playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

khp4-230156“ให้อยู่เย็นเป็นสุข มั่นคงถาวร ครอบครัวอบอุ่น ให้ค้ำให้คูณให้โชคให้ลาภ เอ้าเด้อ...โห่ฮิ้วววว” พลันสิ้นเสียงตะโกนโห่ร้องของเหล่าบรรดาญาติมิตรที่ต่างช่วยกันจับประคองเสาเอก และเสาโทขึ้นทีละต้น และตึงไม้ค้ำ ตามฤกษ์ผานาที 08.29 น. 09.00 น. และเวลา 09.09 น. เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2556 ของชาวบ้านวังยาว หมู่ 3 ต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว จำนวน 3 ครอบครัว

          ซึ่งเกิดจากการขับเคลื่อนงานพัฒนาของชาวบ้านตำบลคลองหินปูน นับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ที่ได้ลุกขึ้นมาจัดการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยด้วยตนเอง  ด้วยการรวมกลุ่มผู้เดือดร้อน การผลักดันให้เกิดกองทุนเพื่อการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย  ผ่านการเรียนรู้ลองผิดลองถูก เกิดผลรูปธรรมที่สามารถแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากไร้ 17 ครัวเรือน แก้ปัญหาที่ดินทำกิน 36 ครัวเรือน บนแปลงที่ดินหลายแปลงรวมทั้งหมดกว่า 70 ไร่ อันเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของการรวมพลังของคนคลองหินปูน

            นายบุญเลิศ คมแสน สมาชิกกองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัยตำบลคลองหินปูน กล่าวอย่างดีใจว่า “แค่มีเสาให้เห็นก็รู้สึกชื่นใจ ก่อนจะทำพิธียกเสาเอก เสาโท ได้มากางมุ้งนอนรออยู่ที่นี่หลายวันแล้วเพราะรู้สึกตื่นเต้น เมื่อก่อนไม่เคยมีความหวัง เพราะที่จะซุกหัวนอนก็ไม่มี เปรียบเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ จากชีวิตที่มืดมนกลับมามีความหวังอีกครั้ง”

เช่นเดียวกับนายณัฐวุฒิ ศรีวันดี และนายทองสา ไชยมา ที่ต่างรู้สึกมีความสุข กับการลงหลักปักฐานสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว ซึ่งวันนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่พวกเขาต่างรอคอย พิธียกเสาเอกเสาโทบ้านหลังแรกของพี่น้องผู้เดือดร้อน 3 ใน 16 ครอบครัว บนแปลงที่ดินขนาด 4 ไร่ 1 งาน 25 วา ที่ บ้านวังยาว ม.3 ต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ซึ่งแบ่งสรรปันกันที่ครอบครัวละ 95 ตารางวา และยังมีที่บางส่วนกันไว้สำหรับเป็นพื้นที่ส่วนกลางร่วมกันอีกด้วย

เส้นทางการแก้ปัญหาด้วยพลังของชุมชน

        laongdao-230156กว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ได้ นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง ประธานเครือข่ายคณะแก้ไขปัญหาที่ดินตำบลคลองหินปูน บอกเล่าถึงพัฒนาการของการแก้ไขปัญหาให้ฟังว่า มีจุดเริ่มเมื่อปี 2547   ด้วยการจัดทำข้อมูลชุมชน ศูนย์ข้อมูลชุมชนท้องถิ่น การสำรวจข้อมูลครัวเรือนในหมู่ 6 เพื่อหาทางการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อน ทำให้รู้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ซึ่งช่วงก่อนหน้านั้นชาวบ้านยังไม่กล้าต่อสู้เพราะกลัวตายจากอำนาจของนายทุนและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ซึ่งทุกคนรู้ว่ามีปัญหาแต่ยังไม่ร่วมกันแก้ และมีการวิเคราะห์ศักยภาพตำบล มองทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ที่เป็นจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค

       เมื่อปี 2548 เริ่มสร้างพื้นที่รูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินนำร่อง หมู่ 6 มีกลุ่มชาวบ้านที่เดือดร้อน 20 ราย เช่าที่ดินเอกชน ทำกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกหน่อไม้ฝรั่ง แต่พบปัญหา คือค่าเช่าที่ดินมาก เป็นราคาไร่ละ 3,000 บาทต่อปี

      ต่อมาปี 2549-2550 มีการพัฒนาคุณภาพพื้นที่รูปธรรม ระดมการออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนชุมชน เริ่มเจรจาเจ้าของที่ดินที่ครอบครองสิทธิที่ดินเอกสารสิทธิสปก. 4-01ก เพื่อขอซื้อที่ดิน

      ปี 2551 มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน แรกเริ่มจำนวน 9 หมู่บ้านสมาชิก 385 คน และจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน มีกลุ่มองค์กรเข้าร่วม 44 กลุ่มจาก 16 หมู่บ้าน ซึ่งมีการใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือ เชื่อมโยงหมู่บ้านพัฒนากองทุนสวัสดิการทั้งตำบล พร้อมระดมสภาพปัญหาที่ดินทำกินทั้งตำบล และเชื่อมโยงการทำงานกับเครือข่ายขบวนจังหวัด

       ปี 2552 ขยายพื้นที่การแก้ไขปัญหาที่ดินเป็น 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 2, 4, 6 และ 11 และเริ่มนำระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ GIS ในการแก้ไขปัญหาที่ดิน

       ปี 2553-2554 ขยับการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งตำบลร่วมกับท้องถิ่น มีการทำหนังสือขอใช้ที่ดินกับสปก./เจรจากับหัวหน้าปฎิรูปที่ดิน เริ่มจัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินตำบล จัดตั้งกองทุนที่ดิน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2553 เพื่อเป็นทุนภายในในการจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินของตนเอง และจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรตำบล เพื่อเช่าที่ดินกับเจ้าของที่ดิน รวมถึงดำเนินแผนการรางวัดแปลงที่ดินทุกหมู่บ้าน ลงระบบ GPS เป็นผังตำบลที่นำข้อมูลของทุกหมู่บ้านมาวิเคราะห์ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น ผู้นำหมู่บ้าน และนำเข้าเวทีประชาคมทุกหมู่

      ซึ่งการจัดตั้งกองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัยตำบลคลองหินปูนนั้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนในตำบลคลองหินปูน ด้วยการรวมกลุ่มพึ่งพาตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมแห่งทุนนิยม สร้างวิถีชีวิตแบบพอเพียง เป็นชนบทแห่งความเอื้ออาทร เป็นการสร้างคุณค่าบนพื้นดินที่ได้มาอย่างยั่งยืน  และสร้างปัจจัยสี่ของประชาชนให้มีสวัสดิการถ้วนหน้า นายละอองดาว กล่าวสรุป

การพัฒนาข้อมูลจากผังชีวิตชุมชน สู่การจัดตั้งกองทุนที่ดิน

      นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง ให้ข้อมูลต่อว่า คนจนส่วนใหญ่ที่ผ่านมาเรามีแต่ “จน เครียด แล้วกินเหล้า” แต่เราจะเปลี่ยนให้เป็น “จน เครียด ทำผัง” กว่า 8 ปี หลังจากที่เริ่มลงมือแก้ปัญหา ปัจจุบันที่ตำบลคลองหินปูนสามารถจัดหาที่ดินให้กับสมาชิกจำนวน 5 แปลง รวม 64 ไร่ มีงบประมาณจากกองทุนต่างๆ ในตำบล หมุนเวียน 10 ล้านกว่าบาท เกิดทีมงานที่ชัดเจนจากผู้เดือดร้อนลุกขึ้นมาจัดการเอง เกิดการแก้ปัญหาข้อพิพาทที่มีมา 50 กว่าปี อีกทั้งยังเกิดการแบ่งปันที่ดินขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จำนวน 300 ไร่ เกิดการขอเช่าที่ดินธนารักษจำนวน 22 ไร่ เกิดการยกเลิกโรงงานมันสัปปะหลัง เกิดการใช้กองทุนในการซื้อที่ดิน และซ่อมสร้างไปแล้ว 60 กว่าหลัง

  khp2-230156 หากเราไม่ทำอีกสิบปีข้างหน้าราคาที่ดินเราจะซื้อได้หรือไม่ ถ้าเราขายที่ดินที่มีอยู่แล้วลูกหลานเราจะอยู่อย่างไร การทำแผนที่ทำมือ ผังตำบล ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้เราเห็นปัญหา และข้อมูลของผู้เดือดร้อน

เริ่มจากการออมของกลุ่มผู้เดือดร้อน มีสมาชิกร่วมจัดตั้งกองทุนที่ดิน 390 คน มีเงิน 4 ล้านบาท สร้างวินัยการออมกับผู้เดือดร้อนไม่มีที่ดินทำกิน คือออมเงินฝากเดือนละ 50 บาท เรื่องที่อยู่อาศัย ออมเดือนละ 200 บาท หากจะสร้างบ้านใหม่จะให้กู้ 70,000 บาท ส่งคืน 700 ต่อเดือน หรือจะกู้ซ่อมบ้านไม่เกิน 20,000 บาท ส่งคืนเดือนละ 500 บาท ซึ่งผู้กู้ต้องมีการออมเงิน 10 เปอร์เซ็นต์ของยอดกู้ด้วย

       นายละอองดาว กล่าวต่อว่า กว่าจะถึงวันนี้คนคลองหินปูนได้ผ่านความทุกข์ยากโดนไล่ที่ ย้ายหนี ต้องหามกระท่อมน้อยจากที่ดินทำกินหนี ซึ่งพวกเรามีการต่อสู้ทุกวิถีทาง เมื่อได้เรียนรู้ GPS ระบบข้อมูลสารสนเทศกับทาง พอช.แล้ว จึงทำข้อมูลที่ดินเพื่อไปยืนยันกับทาง สปก. กับหน่วยงานต่างๆ จนที่สุดเราก็ได้ที่ดินแปลงแรกมา ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของสหกรณ์  

    ในส่วนของกองทุนที่นั้น เราใช้ต้นทุนจากองค์กรการเงินที่มีอยู่มาโยงกัน โยงกองทุนสวัสดิการ กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์ กองทุนที่ดิน กองทุนของวัด รวบรวมมาส่งที่สถาบันฯ แยกเงินต้น และดอกเบี้ย วางระบบ และมีกรรมการซึ่งมีตัวแทนจากทุกองค์กรในตำบลมาร่วมบริหารจัดการร่วมกัน

    เราใช้แผนที่ทำมือนำไปสู่การวิเคราะห์ตนเอง เห็นปัญหาร่วมกันของคนในตำบล เริ่มต้นจากตัวเราก่อนเห็นข้อมูลทั้งระดับหมู่บ้านและตำบล จนเกิดแผนและผลลัพธ์ หากเรารอเพียงความช่วยเหลือของรัฐบาล คอยพึ่งพาคนอื่นนั้นปัญหาก็ไม่หมดไป  เราควรสร้างทุนในการแก้ปัญหา จากเดิมรอพึ่งคนอื่นมาเป็นพึ่งตนเอง เมื่อรัฐ หรือท้องถิ่นเห็น เขาจะเข้ามาหนุนเสริม คนเดียหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนสบาย อะไรก็แก้ได้ เริ่มจากเล็กและเติบโตในท้ายสุด

  “แม้ที่คลองหินปูนจะมีกองทุนทั้งหมดหลายแบบ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาในเชิงนโยบาย ในเชิงโครงสร้างได้ หากคนเดือนร้อนไม่มานั่งคุยกัน การแก้ปัญหาก็สามารถเป็นไปได้ และเมื่อเรารวมกลุ่มกัน ขยายพื้นที่ออกไปให้มากเท่าที่ทำได้ เราก็สามารถต่อรองในระดับนโยบายได้ เราสามารถจัดการที่ดินได้ จนขยายไปสู่เรื่องอื่นๆ อย่างการจัดการน้ำ การพัฒนาอาชีพ นำไปสู่ความมั่นคงของคนคลองหินปูนในท้ายสุด” นายละอองดาว กล่าวทิ้งท้ายการสนทนา

     อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความคืบหน้าในเรื่องนโยบายโฉนดชุมชน เรื่องธนาคารที่ดิน เรื่องการปฏิรูปที่ดิน ยังไม่เดินหน้า หากคนคลองหินปูนเพียงแต่ร้องขอ รอความช่วยเหลือจากภายนอก ไม่เริ่มลุกขึ้นมาจัดการตนเองอย่างที่ทำตลอดมา ภาพของความปิติยินดีอย่างวันนี้คงไม่เกิด ถ้ามัวแต่หวังนักการเมือง คงเป็นชาติหน้าตอนบ่ายๆ กระมัง นายละอองดาวกล่าว

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter