เมื่อวันที่ ๒๑-๒๒ มกราคม ๒๕๕๖ คณะทำงานบ้านมั่นคงภาคใต้ตอนบนร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคใต้ตอนบน (พอช.) จัดสัมมนาแผนการพัฒนาแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง (ใต้บน)ประจำปี ๒๕๕๖ โดยผู้ประสานงานสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) คณะทำงานบ้านมั่นคงจังหวัด เมือง และผู้นำชุมชนในโครงการฯ พื้นที่ภาคใต้ตอนบนเข้าร่วมสัมมนากว่า ๖๐ คน ที่ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชน ภาคใต้ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
โดยในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน มีการสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงแล้ว ๖๒ โครงการ ๑๑๗ ชุมชน มีผู้เข้าร่วมโครงการ ๕,๓๙๑ ครัวเรือน มีบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว ๔,๒๔๙ หลังคาเรือน ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ให้ความสำคัญกับทิศทางการทำงานในปี ๒๕๕๖ เพื่อการพัฒนาคุณภาพงานบ้านมั่นคงในเรื่องสำคัญได้แก่ ๑.การพัฒนาความเข้มแข็งของโครงการ๒. การพัฒนาความเข้มแข็งของกลุ่มองค์กร เช่นกลุ่มออมทรัพย์ สหกรณ์ การจัดระบบกลุ่มย่อย ๓.การพัฒนาความเข้มแข็งของกองทุน ๔. การประสานการทำงานร่วมกับภาคี ๕.การผลักดันนโยบายเชิงรุก ๖.การทำงานกับเครือข่ายชุมชนเมืองและชนบท ๗.การพัฒนามาตรฐานงานก่อสร้าง เป็นต้น
ในด้านแผนงานเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนของชุมชนในโครงการ มีเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการดังนี้ ๑.การแก้ปัญหาที่ดินใน ๑๕ พื้นที่ ประกอบด้วย ที่ดินทับแนวเขตที่ดินทับซ้อน จำนวน ๒ พื้นที่คือบ้านมั่นคงบ้านปลายพระยา จ.กระบี่ บ้านมั่นคงทับยางจ.พังงา การเช่าที่ของกรมธนารักษ์จำนวน ๗ พื้นที่ คือบ้านมั่นคง บ้านดอน ๑ บ้านดอน ๒ บ้านดอน ๓ บ้านชายทะเล จ.ชุมพร บ้านมั่นคงชุมชนมุ่งพัฒนา บ้านมั่นคงใต้โค้ง จ.ระนอง การเช่าที่กับเทศบาลและอบจ.จำนวน ๒ พื้นที่ บ้านมั่นคงทุ่งหว้า จ.พังงา บ้านมั่นคงท่าเรือใหม่รัษฎา จ.ภูเก็ต การเสนอเช่าที่รถไฟ ๔ พื้นที่ คือบ้านมั่นคงหลังโรงพยาบาล บ้านมั่นคงประชาอุทิศ บ้านมั่นคงหัวสะพานเหล็ก บ้านมั่นคงตะวันออกวัดชุมพล ในพื้นที่เมืองทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช การแก้ปัญหาที่ดินอยู่อาศัยในรูปแบบโฉนดชุมชน ของเครือข่ายสิทธิชุมชนเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ๒.การพัฒนาความเข้มแข็งของกลุ่ม องค์กร สหกรณ์ ทั้งเรื่องระบบบัญชี การบริหารจัดการ การสร้างการมีส่วนร่วม ๓. การจัดการเรื่องงานก่อสร้าง ที่ครอบคลุมเรื่องแบบบ้าน ผังชุมชน ๔.การขยายพื้นทีทำงาน/เตรียมความพร้อม ๕.การพัฒนาและเสนอสินเชื่อ
ทั้งนี้ในพื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ มีโครงการบ้านมั่นคงที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ๑๔๑ โครงการ ในพื้นที่ ๖๒ เมือง ๒๙๗ ชุมชน ครอบครัวที่รับประโยชน์ ๑๖,๒๘๑ ครัวเรือน






