เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ที่ผ่านมา คณะทำงานวิชาการ ในประเด็นธรรมนูญภาคประชาชน ได้มีการประชุมหารือการจัดทำร่างคู่มือธรรมนูญภาคประชาชน และแผนการขยาย ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือพอช. หลังจากได้มีการรับฟังตัวอย่างธรรมนูญของประชาชน ที่นำไปสู่การจัดการตนเองของชุมชนในหลายพื้นที่ เช่นธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริฐ ธรรมนูญลุ่มน้ำภูมี จ.สงขลา
รวมทั้งคู่มือกระบวนการยกร่างเพื่อจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่น โดยมีตัวอย่างข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทาและแม่ทาเหนือ ในการนี้นายไพสิฐ พาณิชยกุล ได้วิเคราะห์ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างธรรมนูญภาคประชาชนกับรัฐธรรมนูญ พร้อมร่างบทบัญญัติเพื่อเสนอไว้ในรัฐธรรมนูญ ในหมวดสิทธิเสรีภาพ ในส่วนที่ว่าด้วยสิทธิชุมชนและสิทธิในการปกครองเพื่อการจัดการตนเอง หมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในส่วนแนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน และหมวดการปกครองส่วนท้องถิ่นและระบบการปกครองเพื่อการจัดการตนเองในระดับชุมชน
ดร.อเนก เหล่าธรรมทัศน์ มีความเห็นว่าการจัดการตนเองหรือปกครองตนเองของชุมชน สามารถทำได้ในระดับเล็กเช่นในระดับหมู่บ้าน ชุมชน หรือตำบล เพราะสามารถจัดการง่ายกว่าในระดับจังหวัดหรือระดับชาติ ในระดับจังหวัดอาจทำได้ในเรื่องแผนและวิสัยทัศน์
ในขณะเดียวกันนายโชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานฯมีความเห็นว่าการจัดการตนเองจากพื้นที่เล็กแต่ทำในเชิงคุณภาพ ซึ่งมีรูปธรรมในหลายพื้นที่ ควรสนับสนุนให้มีการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ๆหลากหลายพร้อมข้อเสนอเชิงนโยบาย
โดยคณะทำงานมีความเห็นว่าการขับเคลื่อนธรรมนูญประชาชน แม้จะมีเป้าหมายเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในประเด็นธรรมนูญภาคประชาชน เพื่อนำเสนอพิจารณาในที่ประชุมสมัชชาปฏิรูปครั้งที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๖ แต่ควรมีการสื่อสารกับสังคมในสิ่งที่ประชาชนได้ดำเนินการตามกฎ กติกา ข้อบัญญัติ ที่ชุมชนในหลายพื้นที่ได้ได้ช่วยกำหนดหรือยกร่าง โดยเรียกว่าธรรมนูญของชุมชน และได้ใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาหรือการจัดการตนเอง ในระดับต่างๆและในการประชุมครั้งหน้าจะมีการดูสาระสำคัญของธรรมนูญภาคประชาชนและแผนการขยายขบวนการ ในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ในการจัดสมัชชาปฏิรูประดับชาติ ครั้งที่สาม ประจำปี ๒๕๕๖
ที่จะจัดขึ้นในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม- ๒ มิถุนายน ๒๕๕๖ ซึ่งมีศ.นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธานฯ ได้กำหนดระเบียบวาระรวม ๖ วาระ โดยประเด็นเรื่องธรรมนูญภาคประชาชน เป็นหนึ่งในหกวาระ ซึ่งมาจากข้อเสนอของคณะกรรมการเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป เพื่อให้การเตรียมวาระนี้มาจากการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงได้จัดตั้งคณะทำงานวิชาการเฉพาะประเด็นธรรมนูญภาคประชาชนจำนวน ๒๐ คน โดยมีนางสาวสมสุข บุญญะบัญชาเป็นประธาน ทำหน้าที่พัฒนาเอกสารและร่างข้อเสนอเชิงนโยบายในประเด็นธรรมนูญภาคประชาชน




