีความสนใจและใช้เป็นพื้นที่ของการเรียนรู้  เป็นประสบการณ์ในการพัฒนาเมืองในเอเชียกว่า 100 เมือง ของ 19 ประเทศ ซึ่งมีเมืองชุมแพเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่สำคัญพื้นที่หนึ่ง

การพัฒนาที่อยู่อาศัยของชุมชนแออัดในเมืองชุมแพ

       ได้เริ่มดำเนินการในปี 2547 ด้วยการสำรวจข้อมูลของชุมชนในเมืองชุมแพ ในทุกเรื่องทั้งความเดือดร้อน เรื่องที่อยู่อาศัย หนี้สิน  โดยเป็นความร่วมมือระหว่างชุมชน เทศบาsanong-181255ลเมืองชุมแพและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  ส่งผลให้มีชุมชนทีขาดความมั่นคงในที่อยู่อาศัยซึ่งอยู่ในที่สาธารณะและของหน่วยงาน  รวมตัวกันเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยกว่า  900 ครัวเรือน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของสมาชิกที่เดือดร้อน สร้างระบบกลุ่มย่อย  ระบบการออม   พัฒนากลไกการทำงานในรูปแบบของคณะกรรมการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยระดับเมือง     ดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งในรูปของการเช่าในที่ดินเดิม และการจัดซื้อที่ดินใหม่ ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือพอช.เป็นหน่วยงานสนับสนุน  ปัจจุบันมีบ้านที่สร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่อาศัยแล้ว  ๓๕๑ หลังคาเรือน  ในพื้นที่ 8 โครงการ  ซึ่งมีทั้งในที่เช่าของกรมธนารักษ์และการสร้างบ้านในชุมชนใหม่

          นางสนอง รวยสูงเนิน ผู้ประสานงานเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ  เล่าว่าคณะดูงานต่างประเทศที่มาดูงาน จะสนใจในกระบวนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยที่ดำเนินการโดยผู้เดือดร้อนเป็นหลัก  ทำงานในระบบกลุ่ม ทั้งการออกแบบผังชุมชน  การออกแบบบ้าน  การส่งเสริมระบบการออมของชุมชน และการประสานหน่วยงานที่จะมาหนุนช่วยชุมชน ซึ่งได้มีการทำงานร่วมกับท้องถิ่นคือเทศบาล สถาบันการศึกษา สถาปนิคชุมชน และหน่วยงานต่างๆ

การออมและกองทุนคือเครื่องมือสำคัญของการพัฒนาเมือง

        ในทุกชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจะใช้กระบวนการกลุ่มย่อย  เป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการออม เนื่องจากชุมชนจะได้รับงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาล  เฉพาะงบพัฒนาสาธารณูปโภค  ส่วนงบประมาณในการสร้างบ้านและจัดซื้อที่ดิน   จะใช้สินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ซึ่งชุมชนต้องมีเงินออมของตนเองอย่างน้อย 10 % จึงสามารถใช้สินเชื่อได้  ส่วนในด้านงบประมาณเพื่อการพัฒนาสาธารณูปโภค ในบางพื้นที่ๆงบไม่เพียงพอทางเทศเมืองชุมแพได้ใช้งบอุดหนุนช่วยเหลือชุมชน  รวมทั้งการส่งเสริมเรื่องอาชีพ

         ประกอบกับยังมีครัวเรือนที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยกว่า  600 ครัวเรือนที่เป็นเป้าหมายของคณะกรรมการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยเมืองชุมแพ ให้ทุกคนในเมืองชุมแพต้องมีบ้าน จึงได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาที่ยู่อาศัยเมืองชุมแพในปี 2552  เพื่อเป็นเครื่องมือพิเศษของชุมชนในการขับเคลื่อนงานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย  โดยเงินกองทุนนี้มาจากการการออมของสมาชิกในโครงการ ซึ่งสมาชิกชุมชนที่ร่วมโครงการจะจัดสรรเงินออมเข้ากองทุนในทุกเดือน  รวมทั้งการสมทบจากมูลนิธิศูนย์ศึกษาและพัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชียหรือ ACHR จำนวน 1 ล้านบาท ปัจจุบันมีเงินกองทุนระดับเมืองรวมกว่า 3 ล้านบาท

      ck6-181255 การออมและกองทุน จึงเป็นเครื่องมือสำคัญของการขับเคลื่อนและพัฒนาสมาชิกทั้งระดับครัวเรือน  ชุมชน และเครือข่ายเมือง  กองทุนที่สำคัญในระดับชุมชนและเมืองจึงประกอบด้วยกองทุนที่อยู่อาศัยระดับเมือง  กองทุนสวัสดิการชุมชน  กองทุนนารวม กองทุนรักษาบ้านรักษาดิน  สมาชิกทุกคนจึงมีระบบการออมที่ต้องจัดสรรเผือผ่อนชำระค่าบ้าน  และค่าที่ดินหรือค่าเช่าที่ดินในบางชุมชน  และจัดสรรเงินออมเข้ากองทุนประเภทต่างๆดังกล่าวแล้ว ระบบเงินกองทุนเหล่านี้ชาวบ้านจะช่วยกันออกระเบียบว่าด้วยการเหลือสมาชิกในด้านต่างๆ ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย อาชีพ การศึกษารวมทั้งผู้ยากไร้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมกระบวนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในระบบปกติได้   เช่นที่ชุมชนโนนโพธิ์ทองมีบ้านให้คนชราที่ไม่มีคนดูแล  3 ครัวเรือนเป็นต้น  

        ตัวอย่างของการออมจากสมาชิกบ้านมั่นคงชุมชนชัยพฤกษ์ ซึ่งมีบ้านแฝด ขนาดพื้นทีรวม 30 ตารางวา คนละ 15 ตารางวา บ้านสองชั้น สองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ โดยมีพื้นที่ใช้สอยด้านข้าง ต้องจัดสรรเงินออมเพื่อผ่อนบ้านและดินและเข้ากองทุนต่างๆเดือนละประมาณ 1,800 บาท ซึ่งส่วนใหญ่ชาวบ้านจะมีภาระค่าใช่จ่ายเดือนละไม่เกิน 2,000 บาท สำหรับผ่อนบ้านและดินรวมทั้งการจัดสรรเข้ากองทุนประเภทต่างๆ  ที่เป็นการสร้างระบบร่วมกันของชุมชนในโครงการและเครือข่ายระดับเมือง  ทั้งนี้บ้านมั่นคงในเมืองชุมแพต้นทุนและราคาบ้านแต่ละหลังจะอยู่ที่ 150,000 – 200,000 บาท   

     นางสนอง รวยสูงเนิน ระบุว่าการสร้างวินัยทางการออมเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด  เพราะเงินที่รัฐบาลหรือหน่วยงานที่ให้มาย่อมมีวันหมด  แต่เงินออมของชาวบ้านแม้จะไม่กี่บาท แต่จะมีความหมายมากเพราะเป็นการสร้างทุนจากภายใน  ซึ้งชาวบ้านต้องสร้างทุกวันและสร้างต่อเนื่อง  เพื่อให้มีทุนภายในที่เข้มแข็ง เมื่อทุนภายในเข้มแข็ง  ทุนจากภายนอกจะตามมาช่วยชุมชนเอง

นารวมของเมืองชุมแพ

       สมาชิกชุมชนของเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ     ในอดีตมาจากชาวชนบทที่สูญเสียที่นา ที่ทำกิน ซึ่งได้อพยพมาอยู่ในชุมชนเมือง  และบางชุมชนยังเช่าที่เพื่อการทำนาเช่นชุมชนบ้านร่มเย็น  จึงมีความคิดร่วมกันว่า เมือหลายครัวเรือนมีบ้านที่มั่นคงแล้ว   สิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งที่แน่นอนคือการซื้อข้าวสาร จึงคิดจะมีที่นารวมของเครือข่ายให้เป็นพื้นทีปลูกข้าว   คิดฝันว่าอยากจะมีพื้นที่ทางอาหารไว้ให้กับลูกหลานในอนาคตด้วย  เมื่อมีที่ดินประกาศขายจึงชวนสมาชิกในโครงการลงขั้นซื้อที่นาจำนวน 38 ไร่ ในเมืองชุมแพ จากธนาคารออมสินในราคา 2.6 ล้านบาท ในปี 2554  โดยใช้สินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือพอช.

       เมื่อมีที่นาก็ต้องมีการจัดการ จึงได้หารือและจัดให้มีคณะกรรมการบริหารนาck5-181255 จำนวน  15 คน ซึ่งเป็นสมาชิกที่ทำนา และมีผู้จัดการนาในปัจจุบันคือนายศรีอาน ปะดา    โดยมีผู้ถือหุ้นจากชุมชนใน 7 โครงการจำนวน 150 หุ้นๆละ 150 บาท ในแต่ละเดือนจึงมีเงินหุ้นเข้าจำนวน  22,500 บาท

       ผู้จัดการนาเล่าว่าในช่วงที่ผ่านมา หลังจากซื้อมีการทำนาแล้ว 3 รอบ คือปีละ 2 ครั้ง หรือ 2 รอบ ได้ข้าวประมาณ 15 เกวียน มีเงินรายได้จากการทำนารอบละ 150,000 170,000 บาท โดยในช่วงห้าปีแรกรายได้ดังกล่าวจะใช้ชำระหนี้ค่าที่นาให้หมด ซึ่งต้องชำระปีละ 2 รอบๆละ 200,000 บาท  จึงยังไม่ได้จัดสรรปันผลให้สมาชิกที่ถือหุ้น แต่มีนโยบายขายให้สมาชิกและขายฝากจำนำ ทั้งนี้ต้นทุนการปลูกข้าวจะอยู่ที่ไร่ละประมาณ 3,500 3,700 บาท/ไร่

     คณะกรรมการนาจึงมีบทบาทการในดูแลผลผลิตทั้งระบบ   และเป็นผู้ชำนาญการในเรื่องการทำนา

ทิศทางการพัฒนาเมืองของเครือข่ายชุมชนเมืองชุมแพ

        คณะกรรมเครือข่ายชุมชนเมืองชุมแพ มีแผนทิศทางที่สำคัญหลายเรื่อง ที่สำคัญได้แก่ การเตรียมความพร้อมในการรับประชาคมอาเซี่ยน  การส่งเสริมการออมและพัฒนาเครือข่ายเด็กและเยาวชน  การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มองค์กรสมาชิก  การพัฒนาระบบการเงินและบัญชีให้เป็นปัจจุบัน  การพัฒนาระบบและศูนย์ข้อมูลของชุมชน  การพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนของเครือข่ายเมืองชุมแพ  รวมทั้งการสนับสนุนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้เดือดร้อนในชุมชนกว่า 600 ครัวเรือนเป็นต้น

         ck4-181255 สำหรับการเตรียมความพร้อมของชุมชน ในการรับมือกับประชาคมอาเซียน  นายสมเกียรติ ดีบูญมี นายกเทศมนตรีเมืองชุมแพได้ฝากประเด็นความห่วงใยว่า ในพื้นทีเมืองชุมแพจะได้รับผลกระทบเรื่องการจ้างงาน   เนื่องจากมีแรงงานราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้าน  อีกทั้งพื้นที่ปลอดภาษีในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง รวมทั้งพืชผลผลิตทางเกษตรที่ส่งมาจำหน่ายในบ้านเรา ซึ่งทางเทศบาลจะมีการประชุมร่วมกับชุมชนทั้งหมดในเมือง  และกล่าวชื่นชมการทำนารวมของชุมชนว่าเป็นตัวอย่างของการรับมือกับประชาคมอาเซี่ยน   เพราะการมีพื้นที่ทางอาหารเป็นความมั่นคงอย่างยิ่งของชุมชน ซึ่งจะต้องรักษาพื้นที่นี้ไว้ให้ดี  รวมทั้งพื้นที่ของชุมชนในโครงการบ้านมั่นคงต้องรักษาไว้ไม่ให้หลุดมือ เพราะที่ดินจะมีราคาสูงขึ้น นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพกล่าว

เมืองชุมแพพื้นที่สำคัญในการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองของชุมชนในเอเชีย

      นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา   เลขาธิการมูลนิธิศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย กล่าวว่า  ตัวอย่างการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดการงานพัฒนาของขบวนชุมชนเมืองในประเทศไทย   ได้รับสนใจและเป็นพื้นที่ศึกษาการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของหลายประเทศในเอเชีย  somsuk-181255เพราะหลายเมืองต่างก็มีปัญหาชุมชนแออัด กระบวนการทำงานของขบวนชุมชนเมืองในประเทศไทย ในทิศทางที่ให้ผู้เดือดร้อนลุกขึ้นมาจัดการตนเองและทำพร้อมๆกันทั้งเมือง  ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จึงมีตัวอย่างและพื้นที่รูปธรรมของความสำเร็จให้หน่วยงาน ผู้บริหารและผู้นำชุมชนในประเทศอื่นๆ ได้มาเรียนรู้และศึกษาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการทำงานพัฒนาโดยผู้เดือดร้อนในชุมชนเมืองกว่า 100 เมือง ใน 19  ประเทศ นางสาวสมสุขกล่าว

 cf11-181255 ck2-181255 ck3-181255 cf12-181255 ck8-181255 ck9-181255

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter