เมือวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๖ คณะกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจ.ชุมพร ร่วมกับคณะประสานงานองค์กรชุมชนจ.ชุมพร และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนร่วมจัดงาน สมัชชาสวัสดิการชุมชนและขบวนองค์กรชุมชน ประจำปี ๒๕๕๖ ที่เทศบาลตำบลท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร โดยมีนายวิทัศน์ เตชะบุญ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นายชาติชาย อุทัยพันธ์ รองผู้ว่าราชการจ.ชุมพร นางสาวพรรณทิพย์ เพชรมากประธานคณะทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชนระดับชาติ นายอัมพร แก้วหนู ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) นางสาวเอี่ยม มากอำไพ นายกเทศบาลตำบลท่ายาง และผู้นำชุมชนจากทุกเครือข่ายร่วมงานกว่า ๑,๐๐๐ คน
นายธวัช คล้ายรุ่ง ผู้นำชุมชนและตัวแทนสภาพัฒนาการเมืองจ.ชุมพร
กล่าวรายงานข้อมูลสำคัญของงานพัฒนาในจ.ชุมพรว่า มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนเต็มพื้นที่ทั้งในระดับตำบลและเทศบาลแล้วจำนวน ๗๘ กองทุนมีสมาชิกทั้งหมด ๑๑๒,๙๘๑ คนหรือประมาณหนึ่งในสี่ของประชากรในจังหวัด มีเงินกองทุนที่เป็นของสมาชิก ๑๑๗.๔๙ ล้านบาท รัฐบาลผ่านพอช.อนุมัติเงินทบจำนวน ๘๓.๗๙ ล้านบาท เงินสมทบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอื่นๆ๗.๐๑ ล้านบาท มีผู้ได้รับผลประโยชน์จากกองทุนสวัสดิการชุมชนโดยตรงแล้วกว่า ๔๘,๖๒๒ คน รวมเงินที่ได้จ่ายสวัสดิการแก่สมาชิกกองทุนแล้วรวม ๗๒.๕๘ ล้านบาท กองทุนสวัสดิการชุมชนทีมีสมาชิกมากที่สุดคือกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลวิสัยเหนือ จำนวน ๕,๔๘๘ คน เงินกองทุนรวม ๒,๐๐๓,๑๒๐ บาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการสมทบกองทุนในอัตรา ๑ ต่อ ๑ เช่นเดียวรัฐบาลคือองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสัก ในภาพรวมมีการจัดสวัสดิการชุมชนชุมชน ๙ ประเภท คือเกิด เจ็บ แก่ เสียชีวิต ผู้ด้อยโอกาส การพัฒนาอาชีพ ทุนการศึกษา การนอนรักษาในโรงพยาบาล บริการสาธารณะประโยชน์และอื่นๆ สวัสดิการที่มีการจ่ายมากที่สุดคือการเสียชีวิตวงเงิน ๓๕.๔๒ ล้านบาท รองลงมาคือการส่งเสริมเรื่องอาชีพ วงเงิน ๑๑.๑๘ ล้านบาท การรักษาพยาบาลวงเงิน ๖.๔๖ ล้านบาท และทุนการศึกษาวงเงิน ๓.๔๕ ล้านบาท
นายวิทัศน์ เตชะบุญ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่าในประเทศไทยยังมีความเป็นไปได้ยากมากที่จะก้าวไปสู่รัฐสวัสดิการ แต่สิ่งที่เป็นไปได้คือการสร้างสังคมสวัสดิการ หากกองทุนสวัสดิการชุมชนมีสมาชิกเข้าร่วมในแต่ละตำบลเกือบ ๑๐๐ % และจัดสวัสดิการให้ครอบคลุมคนทุกประเภทที่ไม่มีสวัสดิการใดๆเลย เรียกได้ว่าเรากำลังสร้างสังคมสวัสดิการ ซึ่งมีความเป็นได้ที่กองทุนสวัสดิการชุมชนจะช่วยสร้างสังคมสวัสดิการให้เกิดขึ้นในหลายๆพื้นที่ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกล่าว
ด้านนางสาวพรรณทิพย์ เพชรมาก ประธานคณะทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชนระดับชาติ และผู้ช่วยผู้อำนายการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนกล่าวว่า หากกองทุนสวัสดิการชุมชนมีการบริหารจัดการที่ดี มีการขยายสมาชิกให้ครอบคลุมประชากรทั้งตำบล มีฐานข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ใช้ประโยชน์ในการทำงานงานพัฒนาอื่นๆได้ ก็ไม่น่าเป็นห่วงต่อการสนับสนุนจากนโยบายหรือรัฐบาลอย่างต่อเนื่องรวมทั้งการยอมรับจากภาคส่วนอื่นๆ
และจากฐานข้อมูลของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลแล้วทั้งประเทศจำนวน ๕,๕๗๓ กองทุน มีสมาชิกกว่า ๓,๔๕๘,๖๐๖ ราย มีเงินกองทุนรวมกว่า ๓๘๕๙.๒๕ ล้านบาท โดยเป็นเงินออมของสมาชิก ๒,๕๓๒ ล้านบาท ในด้านความคืบหน้าของการอนุมัติงบประมาณสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชนจากรัฐบาลผ่านพอช.ปัจจุบันมีการอนุมัติแล้ววงเงิน ๑,๕๘๔,๔๗ ล้านบาทผู้รับประโยชน์ใน ๔,๔๒๔ กองทุน
นอกจากนี้ในจังหวัดชุมพรมีการขับเคลื่อนงานพัฒนาในด้านอื่นๆที่มีสภาองค์กรชุมชนทำหน้าที่ประสานงานและเชื่อมโยงการแก้ปัญหาสาธารณะของชุมชนในจังหวัด ปัจจุบันมีสภาองค์กรชุมชนที่จัดตั้งแล้ว ๕๕ ตำบล มีเครือข่ายชุมชนที่ทำงานแก้ปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ ๑๗ ตำบล การทำงานของชุมชนเพื่อป้องกันภัยพิบัติใน ๑๒ ตำบล การพัฒนาองค์กรการเงินชุมชนที่ยกระดับเป็นเครือข่ายการเงินชุมชนในพื้นที่ ๑๙ ตำบล และการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบทจำนวน ๘ โครงการเป็นต้น
ทั้งนี้ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชุมพร ได้จัดทำคำประกาศเจตนารมณ์ในนามสมัชชาองค์กรชุมชนจังหวัดชุมพร ไปสู่จังหวัดจัดการตนเองภายใต้พื้นทีรูปธรรมดังนี้
คำประกาศเจตนารมณ์ของสมัชชาองค์กรชุมชนจังหวัดชุมพร
ปัจจุบันจังหวัดชุมพรมีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล จำนวน ๕๕ แห่ง ทั่วทั้ง ๘ อำเภอในจังหวัดชุมพรองค์กรชุมชนดังกล่าวได้ร่วมกันเป็นเครือข่ายองค์กรชุมชนระดับจังหวัด มีเจตนารมณ์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของชุมชนด้วยกระบวนการรวมกลุ่ม สร้างองค์กร การแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินทำกิน/ที่อยู่อาศัย การจัดการป้องกัน/บรรเทา ฟื้นฟูชุมชนหลังประสบภัยพิบัติ การวางแผนการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำ พื้นที่ชายฝั่ง พัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน ร่วมกับภาคีความร่วมในพื้นที่ นำไปสู่การจัดการตนเองในระดับตำบล ด้วยกระบวนการวางแผนพัฒนาฟื้นฟูตำบลโดยมีสภาองค์กรชุมชนตำบลรับรอง
ตลอดจนถึงการสร้างทุนของชุมชนด้วยการออมทรัพย์ กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล กองทุนการจัดการภัยพิบัติ เพื่อเป็นฐานทุนในการรองรับ ช่วยเหลือผู้คนในชุมชนในด้านเศรษฐกิจครัวเรือน
ในโอกาสที่ผู้แทนกลุ่ม องค์กรชุมชน แห่งเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล ในจังหวัดชุมพร มารวมตัวกัน พวกเราขอประกาศยืนยันเจตนารมณ์ในการใช้สิทธิของภาคประชาชน สิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ บัญญัติไว้ เพื่อนำไปสู่ชุมชนจัดการตนเองภายในปี ๒๕๖๐ เครือข่ายองค์กรชุมชนจะพัฒนาให้เป็นจังหวัดจัดการตนเอง โดยการสร้างรูปธรรมในการจัดการตนเองดังต่อไปนี้
๑. ด้านการพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล เชื่อมโยงกองทุนอื่นๆ ในตำบลให้เป็นสถาบันการเงินชุมชน เพื่อเป็นฐานทุนในการช่วยเหลือพี่น้องในตำบล
๒. ด้านการแก้ไขจัดการปัญหาที่ดินทำกิน จัดทำฐานข้อมูลผู้เดือดร้อนด้วยระบบข้อมูลแผนที่จีไอเอส พัฒนาไปสู่ผังตำบลในการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน รับรองสิทธิ์ที่ดินชุมชนโดยการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงในที่อยู่อาศัยต่อผู้ยากจนในเขตเมืองและชนบท
๓. ด้านการจัดการภัยพิบัติ จะพัฒนาทีมอาสาสมัคร ฐานข้อมูลที่ทันสมัยและพัฒนาด้วยแผนที่ระบบจีไอเอส และจัดตั้งกองทุนเพื่อการจัดการภัยพิบัติ เพื่อสร้างกระบวนการชุมชนในการป้องกัน บรรเทา และฟื้นฟูชุมชนที่ประสบภัยพิบัติด้วยตัวชุมชนเอง
๔. ด้านการประกอบอาชีพ จะส่งเสริมการผลิตพืชอาหารด้วยวิธีการที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร และฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น
๕. ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง ไปสู่การเมืองภาคพลเมืองด้วยการใช้พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 เป็นแนวทางในการดำเนินงานเชื่อมโยงภาคีต่างๆในพื้นที่สร้างแผนพัฒนาของชุมชนระดับตำบล
เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดชุมพร จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนในจังหวัดชุมพร ให้ความสนับสนุน ความร่วมมือในการส่งเสริมเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดชุมพรดำเนินงานตามเจตนารมณ์ชุมชนจัดการตนเอง
สมัชชาองค์กรชุมชนจังหวัดชุมพร
๒๓ มีนาคม ๒๕๕๖







