playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

mk1-240156เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๖ สภาองค์กรชุมชนตำบล ร่วมกับ สภาพัฒนาการเมือง สำนักงานจังหวัดสมุทรสงคราม สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน  ในนาม โครงการจังหวัดนำร่องประชาธิปไตยชุมชน จังหวัดสมุทรสงคราม จัดเวทีสาธารณะ “เมื่อโลกท้าทายถึงบันไดบ้าน เราจะจัดการกันอย่างไร” ได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัด นายนายธนน  เวชกรกานนท์ เป็นประธานเปิดงาน

          คงปฏิเสธไม่ได้ว่าจังหวัดสมุทรสงครามในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมา ติดกระแสการท่องเที่ยวและมีการสื่อสารผ่าน Social Media อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในครั้งหนึ่งของชีวิตต้องได้มาสัมผัสกับตลาดริมน้ำที่ใหญ่ที่สุดอย่างตลาดน้ำอัมพวา หรือนั่งเรือชมวิถีชีวิต และหิ่งห้อย ทำให้พื้นที่ดังกล่าวคึกคักไม่น้อย ส่งผลให้มีพ่อค้าแม่ค้าจากต่างถิ่นมาจับจองพื้นที่ค้าขาย และขยายพื้นที่ตึกรามบ้านช่องออกไปอย่างไม่มีขีดจำกัด แม้กระทั่งธุรกิจที่พักทั้งรีสอร์ท โฮมสเตย์ หรือประเด็นเผ็ดร้อนของโรงแรมชูชัยบุรี ที่สร้างความหวั่นกลัวในประเด็นการกว้านซื้อที่ดินจากแหล่งทุนภายนอก  ให้กับคนในพื้นที่และนักพัฒนาที่เกี่ยวข้องไม่น้อย ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการจัดเวทีวิเคราะห์ต้นทุนในพื้นที่ ผลกระทบที่เกิดขึ้นในชุมชน รวมทั้งการถอดบทเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อร่วมกันจัดการในพื้นที่ระดับตำบล เพื่อให้เห็นภาพของจังหวัดทั้งภายในและภายนอก เกิดการสร้างสังคมประชาธิปไตยร่วมกัน

          นายธนน  เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวนโยบาย ภายใต้หัวข้อ เป้าหมายร่วมกัน คือพลังที่ยิ่งใหญ่ว่า งานนี้เป็นงานที่สำคัญ คิดว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง เป็นเรื่องที่เราต้องทำงานร่วมกัน และมาร่วมรับฟัง เมื่อพี่น้องมีอะไรก็จะได้พูดคุยกัน เพื่อสร้างความร่วมมือไปสู่อนาคตร่วมกัน ทุกอย่างไม่อยู่นิ่ง มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ประเพณี ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงอารมณ์ แต่เราจะจัดการอย่างไร ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

          “เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่พี่น้องประชาชนต้องมาบริหารจัดการร่วมกัน mk7-240156ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย แต่เราจะใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างไร วันนี้มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีกรรมการหมู่บ้าน มีนายก อบต. อสม.  เรามีหน้าที่เดียวกัน แต่มีความหลากหลายวิธีการ โครงสร้างที่มีอยู่แล้วที่จะทำให้เราทำงานร่วมกัน เพื่อนำมาสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ไม่ว่าโลกหรือสถานการณ์เปลี่ยน แต่เรายังคงยืนหยัดในความเป็นตัวตนของเรา อยากเห็นความร่วมมือ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชน  ขณะเดียวกันเราก็ต้องฟังนโยบายของรัฐบาลเช่นกัน เช่น ปัญหาท้องก่อนวัย จังหวัดสมุทรสงคราม จัดเป็นลำดับที่ ๑ ของประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาของเราทั้งหมด และเป็นปัญหาละเอียดอ่อนที่พวกเราต้องมาร่วมกันแก้ไข ต้องมาร่วมมือกัน”

          บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น แลกเปลี่ยนต้นทุนที่มีในพื้นที่จาก ๓๖ ตำบล ๓ อำเภอ                  จ.สมุทรสงคราม ไม่ว่าจะเป็นงานแสดงศิลปะวัฒนธรรม อาหารพื้นบ้าน การแสดงนิทรรศการ ทั้งนี้ในเวทีดังกล่าวมีเจตนารมณ์เพื่อสร้างสำนึกทางการเมืองภาคพลเมืองในการนำร่องประชาธิปไตยชุมชน ให้ประชาชนมีความเข้าใจในการจัดการตนเองอย่างมีส่วนร่วมอย่างมีความสุข ในการนี้มีเวทีสานเสวนาในหัวข้อ “เมื่อโลกท้าทายถึงบันไดบ้าน เราจะจัดการอย่างไร” โดยนายชัยวัฒน์  ถิระพันธ์  อาจารย์สนม  ผิวงาม และนายวิฑูรย์  เลี่ยนจำรูญ

          นายชัยวัฒน์  ถิระพันธ์ สถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม กล่าวว่า อยากชวนทุกท่านได้คิด ว่าเมื่อเราจะรับมือกับความท้าทายและภัยคุกคามอย่างไร  ซึ่งเราต้องรู้จักตนเองว่าเรามีจุดแข็ง จุดอ่อนอะไรบ้าง บางทีเราอยู่กับสิ่งนี้มานานจนหยุดคิดไป เวลาผ่านไป ๑๒ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ถึงปัจจุบัน มีธุรกิจที่พักและร้านอาหารเกิดขึ้นมากเป็น ๑๐ เท่า ณ ขณะเดียวกันเราจะมองวิเคราะห์ต้นทุนที่เรามีอยู่อย่างไร

          “สมมติว่าเราลองวัดแม่น้ำลำคลอง ที่แยกย่อยสาขาจากแม่น้ำแม่กลอง น่าจะสักประมาณ ๔ พันกิโลเมตร มันน่าทึ่งมากว่าคนแม่กลองมีลำคลองและแม่น้ำที่ยาวมากในพื้นที่เพียงแค่นี้ ซึ่งความยาวเหมือนเดินทางไปปักกิ่งเลยทีเดียว สิ่งที่เป็นข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ทั้งธรรมชาติให้และมนุษย์สร้างขึ้นมามันบอกอะไรเราบ้าง ชาวแม่กลองมีวัดทั้งหมด ๑๑๐ วัด ประชากรประมาณเกือบ ๒ แสนคน วัดกับชุมชนบอกอะไรเรา แล้วเราใช้วัดกับชุมชนอย่างไร และที่น่าสนใจคือคนแม่กลองเป็นใคร มาจากไหน ที่นี่ผูกพันธ์กับราชวงค์จักรีอย่างมาก เช่น วัดภูมรินทร์ วัดกุลีทอง เหล่านี้ล้วนแล้วเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้จักตัวตนของเราเอง”

         mk2-240156 ด้านอาจารย์สนม  ผิวงาม รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ผมเป็นคนแม่กลอง ผมเกิดในเรือ อยู่ในเรือ ที่เราทำมาแล้วในอดีตเป็นจุดบกพร่องหลายอย่างที่ต้องพัฒนา จ.สมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่มีวัดมากที่สุดในประเทศไทย เพราะคนสมุทรสงครามมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเงินทองก็เอาไปสร้างวัดให้ลูกเขาไปเล่น ที่เราฝากฝังให้ลูกหลานของเราไว้ ที่สำคัญคือน้ำใจ

          “ตนเคยพูดหลายที่ว่า เราอย่าให้บางช้างของเราเป็นเหมือนบางมดเลย นั่นคือ อย่างไปสร้างตึกรามใหญ่โต เราต้องรักษาบางช้างให้เป็นบางช้างต่อไป พวกเราทั้งหลายเป็นเหมือนสามสายเลือด คือ เป็นคนมอญ ที่มีความเคร่งครัดในศาสนา เป็นคนจีน มีวิถีเกษตร มีการบริหารจัดการน้ำในรูปแบบคลอง มีสวน และเป็นคนลาว จิตกรรม ภาพเขียน ดนตรี เรารักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ในหัวใจของเรา จะยังคงเป็นคนสมุทรสงครามได้อย่างใจปรารถนา”

          คุณวิฑูรย์  เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า ขอเปรียบเทียบพื้นที่ ๒ จังหวัด คือ จ.นนทบุรี และ จ.สมุทรสงคราม สองพื้นที่นี้มีสภาพภูมินิเวศน์เป็นสวนเหมือนกัน ประเด็นใหญ่คือ สองที่นี้เหมือนกันอย่างไร สองที่นี้เป็นที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ที่แม่กลองมีดินและน้ำอุดมสมบูรณ์ที่สุด ที่ใช้ภูมิปัญญาบริหารจัดการน้ำ มีการทำแม่น้ำมาแยกย่อยเป็นคู คลอง ซึ่งภูมิปัญญาของคนที่อยู่ในระบบนิเวศน์เหล่านี้คล้ายกัน แต่สถานการณ์ระดับโลกกำลังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งอื่นอย่างรวดเร็ว ณ ขณะเดียวกันที่นี่ก็ไม่ต่างจากนนทบุรีเพราะที่ดิน เริ่มนำมาใช้ทำหมู่บ้านจัดสรรมากขึ้น

          แนวโน้มที่จะเกิดวิกฤตทางด้านอาหารมีมากขึ้น เมื่อเกิดวิกฤตอาหาร เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งใหญ่ คือ การแย่งยึดที่ดิน ขณะนี้มีการยึดครองจากกลุ่มทุนข้ามชาติมากกว่าพื้นที่เกษตร มากกว่าพื้นที่ประเทศไทยมากกว่า ๒ เท่าตัว เช่น ลาว ๔๑% เป็นการถือครองที่ดินประกอบการอย่างอื่นมากกว่าการทำการเกษตร ทางออกอยู่ที่ตำลึงริมรั้ว เมื่อเกิดวิกฤตอาหารปี ๒๕๕๑ สมาคมชาวปลูกผัก ในประเทศอเมริกา คนอเมริกัน ๒๐% ปลูกผักกินเอง เป็นแนวโน้มของโลกที่ป้องกันเรื่องวิกฤตด้านอาหาร เรื่องความปลอดภัย นอกจากแนวโน้มที่มีการแย่งยึดที่ดิน การลงทุนข้ามชาติ และอาหารอยู่ในมือของบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

          mk3-240156ในขณะที่เทสโก้ มากกว่า ๕๐% ขายอาหาร ตลาดแบบนี้มาทดแทนตลาดนัด ตลาดสด และผักที่มาขายก็มาจากเมืองจีน จากออสเตเลีย และเราเข้าใจว่าอาหารพวกนี้มันดี แต่เปล่าเลย เราเคยไปสำรวจผักที่อยู่ในห้างเราพบว่า สารเคมีที่ตกค้างในผักเหล่านั้น ค่าเฉลี่ยมากกว่า ๒๐% ส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งมากขึ้น เมื่อเรารู้ว่าอาหารคือคำตอบ ฐานทรัพยากรเป็นคำตอบเราจะเลือกแบบไหน หนึ่ง. คือ อุตสาหกรรม สอง. คือการเกษตรของเราที่มีคุณภาพ ขณะนี้ออสเตเลีย เยอรมันนี เปลี่ยนมาเป็นวิถีเกษตรแล้ว แต่เมืองไทยยังอยู่ที่ ๐.๑% เท่านั้นเอง

          “ถ้าเราจะเปลี่ยนประเทศเพื่อรับมือสิ่งที่เปลี่ยนในอนาคต หรือคุณภาพชีวิต อย่าได้คิดว่านายกรัฐมนตรี หรือคนอื่นๆ จะเปลี่ยนแปลงให้เรา เราต้องเปลี่ยนเอง ถ้าเราตระหนักเองว่าข้าวที่เราปลูกเอง ตำลึงที่ขึ้นข้างรั้ว ปลาทูที่มาจากแม่ล้ำ เราต้องทำมันขึ้นมา ประเทศที่กล่าวมาเขาก็เริ่มจากตัวเขาเอง เราต้องเปลี่ยน โดยเราคิดว่าเราเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ได้ เพราะทั่วโลกเขาเริ่มเปลี่ยนแล้ว และสิ่งที่จะทำได้คือคนแม่กลองนี่แหล่ะ”

          การรักษารากเหง้า ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญ การเดินสายกลางเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน คนแม่กลองมีความผูกพันธ์ และปฏิบัติตามแนวทางของในหลวง สอดคล้องกับประชาธิปไตยภาคประชาชน ไม่มีใครแพ้  ไม่มีใครชนะ มีแต่คนชนะ เป็นเรื่องส่วนตัวและส่วนรวมมาผูกพันธ์กัน กินอิ่ม นอนอุ่น มีความเจริญงอกงามทางสติปัญญา หัวใจของการเมืองภาคประชาชนคือการจัดเวทีมาคุยกันใหม่ หันหน้าเข้าหากัน และนี่คือแบบอย่างของการเมืองที่นำไปสู่ความสง่างาม บางช้าง ความดี ความภาคภูมิใจ เป็นต้นทุนในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม

mk4-240156mk5-240156mk6-240156

 

ขอบคุณภาพจาก  กึกก้อง  เสือดี

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter