playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

3-1หลวงพี่ช้าง (เจ้าคุณอธิการเจริญ กิตติคุโณ) แนะปลดกิเลส ปลอดโซ่ตรวน ถ่างกรอบคิด ชีวิตของเราๆ ต้องจัดการตนเอง และเชื่อมโยงเครือข่าย พอช.หนุนชุมชนฐานล่างเป็นแกนหลักในการพัฒนาตนเอง เพราะเมื่อทุกชุมชนเข้มแข็งจะเป็นฐานให้ประเทศไทยมั่นคง คนอำนาจเจริญขอกำหนดอนาคตตนเอง มุ่งเมืองเกษตรธรรมะ ผลักวาระธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญให้เป็นรูปธรรม เชียงราย น่านใช้ข้อมูลแก้เรื่องที่ดินทำกิน แก้ปัญหาทุกข์หนักของคนฐานล่าง หนทางที่เห็นชุมชนต้องจัดการตนเอง คือทางรอดสู่ความเป็นไท คนละไม้ คนละมือ เพื่อสังคมน่าอยู่

 

กรุงเทพฯ/ เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๓.๐๐-๑๕.๐๐ น. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดเวทีสุนทรียสนทนาปลดโซ่ตรวน “ชุมชนท้องถิ่นไทย” เป็นไทย ไม่เป็นทาส ร่วมกับตัวแทนองค์กรชุมชนจากทั่วประเทศ ณ ห้องมินิ เทียร์เตอร์ ๒ ชั้น ๘ อุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในงานมหกรรมจิตอาสาแห่งปี “คนไทยขอมือหน่อย” คนละไม้ คนละมือ เพื่อสังคมน่าอยู่ ที่จัดโดยมูลนิธิเพื่อ “คนไทย” และภาคีเครือข่ายการพัฒนา กว่า ๒๐๐ องค์กร เพื่อมุ่งเชิญชวนให้สังคมได้สัมผัสกับงานพัฒนาสังคมในหลากหลายมิติแง่มุมของการทำงานเพื่อสังคมน่าอยู่

3-2นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า เพื่อสานต่อเจตนารมย์ของอ.ไพบูลย์ วัฒน์ศิริธรรม ในการทำอย่างไรให้ชุมชนฐานล่างเป็นแกนหลักในการพัฒนาตนเอง ขณะนี้ชุมชนท้องถิ่นเริ่มมีความเข้มแข็งในการพัฒนาของตัวเอง ในส่วนของพอช.ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนให้องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็ง ถ้าทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน มีความเข้มแข็ง ก็จะเป็นฐานที่ทำให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ซึ่งมีรูปธรรมต่างๆ มากมายที่ทำให้เห็นว่าทุกวันนี้ชุมชนมีความเข้มแข็งขึ้น แสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้วชุมชนท้องถิ่นมีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง มีภูมิปัญญาของตนเองที่นำไปสู่ความเข้มแข็ง เพียงแต่ต้องการหนุนเสริม ดังจะเห็นได้ว่าในแต่ละชุมชนต่างก็มีขบวนองค์กรชุมชนต่างๆ เช่น บ้านมั่นคง  สวัสดิการสังคม สภาองค์กรชุมชน เป็นต้น

 

โซ่ตรวนมาจากไหน ใครเป็นคนผูก

ปลดกิเลส ปลอดโซ่ตรวน ถ่างกรอบคิด ชีวิตของเราๆ ต้องจัดการตนเอง และเชื่อมโยงกับเครือข่าย คือสิ่งที่ เจ้าคุณอธิการเจริญ กิตติคุโณ (หลวงพี่ช้าง) เจ้าอาวาสวัดกรับพวงเหนือ เจ้าคณะตำบลพรหมพิราม จ.พิษุโลก กล่าวไว้ว่า เราถูกจับใส่โซ่ตรวนจากสิ่งต่างๆที่ส่งมาให้ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี กระแสการบริโภคในระบบทุนนิยม สร้างคนให้หลงใหลกับตัวตนแห่งอำนาจ สร้างค่านิยมทางการศึกษา ทั้งมาในรูปของเงินช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน นึกว่าให้เราแต่สุดท้ายกลับมากินดอกเบี้ยจากลูกค้าที่เป็นเกษตรกร มากที่สุดคือ ธกส.

หลวงพี่ช้าง กล่าวต่ออีกว่า หรือจะให้เรามีความรู้แต่ทำไมต้องให้เราเสียตังค์ไปกู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการศึกษา ซึ่งมีกฏเกณฑ์ที่เราต้องทำตาม แต่การรับประกันทางการศึกษาไม่มี เรียนไปเรียนมาไม่มีงานทำ ชีวิตเกษตรกรทำนา ส่งลูกเรียนเกษตรแต่จบแล้วกลับมาทำนาไม่ได้ หนี้สินที่มีและพอกพูนถอยออกไม่ได้ ในที่สุดเต็มไปหมด จะดิ้นรนไปให้พ้นพันธนาการเราอาจต้องถอยหลังกลับมอง คนเราส่วนใหญ่ทำสนองกิเลสตัณหา เราสร้างอะไรไว้ทำไมไม่สร้างให้มีความสุข อย่าเห็นมนุษย์ด้วยกันเป็นเหยื่อที่จะเอาประโยชน์

เราไปหลงกับสิ่งที่คนอื่นมาปรุงแต่งให้ ต้องคิดนอกกรอบหรือจะถ่างกรอบให้กว้างขึ้น ชีวิตของเราๆ ต้องจัดการตนเอง ใครจะมารู้ว่าเราจะกินอะไร ใครจะมารู้ว่าเราจะอยู่อย่างไร ทั้งๆที่ คนๆ นั้นก็ไม่รู้บริบทของเรา ต้องกลับไปทบทวนภูมิปัญญาในท้องถิ่นที่มีอยู่ ค้นหาศักยภาพในท้องถิ่น มีการแบ่งปันมีความเมตตาต่อกัน คนจำนวนมาก “จนทรัพย์ แต่ไม่จนปัญญา มีทรัพย์นำไปใช้เพื่อช่วยสังคม”

วัดนี้ไม่เหมือนวัดเพราะวัดอื่นมีแต่ความสงบ แต่วัดพวงเหนือมุ่งแก้ไขปัญหาสังคม มีทั้งโรงเห็ดฟาง ป่าชะอม ทำขนม ตำพริกแกง เป็นสถานพินิจ เป็นสถานสงเคราะห์ เป็นบ้าน เป็นที่สอนอาชีพและมีการจัดสวัสดิการเพื่อคนในชุมชน เป็นต้น ที่ผ่านมา จากเดิมที่วัดอยู่ร่วมกับชุมชน โรงพยาบาล หน่วยงานราชการ แต่เมื่อกรอบถูกทำให้ห่างขึ้น อำนาจของพระลดลง สิ่งที่ทำได้ก็คือการเดินไปตามกรอบที่เป็นอยู่โดยทำงานเชื่อมกับหน่วยงานต่างๆ

คนอำนาจเจริญขอกำหนดอนาคตตนเอง มุ่งเมืองเกษตรธรรมะ

3-3นายชาติวัฒน์ ร่วมสุข ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ ให้ความเห็นว่า โซ่ตรวนนั้นเริ่มตั้งแต่มีการขีดเส้นเขตแดนจนประเทศต้องรวมศูนย์อำนาจไว้ส่วนกลาง จนเมื่อปี ๒๔๗๕ มีการทวงอำนาจกลับมาที่ประชาชนแต่ยังไม่ถึงมือประชาชน อำนาจนั้นยังตกอยู่กับคนมีปืน มีเงิน ประเทศเราถูกจัดการด้วยรัฐและทุน อันนี้คือโซ่แต่ที่บ้านผมเรียกสุ่ม เพราะสองสิ่งนี้ครอบประชาชนไว้ เป็นไก่ที่อยู่ในสุ่ม ซึ่ง ณ วันนี้คนอำนาจเจริญนับหมื่นได้ออกมาประกาศธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญแล้ว คิดว่าเราเดินมาถูกทาง การลุกขึ้นมาประกาศกฏหมายของเรา พี่น้องหลายส่วนยังไปไม่ถึง แต่มันได้สร้างให้สำนึกของพี่น้องเปลี่ยนไป เราต้องเปลี่ยนความคิดที่การพัฒนาทุกอย่างอยู่ภายใต้อำนาจรัฐ เราจะสร้างสำนึกพลเมืองขึ้นมาใหม่ ถ้าไม่งั้นไม่สามารถดิ้นรนออกจากกรงได้เลย

การเคลื่อนงานของอำนาจเจริญโดยเฉพาะในปี ๕๓-๕๕ เราสามารถเปลี่ยนประชาชนเป็นพลเมืองได้ แม้ไม่มีอำนาจในมือ เราก็ประกาศธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ เรามองเป้าของธรรมนูญ มุ่งสู่ความอยู่เย็นเป็นสุข เมื่อเราเคลื่อนประชาชนออกมาอำนาจรัฐก็อ่อนลง อำนาจประชาชนแข็งขึ้น เกิดการเชื่อมประสานง่ายขึ้น ผู้ว่าร่วมมือ ท้องถิ่นร่วมมือ

นายชาติวัฒน์ กล่าวต่อว่า คนอำนาจเจริญต้องการเป็นเมืองธรรมะเกษตร ที่ผ่านมาไม่มีโอกาสกำหนดว่า จะพัฒนาอำนาจเจริญอย่างไร เราพอแล้วกับการรอให้นักการเมืองมาทำให้ เรามากำหนดของเราเอง อีก ๒๐ ปี ข้างหน้า เราจะอยู่เย็นเป็นสุข มีแนวทาง มีแผนงานที่ชัดเจน วาระอำนาจเจริญว่าด้วยการกำหนดอนาคตตนเอง จะประกาศวันที่ ๑๘ มีนาคมนี้ โดยจะระดมแผนของทุกตำบลมารวมเป็นแผนใหญ่ เราจะออกมากำหนดทิศทางตนเอง

 ทางเดียวที่พอเป็นทางออก คืนอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่น ปัญหาเกิดที่ชุมชนต้องแก้ที่ชุมชน ภาพใหญ่จะแก้อย่างไร ต้องมองให้เห็นรากเหง้าคืออำนาจรัฐ ที่เราจะทะลุโครงสร้างอำนาจรัฐ คลายจุดไม่กี่อย่าง ๑) พลังพลเมือง เคลื่อนตัวออกมา หรือเคลื่อนทางความคิด เราจะเปลี่ยนประชาชนเป็นพลเมือง ๒) พลังข้อมูล เป็นหอกกระแทกที่สามารถชี้ความจริงได้ว่าคืออะไร พลังข้อมูลที่ต้องสร้างร่วมกัน ๓) พลังภูมิปัญญาท้องถิ่น ต้องเกิดจากตัวตนในแต่ละพื้นที่ สร้างความฮึกเฮิมให้ตัวเอง จะทำให้สังคมเปลี่ยนแต่ต้องลุกขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ นายชาติวัฒน์ กล่าว

ใช้ข้อมูลแก้เรื่องที่ดินทำกิน ปัญหาทุกหนักของคนฐานล่าง

3-4วิรัตน์ พรมสอน สภาองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่าการเปลี่ยนต้องมาจากข้างล่าง ที่ผ่านมาพี่น้องจะถูกกันออกจากการมีส่วนแก้ปัญหามีส่วนในการกำหนดการพัฒนา อาวุธเดียวที่มีคือการเปลี่ยนตนเอง เมื่อเราถูกทำให้ท้องหิวจากการไม่มีที่ทำกิน อย่าหวังพึ่งนักการเมือง พรรคไหนมาก็เหมือนเดิม ส่วนใหญ่พี่น้องที่ต้องอพยพหนี้มาทำงานเข้ามาทำงานในกทม. เพราะสูญเสียที่ดินในชนบท โซ่ตรวนที่พันธนาการประชาชนทุกวันนี้ก็คือ ระบบกฎหมายที่ทำให้ชาวบ้านไม่มีสิทธิในการจัดการทรัพยากรของตนเอง ระบบราชการแบบเดิมๆ ที่ทำให้พี่น้องไม่สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาของตนเองได้ ที่ดินถูกนายทุนเข้าไปทดแทน ระบบทุนนิยมนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ เช่น อาชญากรรม การพึ่งแต่อำนาจส่วนกลางทำให้ชุมชนไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ คนจนในประเทศไทยมีความเป็นอยู่ที่สาหัสมาก

นายวิรัตน์ แสดงความคิดเห็นว่า ณ วันนี้ต้องการแก้ไขในเชิงนโยบายไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดิน ที่อยู่อาศัย ความมั่นคงทางอาหาร ความยากจน ภัยพิบัติต่างๆ นับวันพี่น้องจะถูกกันออกไป ถ้าจะเปลี่ยนได้พี่น้องต้องเปลี่ยนตนเอง ชุมชนต้องลุกขึ้นมาจัดการตนเองพลังต่างๆ ต้องอยู่ที่ชุมชน อย่าฝากความหวังไว้ที่นักการเมือง

3-5นางฑิฆัมพร กองสอน ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบัวใหญ่  อ.นาน้อย จ.น่าน ให้ความเห็นว่า โซ่ตรวนเกิดจากเราถูกหลอก จากสื่อโฆษณาชวนเชื่อมาทำให้เชื่อและการครอบจากโครงสร้าง จากกฏหมาย ต่างๆ ถ้าเราจะจัดการตนเอง ที่น่านมองไปที่เรื่องที่ดิน เพราะมีผู้เดือนร้อนไร้ที่ทำกินบ้าง ที่ดินซ้อนทับกับที่ดินรัฐบ้าง เราต้องลุกขึ้นมามีส่วนในการจัดการ เดิมที่จ.น่าน ราคาจากที่เคยไร่ละ ๒-๓ พัน ต่อมาเริ่มเป็นหมื่นเป็นแสน อนาคตกลัวแผ่นดินไปอยู่กับต่างชาติ เราถูกหลอกอย่างไม่รู้สึก ปัจจุบันเราลุกขึ้นมาตรึงแผ่นดินประกาศแก้ปัญหาที่ดินเป็นวาระน่าน โดยกำลังทำผังตำบลทั้งจังหวัด เพื่อนำข้อมูลมากำหนดการพัฒนาร่วมกับหน่วยงาน หน่วยงานบางส่วนยอมจำนนเพราะเรามีข้อมูลข้อเท็จจริงตรงไหนที่รัฐ ที่ชาวบ้านพิสูจน์ได้ เราจัดการตัวเอง ไม่ฝากความหวังไว้กับคนอื่น

เราใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือในการช่วยกันคิด รวบรวม ช่วยกันวิเคราะห์ ซึ่งมีการสร้างกลไกตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ชุมชน จังหวัด และชาติขึ้นมาให้เป็นรูปธรรม ถ้าแต่ละตำบลสามารถจัดการตนเองไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูภูมิปัญญา เรื่องทรัพยากร เราก็จะออกจากกรอบที่ครอบงำเราอยู่ได้

จัดการตนเอง ทางรอดสู่ความเป็นไท

นอกจากมุมมองขององค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ เชียงราย น่านแล้ว ยังมีจากปัตตานี ที่คนพื้นที่ถูกตรวนไว้ด้วยความกลัว และการเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่ ที่เข้มงวดตรวจบัตรประชาชนตลอด จะไปตลาดก็ห้ามเข้า ทั้งที่เราคอยเป็นหูเป็นตา องค์กรชุมชนต้องลุกขึ้นมาคิดอ่านวางแผนกันเอง สำรวจตรวจตราวางแผนแก้ปัญหา ข้อมูลที่เราทำจะสามารถยันกับการเปลี่ยนแปลงได้ หรือมุมมองของช่างอาสา ที่มองว่าเป็นเรื่องจริงของโลกและระบบทุนนิยม เราตกอยู่ในการบริโภควัตถุเกินจำเป็น อย่างเช่นโทรศัพท์ วันนี้เราต้องขอมือร่วมกัน ถ้าวันนี้เราไม่ทำอนาคตอาจต้องสูญเสีย ไม่มีใครเกาถูกที่คันแทนเราได้ เราเป็นช่างอาสา มีความรู้ประสบการณ์ก่อสร้าง เราเป็นสมาชิกโครงการบ้านมั่นคง เมื่อเราสร้างบ้านเสร็จแล้ว เราก็ออกไปช่วยเพื่อนต่อ เราใช้กิจกรรมช่างให้เกิดการสร้างคน สร้างจิตอาสาร่วมอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในการปลดโซ่ตรวน สู่ความเป็นไท ขบวนองค์กรชุมชนได้รวมตัวกันริเริ่มแนวคิดการพัฒนาแนวใหม่ คือ ลุกขึ้นมาทำเองโดยไม่รอความช่วยเหลือจากภายนอก และบูรณาการการทำงานและเชื่อมโยงงานทุกประเด็นขับเคลื่อนไปด้วยกัน เช่น การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยที่ดินทำกิน พร้อมกับพร้อมกับการจัดตั้งกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน การจัดการภัยพิบัติ หรือการใช้ผังตำบลมาวางแผนพัฒนาในท้องถิ่น เพราะนอกจากแสดงลักษณะทางกายภาพแล้วยังเชื่อมโยงมิติทางสังคม ซึ่งนำไปสู่การวางแผนตลอดจนการจัดทำข้อบัญญัตท้องถิ่น เพื่อการแก้ไขปัญหาของชุมชนท้องถิ่นในอนาคตต่อไป

 
 3-63-7


 3-83-9

3-103-12

 

รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน, ศิริพร เค้าภูไทย : รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter