playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

hr3-181255เนื่องในโอกาสวันสิทธิมนุษยชนสากล ๑๐ ธันวาคม ของทุกปี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและองค์กรเครือข่ายจึงได้ร่วมกันจัดงานวันสิทธิมนุษยชนสากลขึ้น โดยปีนี้ได้จัดในวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๕ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารบี ลานเอนกประสงค์

ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยกล่าวว่า งานวันสิทธิมนุษยชนได้ถูกจัดขึ้นทุกปีเพื่อรณรงค์เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนให้ประชาชนได้รับรู้และเรียนรู้ร่วมกันในวงกว้าง รวมทั้งให้ได้รับทราบข้อมูลของหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ทำงานเพื่อส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยปีนี้หัวข้อที่คณะกรรมการสิทธิฯ ให้ความสำคัญและหยิบยกขึ้นมาพูดถึงคือ “เมื่อถูกละเมิดสิทธิ ความจริงต้องปรากฏ” นั่นหมายความว่า ไม่ว่าประชาชนจะคิดต่างกันอย่างไร แต่ถ้าถูกกระทำ ไม่ว่าจากบุคคลใด สิ่งที่ถูกกระทำนั้นจะต้องไม่ถูกปกปิด จะต้องเผยแพร่ให้คนอื่นรับรู้ เพื่อแก้ไขต่อไป

หลังจากนั้น พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ก็ได้ให้เกียรติมากล่าวปาฐกถา โดยได้ยกตัวอย่างwachiramethi-181255เหตุการณ์ต่างๆ ในประวัติพุทธศาสนาอันสะท้อนให้เห็นว่า ศาสนาพุทธของเรานั้นเป็นศาสนาให้สิทธิความเป็นมนุษย์สูงมาก ไม่ว่าการให้โอกาสคนทุกชนชั้นนับถือศาสนาเดียวกันโดยไม่แบ่งแยกวรรณะ หรือการที่ท่านอนุญาตให้ผู้หญิงมีสิทธิบวชได้ในขณะที่สังคมอินเดียนั้นกีดกันโอกาสของผู้หญิงอย่างสูง

 จากนั้น ก็ได้มีการมอบรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนประจำปี ๒๕๕๕ ประเภทรางวัลเกียรติยศ “ผู้อุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชน” บุคคลชายได้แก่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี บุคคลหญิง ได้แก่ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ และรองศาสตราจารย์ดร.สายสุรี จุติกุล

รางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนประจำปี ๒๕๕๕ ประเภทบุคคลชาย ได้แก่ นายวีระ สมความคิด บุคคลหญิงได้แก่ นางสาวอรุณี ศรีโต ประเภทเด็กและเยาวชนชายได้แก่ นายพีรพล บงค์บุตร ประเภทเด็กและเยาวชนหญิง ได้แก่ นางสาวมินตรา จันทร์นวล ประเภทบุคคลภาคสื่อมวลชน ได้แก่ นางสาวณาตยา แวววีรคุปต์ ประเภทนักสิทธิมนุษยชนชุมชนชาย ได้แก่ นายเสด็จ เขียวแดง ประเภทนักสิทธิมนุษยชนชุมชนหญิง ได้แก่ นางเกษร ศรีอุทิศ, ประเภทองค์กรภาครัฐ ได้แก่ เทศบาลตำบลบ้านกลาง จังหวัดลำพูน ประเภทองค์กรสื่อสารมวลชนหรือรายการที่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ได้แก่ สถาบันอิศรา

hr2-181255วงเสวนาเรื่อง “เมื่อถูกละเมิดสิทธิ ความจริงต้องปรากฏ งดย่ำยีผู้เสียหาย” เริ่มต้นขึ้นถัดจากการมอบรางวัล ซึ่ง นางสาวรสิตา ซุยยัง ซึ่งเป็นหนึ่งในคนไทยพลัดถิ่น (คนไทยที่ยังไม่ได้รับสัญชาติ) จ.ระยอง ก็ได้สะท้อนถึงการละเมิดสิทธิของคนในชุมชนที่ไม่มีโอกาสได้สิทธิความเป็นไทยทั้งที่มีหลักฐานแสดงตนมากมาย รวมถึงการปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรติจากส่วนราชการแม้ว่าจะมีมติจาก ครม. ให้สิทธิพวกตนได้สิทธิที่เท่าเทียมก็ตาม ดังนั้น ตนจึงอยากขอร้องกรรมการสิทธิให้ฟ้องต่อศาลปกครองกรณีคนไทยพลัดถิ่นที่จ.ระยอง

นายบุฮันนุดีน สมะยี ได้มาสะท้อนถึงปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเขาเห็นว่า กฎหมายพิเศษทั้งสามฉบับไม่ว่า กฎอัยการศึก พรบ.ฉุกเฉิน พรบ.ความมั่นคง ล้วนแต่เป็นการเปิดทางไปสู่ความรุนแรง ที่ทำให้ภาครัฐสามารถกระทำต่อประชาชนได้ และยิ่งมีการปฏิบัติรุนแรงต่อประชาชนมากเท่าไหร่การต่อต้านก็จะมีมากเท่านั้น

นายนที ธีระโรจนพงษ์ ได้กล่าวว่า ตนของพูดในฐานะคนเพศที่สาม ซึ่งตนจะมีสำนึกเรื่องสิทธิมากกว่าคนปกติเพราะว่า เกย์ ทอม ดี้ กระเทย ล้วนถูกกดดันจากสังคมเป็นอย่างมาก และตนจะต่อสู้เรียกร้องในเรื่องสิทธิไปตลอดจนกว่าคนเพศที่สามจะได้รับความยุติธรรม เข้าใจ ยอมรับ และปฏิบัติต่อพวกตนเช่นคนปกติอื่นๆ และต้องไม่มีกฎหมายห้ามคนเพศเดียวกันแต่งงานกัน ถ้าหากคนเหล่านี้บรรลุนิติภาวะและต้องการแต่งงานกัน ก็ควรทำได้

นางพิกุล พรหมจันทร์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ญาติของผู้ตายจากการฆ่าตัดตอนกรณีปราบปรามยาเสพติดยุคอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ได้สะท้อนถึงความเจ็บปวด การละเมิดสิทธิของหลานชายกระทั่งถูกฆ่าแขวนคอจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งที่มีพยานหลักฐานและศาลได้ตัดสินจำคุกผู้กระทำผิดไปแล้ว แต่ปรากฏว่าผู้กระทำผิดเหล่านั้นกลับไม่ได้รับโทษผิด แต่ยังกลับได้รับความดีความชอบเป็นนายตำรวจดีเด่นถึงสองปีซ้อน นี่เป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่ไม่มีความชอบธรรมในสังคมไทยและทำให้เห็นว่าคนไทยเราถูกละเมิดสิทธิแค่ไหน

hr1-181255ในงานนี้นอกจากกิจกรรมเวที การแสดง และวงเสวนาแล้ว ยังมีกิจกรรมการแสดงนิทรรศการเผยแพร่งานส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขององค์กรต่างๆ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ก็ได้เข้าร่วมแสดงด้วย โดยมีหัวข้อการนำเสนอในเรื่องสิทธิว่า “สิทธิชุมชน คือ ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter