เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๖ คณะยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเมืองอนุรักษ์ ในโครงการพัฒนาเมืองอนุรักษ์ โดยสำนักงานโครงการบ้านมั่นคง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ได้จัดเวทีประชุมที่องค์การบริหารส่วนตำบลไชยสถาน ต.ไชยสถาน อ.เมือง จ.น่าน โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งจากคณะทำงาน นักวิชาการ อาทิ นางสาวกนิษฐา ปรีชาพีชคุปต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการพอช.ดร.ณัฐวุฒิ อัศวโกวิทวงค์ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม นายสักริน แซ่ภู่ จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นางสุวารี วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ และโครงการต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนเพื่อพัฒนาเมืองอนุรักษ์โดยชุมชนจัดการตนเอง เพื่อกำหนดทิศทางของโครงพัฒนาเมืองอนุรักษ์
โดย นายวิรัตน์ เตรียมพงศ์พันธ์ ได้เกริ่นถึงโครงการพัฒนาเมืองอนุรักษ์ซึ่งได้ดำเนินมาระยะหนึ่งและจากความเห็นของภาคีความร่วมมือหลายฝ่ายโดยบางกอกฟอรั่มทั้ง สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) สช. (สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ) และ พอช. อยากให้เรื่องนี้เป็นนโยบายสาธารณะ ดังนั้น จึงมีความพยายามประสานหลายฝ่ายเพื่อขับเคลื่อนเรื่องการพัฒนาพื้นที่เมืองอนุรักษ์ โดยให้แต่ละหน่วยงานนำเสนอพื้นที่ของตนเองและถอดบทเรียนพื้นที่ของตนเองมาแลกเปลี่ยนกัน โดยจะเปิดพื้นที่ให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของภาคประชาสังคมและประชาชน คือ ชุมชนจะแก้ปัญหาเมืองในพื้นที่เมืองอนุรักษ์ด้วยตนเองนี้ได้อย่างไร เพื่อจะได้เปิดพื้นที่นำร่อง เป็นตัวอย่างให้พื้นที่อื่นๆ ต่อไป
นางสาวกนิษฐา ปรีชาพีชคุปต์ ได้กล่าวว่า การจะผลักดันไปสู่นโยบายสาธารณะต้องมีการผลักดันประสานเครือข่ายก่อน ต้องกำหนดขอบเขตเวลาโครงการให้ชัดเจน ต่อการพัฒนาเมืองโดยให้คนในพื้นที่ลุกขึ้นมาทำ มาสร้างและพัฒนาเครื่องมือและกลไกการทำงานให้มากขึ้น ให้คนมีวิถีชีวิตไปได้กับเมือง
ขณะที่ ดร.ณัฐวุฒิ อัศวโกวิทวงค์ กล่าวว่า หากจะผลักดันประเด็นการอนุรักษ์เมืองเก่าโดยชุมชน ณ เวลานี้ยังไม่สามารถหลอมความแตกต่างหรือเป้าหมายร่วมกันได้ ต้องดูก่อนว่าจะคนเข้าร่วมมากน้อยแค่ไหน จะได้เห็นว่าพลังแค่ไหน
ดังนั้น คณะยุทธศาสตร์จึงได้กำหนดการสรุปถอดบทเรียนในประมาณเดือนมิถุนายนนี้เพื่อนำชุดความรู้มาเป็นต้นแบบพัฒนาเมืองอนุรักษ์ทั้งที่พื้นที่เก่าและพื้นที่ใหม่
โครงการพัฒนาเมืองอนุรักษ์ ในความรับผิดชอบของสำนักงานบ้านมั่นคง ได้เกิดขึ้นเมื่อ ๒๕๕๓ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ ๕ ประการ คือ ๑. เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดอย่างเป็นระบบ ๒.คนจนในเมืองมีชุมชนมั่นคงมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยครอบคลุมมิติการพัฒนาด้านกายภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ๓.เกิดรูปธรรมและรูปแบบการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนแออัดอย่างหลากหลาย ๔.สร้างความพร้อม ความสามารถ องค์ความรู้ และกระบวนการเรียนรู้ให้กับชุมชนท้องถิ่น และ ๕ เกิดการปรับปรุงและผ่อนปรนกฎระเบียบที่เอื้อต่อการพัฒนา อันเนื่องจากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบข้อจำกัดในบางพื้นที่ เนื่องจากมีบริบทของพื้นที่เป็นเมืองเก่าหรือย่านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีสภาพความเป็นอยู่แตกต่างจากชุมชนแออัดโดยทั่วไป จำเป็นต้องหารูปแบบการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทดังเกล่าว
จากการริเริ่มโครงการภายใต้งบประมาณ ๑๐ ล้านบาท ทางโครงการได้อนุมัติให้กับโครงการพื้นที่นำร่องในจังหวัดต่างๆ ๖ โครงการ ได้แก่ ๑. โครงการพื้นที่เมืองอนุรักษ์เมืองเชียงใหม่ โครงการฟื้น บ้าน ย่าน เวียง โครงการเขียวสวยหอม, ๒. โครงการอนุรักษ์ดนตรีจีน ชุมชนบางหลวง จ.นครปฐม ๓. คณะทำงานสนับสนุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่เมืองอนุรักษ์ แม่ฮ่องสอน เมืองเชียงใหม่ เมืองสงขลา ภูเก็ต ๔.โครงการสร้างกลไกการอนุรักษ์และฟื้นฟูชุมชนพาณิชยกรรมดั้งเดิม ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลวังกรด จ.พิจิตร ๕.โครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไต จ.แม่ฮ่องสอน ๖.โครงการศึกษาและสร้างเครือข่ายช่างฝีมือเพื่อการฟื้นฟูชุมชนทางประวัติศาสตร์ในย่านไชน่าทาวน์ เยาวราช กรุงเทพฯ รวมเป็นงบประมาณ ๓,๕๑๐,๐๐๐ บาท คงเหลือ ๖,๔๙๐,๐๐๐ บาท
จากการที่โครงการพัฒนาเมืองอนุรักษ์ได้ดำเนินการมาสองปี จึงได้มีการเตรียมสรุปถอดบทเรียนเพื่อเป็นฐานในการผลักดันสู่นโยบายสาธารณะในลำดับต่อไป โดยนางสาวสุมล ยางสูง ผู้จัดการสำนักงานโครงการบ้านมั่นคงได้กล่าวว่า “การจะเดินไปข้างหน้าได้ต้องมีการสรุปบทเรียน”




