playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

mf3-250156เวทีสัมมนาขบวนองค์กรชุมชนและภาคีพัฒนาการจัดการที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยภาคเหนือบน เมื่อวันที่ ๒๑-๒๒ มกราคม  ๒๕๕๖ ได้บทสรุปในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นปึกแผ่นและพร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจัดการที่ดินภาคเหนือในนาม “ขบวนองค์กรชุมชนการจัดการที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยภาคเหนือตอนบน

การสัมมนาขบวนองค์กรชุมชนและภาคีพัฒนาการจัดการที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยภาคเหนือตอนบน ที่ศูนย์เรียนรู้การจัดการที่ดินตำบลแม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๑-๒๒ ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการสัมมนาระหว่างขบวนจัดการที่ดินจากเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) และคณะทำงานการจัดการที่ดินภาคเหนือตอนบน   ประมาณ ๔๐ คน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการผลักดันประเด็นการจัดการที่ดิน

นายประยงค์ ดอกลำไย ที่ปรึกษาเครือข่ายปฏิรูปที่ดินprayong-250156แห่งประเทศไทยได้เกริ่นนำเล่าถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้เรื่องที่ดินนับแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน การต่อสู้ในเรื่องสิทธิทำกินของประชาชนนั้นมีมานานแล้ว แต่ภาพการต่อสู้ของขบวนประชาชนชัดเจนมากขึ้นในราวปี ๒๕๓๒ ซึ่งปีนั้นมีเหตุการณ์ทะเลโคลนถล่มที่ภาคใต้ซึ่งพัดดินโคลนพร้อมทะเลซุงจนนำมาสู่การปิดการให้สัมปทานป่า ขณะเดียวกันทางภาคเหนือก็เกิดการรวมตัวของกลุ่มชาวบ้านทุ่งยาว จ.ลำพูน ที่ต้องการปกป้องผืนป่าสาธารณะหรือที่เรียกกันว่า ป่าชุมชน (ชาวบ้านท้องถิ่นเรียก ของหน้าหมู่ หมายถึง สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ใช้ร่วมกันในชุมชน มิใช่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง) การต่อสู้เคลื่อนไหวเรื่องที่ดินของภาคเหนือตอนบนจึงต่อสู้ยืดยาวนับแต่นั้นจวบจนถึงเดี๋ยวนี้  ซึ่งตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมาก็จะเกิดขบวนประชาชนที่เกิดขึ้นและสลายไปหลายกลุ่มด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไปตามกาละเวลา อาทิ คกน. (เครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือ) กลุ่มสกน. (สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ) จนมาถึงกลุ่ม คปท. (เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย) ซึ่งแนวทางและข้อเรียกร้องในการต่อสู้ได้ปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมและประสบการณ์การเรียนรู้ที่ผู้นำหลายคนได้ต่อสู้ยืดยาวมากว่า ๒๐ ปี ไม่ว่าประเด็นการเรียกร้องธนาคารที่ดิน หรือตอนนี้ทาง คปท.มีแนวทางในการผลักดันกฎหมายสามฉบับ ได้แก่ หนึ่ง กฎหมายสิทธิชุมชนว่าด้วยการจัดการที่ดิน (เปลี่ยนชื่อจาก โฉนดชุมชน แต่แนวทางการจัดการยังเหมือนเดิม)  สอง กฎหมายอัตราภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า และสาม กฎหมายธนาคารที่ดิน  ซึ่งตั้งเป้าหมายในการลงรายชื่อหนึ่งล้านเพื่อเพื่อผลักดันให้เกิดกฎหมายสามฉบับนี้

และด้วยประสบการณ์ในการทำงานกับขบวนที่ดินภาคประชาชนมาตลอดยี่สิบปีนี้ ทางขบวนก็ได้มีบทเรียนและยังเห็นช่องโหว่หลายอย่าง เช่น ในแง่การประสานงานกับท้องถิ่น ท้องที่ ก็ยังทำได้ไม่ดีนัก ซึ่งก็พยายามจะเชื่อมโยงอยู่ หรือแนวทางการจัดการที่ดินโดยการจัดตั้งกองทุน เช่น กองทุนที่ดินคลองหินปูน ซึ่งน่าสนใจมาก ก็ยังอยากจะเรียนรู้กับผู้ใหญ่ละอองดาว สีลาคำเที่ยง ด้วย หรือแนวคิดเรื่องการวางผังตำบล แต่ว่าตนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจดีนัก ก็เห็นว่าแนวทางต่างๆ เหล่านี้น่าจะเป็นช่องทางที่ดีในการทำงานด้านการจัดการที่ดินให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

sirima-250156นางสาวสิริมา ซื้อหา เจ้าหน้าที่บ้านมั่นคง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ได้กล่าวถึงที่มาของผังตำบลว่า ผังตำบลนั้นเกิดจากการที่เราได้ใช้ประสบการณ์การทำงานที่ดินทั้งหมดมาวางรูปแบบการทำงานใหม่ ถ้าในอดีตเราพูดถึงการทำเรื่องที่ดิน เราจะทำเฉพาะคนเดือดร้อน ถ้าเดือดร้อนที่ไหน เราจะทำแค่จุดๆ เดียวตรงจุดนั้นและทำเฉพาะกลุ่มผู้เดือดร้อน ทำเฉพาะเรื่อง  เช่น  ถ้าเดือดร้อนเรื่องที่ดิน เราก็ทำเฉพาะที่ดิน ก็ทำข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาที่ดิน เราไม่โยงกัน แม้จะอยู่ตำบลเดียวกัน แยกกันทำ

ด้วยเหตุนี้เราจึงเอาบทเรียนในอดีตมาคุยกันว่าถ้าเราจะใช้ผังตำบลเป็นเครื่องมือ โดยโยงคนมาทั้งหมด อาจเริ่มจากการโยงคนที่เดือดร้อนก่อนแล้วขยายวงให้กว้างขึ้นโดยใช้ข้อมูล แผนที่จีไอเอส และให้คนทั้งหมดมามีส่วนร่วม มาทำข้อมูลร่วมกัน และมาทำข้อมูลระบบดิจิตอลที่ทางการยอมรับ จากนั้นก็โยงการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เราจะมองการพัฒนาทั้งระบบ แล้วจะเห็นว่าเราจะพัฒนาอย่างไร จะทำอย่างไร อย่างพื้นที่บัวใหญ่ ส่วนใหญ่ปลูกข้าวโพด และซื้อข้าวกิน ก็จะรู้ว่าจะเปลี่ยนพื้นที่ไหนให้เป็นพื้นที่กินปลูกข้าวบ้าง

นายสมภพ พร้อมพอชื่นบุญ ที่ปรึกษาสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผังตำบลที่ดีที่สุดที่สุดคือ ผังทำมือ เพราะทุกคนมีส่วนร่วมในการวางผัง และพอจับผังตำบลเราจะรู้เลยว่า ที่ดินส่วนใหญ่อยู่ในมือใคร ทำให้เราเห็นภาพรวมว่า ที่ดินตรงไหนเป็นของใครและมองเห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราบ้าง

          ซึ่งก่อนจะมีผังตำบลนั้นคนทำงานหลายประเด็นในพื้นที่เดียวsompop-250156กันต่างคนต่างทำงาน ไม่อาจเชื่อมโยงกันได้ รวมถึงปัญหาหลายอย่างที่คนในพื้นที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เป็นเพราะมองภาพรวมของหมู่บ้านหรือตำบลของตนเองไม่ออก บทเรียนเหล่านี้จึงกลายมาเป็นแผนผังตำบลเพื่อจะได้รู้ว่าใครอยู่ตรงจุดไหน ที่ดินตรงไหนเป็นของใครบ้าง ถูกใช้ทำอะไร เราจะได้มองเห็นว่าตอนนี้มานายทุนเข้ามาซื้อที่ดินหมู่บ้านหรือตำบลไปเท่าไหร่แล้ว และเราจะแก้ไข จัดการอย่างไร ผังตำบลจึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการที่ดินแนวใหม่ เป็นเครื่องมือในการจัดการตนเองของคนในพื้นที่ ดังนั้น กองทุนที่ดินจึงมีความสำคัญเพราะเงินคือเสรีภาพในการจะจัดการเรื่องอะไรก็ได้ ที่จะทำให้เราจัดการกับที่ดินหรือมีบ้านของเราก็ได้

และก่อนปี ๒๕๕๘ จะมาถึง เราจึงจำเป็นที่จะต้องจัดทำพื้นที่รูปธรรม ให้เต็มทุกพื้นที่ให้ได้  (จัดตั้งกองทุนที่ดิน) เพราะเมื่อประเทศของเราเปิดประตูสู่อาเซียนปัญหาที่ดินจะหนักมาก

“นี่จึงเป็นเหตุให้ผมต้องมาคุยวันนี้ว่าเราจะเคลื่อนขบวนยังไง พีมูฟจะไปยังไง เราต้องมาร่วมกัน จะเดินไปด้วยกันยังไง ต้องมองปัญหาของคนจนใหญ่กว่าตัวเรา ถ้าไม่ทำเราจะตอบลูกหลานไม่ได้”

          หลังจากการแนะนำผังตำบลให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาของนายสมภพ พร้อมพอชื่นบุญ จบลง นายประยงค์ ดอกลำไย ก็ได้กล่าวต่อว่า “วิธีคิดของเรานั้นไม่แตกต่างกัน แต่ต้องปรับทีม”

นางฑิฆัมพร กองสอน ประธานคณะยุทธศาสตร์ภาคเหนือตอนบน ได้กล่าวว่า ผังตำบลเป็นแนวทางการจัดการที่ดินแนวใหม่ที่ดี แต่ทำอย่างไรจึงจะจัดการให้ทุกคนได้รู้ว่าที่ดินแนวใหม่เป็นยังไง มีขั้นตอนยังไง ตอนนี้ก็ยังตอบไม่ได้ เลยเอาของแม่ทา บัวใหญ่ คลองหินปูนมาถอดบทเรียน ซึ่งเราต้องแก้ไขปัญหาทุกมิติ ทำทั้งระบบ เพื่อให้ได้หน้าตาของผัง ใช้ผังตำบลเป็นเครื่องมือและข้อสำคัญอีกอย่างคือ ทำอย่างไรขบวนของเราคนจะไม่แตก สุดท้ายความคิดมันต้องมาเป็นมวลรวมทั้งหมด เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

          thicomporn-250156หลังจากนั้น คณะผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ร่วมระดมความคิดเห็นและหาแนวทางการทำงานจนถึงดึกดื่นกระทั่งอีกวันโดยได้ข้อสรุปว่า ต่อไปทีมทำงานจัดการที่ดินภาคเหนือจะนับเป็นทีมเดียวกัน จะไม่แยกทีมที่ดิน พอช.หรือทีมที่ดินภาคประชาสังคม แต่จะเป็น “ขบวนองค์กรชุมชนการจัดการที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยภาคเหนือตอนบน” เพื่อให้เป้าหมายของการทำงานบรรลุผลสำเร็จ และเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนเป็นที่ตั้ง โดยนำแนวทางการทำงานของทั้งสองฝ่ายไม่ว่าประเด็นการผลักดันกฎหมายที่ดิน การทำผังตำบล และการจัดตั้งกองทุนที่ดิน มาเป็นภารกิจร่วมของทุกฝ่ายและจะช่วยกันขับเคลื่อนประเด็นเหล่านี้ร่วมกัน

          โดยคณะยุทธศาสตร์ที่ดินภาคเหนือตอนบน มีดังนี้ นางฑิฆัมพร กองสอน ประธานคณะยุทธศาสตร์ภาคเหนือตอนบน   นายประยงค์ ดอกลำไย ที่ปรึกษาเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย, นายปฏิภาณ จุมผา ผู้จัดการสำนักงานภาคเหนือ พอช., นายกนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทา จ.เชียงใหม่, นายบุญยืน คงเพชรจักษ์ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ , นายจำรัส ใหม่ยศ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ

          และได้วางยุทธศาสตร์การทำงานดังนี้

   ๑. ขับเคลื่อนนโยบาย  

  ๒. ผลักดันกฎหมายสามฉบับ ได้แก่ ๑)กฎหมายสิทธิชุมชนว่าด้วยการจัดการที่ดิน (โฉนดชุมชน) ๒)กฎหมายภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า ๓)กฎหมายธนาคารที่ดิน ซึ่งจะระดมไปคุยกับพี่น้องทั่วประเทศ ให้เสร็จภายใน ก.พ.นี้ จากนั้นจะเวทีระดับจังหวัดและระดับภาค โดยเอาข้อคิดเห็นจากระดับจังหวัดมาเสนอระดับภาค

   ๓. ขยายพื้นที่การจัดทำผังตำบลและกองทุนที่ดิน ยกระดับพื้นที่รูปธรรมเป็นศูนย์เรียนรู้

  ๔.แนวทางการทำงานกับท้องถิ่น โดย ๑.๑ท้องถิ่นจะต้องรับรองข้อมูล ซึ่งทีมทำงานจะยกระดับข้อมูลขึ้นมา ๑.๒ ท้องถิ่นจะให้ความร่วมมือคณะทำงานที่ดินและไม่ขัดขวาง ๑.๓ ท้องถิ่นให้การสนับสนุน (เช่น เวลามีประชุม ส่งคนมาร่วม) ๑.๔ ท้องถิ่นให้ความร่วมมือสู่การทำข้อบัญญัติผังตำบล

 

 

และมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

  • สร้างความเข้าใจ “แนวคิด” การจัดการที่ดินแนวใหม่ / ผังชีวิต ผังตำบล
  • จัดทำระบบข้อมูล ชุมชน + ตำบล
  • การจัดตั้งกองทุนบริหารจัดการที่ดิน +ที่อยู่อาศัยระดับชุมชน
  • การจัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดินระดับภาค
  • กลไกล/กติกา กฎระเบียบ + เครื่องมือการบริหารที่ดิน
  • การรับรองสิทธิการจัดการที่ดินและทรัพยากรที่เหมาะสม / ข้อบัญญัติ
  • ยกระดับพื้นที่รูปธรรมให้เป็นศูนย์เรียนรู้ ได้แก่ บัวใหญ่ แม่ทา แม่ทาเหนือ เมืองลี (บวกพื้นที่ใหม่ ผาทอง บ้านพี้ ปง)
  • ผลักดันกฎหมาย ๓ ฉบับ

หลังจากได้กำหนดนโยบายการทำงานและมอบหมายภารกิจแก่คนทำงานว่าใครมีหน้าที่รับผิดชอบส่วนไหนอย่างชัดเจนแล้ว นายประยงค์ ดอกลำไย ก็ได้กล่าวว่า

“จากนี้ไปเราจะทำงานร่วมกัน เราจะลืมเรื่องในอดีต จะไม่มีเอ็นจีโอ หรือ พอช. แต่เราจะพูดว่านี่คือขบวนคณะทำงานที่ดินเหนือบน จะเป็นขบวนจัดการที่ดิน ผนึกกำลังกัน ไม่แยกกัน ซึ่งกล้าพูดได้ว่า เอ็นจีโอกับพอช.ทำงานด้วยกันได้ ไม่ใช่แค่เอ็นจีโอมาขอเงิน แต่เราจะเอางาน เอาเงินมาลงร่วมกันได้”

mf1-250156mf4-250156mf5-250156

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter