playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

t1-080556เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖ วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อ.แม่สอด จ.ตาก ได้จัดงานอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมชนพื้นเมือง และลงนามบันทึกความร่วมมือกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ใน “โครงการศึกษาองค์ความรู้ในการบริหารจัดการชุมชน ผ่านโครงสร้างทางสังคมตามวัฒนธรรมชุมชนอำเภออุ้มผาง” เพื่อหนุนเสริมงานวิชาการให้กับขบวนชนพื้นเมืองจังหวัดตากงานและสืบสานวัฒนธรรมชนพื้นเมือง ที่วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย มศว.จังหวัดตาก ได้ โดยมีนายสุริยะ ประสาทบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานกล่าวเปิดงาน    

 t7-080556ทั้งนี้มีชนเผ่าพื้นเมืองของจังหวัดตากโดยเฉพาะเผ่าปกาเก่อญอ ได้มาร่วมงานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งจาก ๕ อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สอด อำเภอแม่ละมาด อำเภออุ้มผาง อำเภอพบพระ อำเภอท่าสองยาง และภายในวิทยาลัยโพธิวิชชาลัยได้แสดงนิทรรศการวิถีชีวิตชาวปกาเก่อญอ ซึ่งแสดงให้เห็นหลากหลายมิติ  เช่น พิธีกรรมผูกข้อมือ (กี่จื่อ) เพื่อให้อยู่ดีมีสุข ปลอดพ้นจากสิ่งชั่วร้าย การแสดงเครื่องมือยังชีพ เช่น การดักสัตว์ จับสัตว์ป่า หรือเครื่องมือหาสัตว์น้ำบนภูเขา เพื่อเป็นอาหารในดำรงอยู่ การแสดงการทอผ้า พิธีกรรมเสี่ยงทายของหมอพื้นบ้าน รวมถึงวัฒนธรรมด้านศิลปะการดนตรีและการเต้นรำ “ระบำเชือก” จากเยาวชนโรงเรียนบ้านขุนห้วยแม่ท้อ อ.แม่ละมาด ซึ่งนับว่าสวยงามตระการตาต่อสายตาผู้ชมมากทีเดียว

หลังการแสดงภาคงานวัฒนธรรมของชนเผ่าปกาเก่อญอ t2-080556ช่วงบ่าย ณ ห้องประชุมวิทยาลัยโพธิวิชชาลัยได้จัดเสวนาพูดคุยในหัวข้อ “ทิศทางการสนับสนุนส่งเสริมชุมชนท้องถิ่นและการพัฒนาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ (พิพิธภัณฑ์มีชีวิต) ที่เป็นรูปธรรมและตอบสนองชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” โดย รศ.อำนาจ เย็นสบาย คณบดีวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย มศว., นายสุพัฒน์ จันทนา ผู้จัดการภาคเหนือตอนล่าง พอช., นางศรีสมร เทพสุวรรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดตาก, นายถีรยุทธ ฉันติกุล รองนายกเทศมนตรีแม่สอด, นางปรานี อ่อนทุวงศ์ (ตัวแทนสตรีปกาเก่อญอ) , นางสาวน้ำฝน กึกก้องโลกา (ตัวแทนเยาวชนปกาเก่อญอ), นายสนั่น สันติมโนกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมปกาก่อญอ โดยมี นายสุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ อาจารย์วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย เป็นผู้ดำเนินรายการ

เวทีเสวนาเริ่มต้นด้วยการที่นายสุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ ได้ถามต่อนายสนั่น สันติมโนกุล ว่า เหตุใดจึงได้จัดงานนี้ขึ้นมา ซึ่งนายสนั่นได้ตอบว่า “ธรรมดาของคนเรานั้นถ้าคิดว่าตนเองไม่มีอะไรดีเลย ไม่มีอะไรดีสักอย่างเลยเขาจะฆ่าตัวตาย ดังนั้น สิ่งที่คนเราแสดงออกในงานครั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน คนเราจำเป็นที่จะต้องบอกให้คนอื่นได้รู้ว่าตนเองมีอะไรดี แล้วจะได้มีจุดมุ่งหมาย เป้าหมายในชีวิต”

namfon-080556ในขณะที่นางสาวน้ำฝน กึกก้องโลกา ก็ได้กล่าวว่า “ณ วันนี้เด็กๆ เยาวชนปกาเก่อญอเข้าหาสามจีกันแล้ว แต่เราคิดว่าวัฒนธรรมของเรามันหนาแน่นพอที่จะผลักเราไปสู่สิ่งดีๆ เราใส่ใจวัฒนธรรมของเราแต่เราก็เสริมสร้างด้านเทคโนโลยีและสังคมเข้ามา ทำให้เราเข้าสังคม เข้าใจโลกภายนอก ขณะเดียวกันก็ไม่ลุ่มหลงสิ่งไม่ดี เราสนใจทั้งสองด้านทั้งโลกภายนอกและรากเหง้าเพื่อจะดึงเราเข้ามาหาสังคมของตัวเอง ให้เรามีอัตลักษณ์ของตัวเอง”

ด้านนางปรานี อ่อนทุวงศ์ ก็ได้กล่าวว่า “ภูมิใจกับตัวเองที่เป็นปกาเก่อญอ ไม่ว่าการแต่งกาย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาต่างๆ ที่บรรพบุรุษของเรามอบมาให้เรา บางคนอาจจะอายที่เป็นปกาเก่อญอ แต่เราไม่เคยอายที่เป็นปกาเก่อญอ ฉะนั้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จะไปประเทศไหนก็ภูมิใจ เพราะเรามีสิ่งดีๆ หลายอย่าง”

หลังจากที่ได้ฟังคนปกาเก่อญอได้เอ่ยถึงความรู้สึกนึกคิดต่อเผ่าพันธุ์ตนเองและการจัดงานครั้งนี้แล้ว ด้านวัฒนธรรมจังหวัด นางศรีสมร เทพสุวรรณ์ ก็ได้กล่าวว่า “รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานนี้ การอยู่ตาก ทำให้เห็นคนปกาเก่อญอทุกวัน ดีใจที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญกับชนเผ่า เราไม่เคยเห็นการรวมตัวลักษณะนี้มาก่อนเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เห็นการรวมมากขนาดนี้ คนปกาเก่อญอมีวัฒนธรรมที่โดดเด่นมาก ดิฉันก็คงได้มาต่อยอดกับโพธิวิชชาลัยในโอกาสต่อไป ซึ่งภาครัฐยินดีที่จะทำงานบูรรณาการกับทุกภาคส่วน คิดว่าต่อไปเราจะมาร่วมกัน โดยกระทรวงวัฒนธรรมมีความมุ่งเน้นที่จะรักษาอัตลักษณ์วัฒนธรรมของชนพื้นเมืองอยู่แล้ว”

ขณะที่ นายถีรยุทธ ฉันติกุล รองนายกเทศมนตรีแม่สอด ได้กล่าวว่า ตนได้สัมผัสกับชนเผ่าชาติพันธ์ของจังหวัดที่หลากหลาย ไม่ว่าปกาเก่อญอ ไทใหญ่ มุสลิม ตากมีความหลากหลาย และเป็นนโยบายของจังหวัดที่นำเรื่องนี้มาเป็นจุดแข็ง แต่แต่ในทางปฏิบัติคนที่อยู่ในรอบนอกหรือในจังหวัดตากเองเราไม่มีแหล่งศึกษาความรู้เรื่องชนเผ่าหรือพิพิธภณฑ์ท้องถิ่นเลย แม้ว่าผ้าทอปกาเก่อญอโกอินเตอร์แล้วก็ตาม ตากยังไม่มีพิพิธภณฑ์ท้องถิ่นแต่ยังดีที่มีวิทยาลัยแห่งนี้

t3-080556นายสุพัฒน์ จันทนา ผจก.ภาคเหนือตอนล่าง พอช. ได้กล่าวถึงประเด็นของพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตนี้ว่า จากการได้เห็นพี่น้องมารวมตัวกันเยอะมากในเช้าวันนี้ และได้เห็นการแสดงวัฒนธรรมต่างๆ ที่มีความเกื้อกูลชีวิตกันและกัน เคารพกัน เอื้อเฟื้อกัน เห็นภูมิปัญญาในการดำรงชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นเอกลักษณ์ของคนปกาเก่อญอสองสามอย่างคือ ๑.เห็นการเชื่อมโยงเผ่า ๒.เอกลักษณ์การแต่งกาย ๓.วิถีชีวิตความเป็นอยู่ เพราะฉะนั้นเมื่อการเปิดประตูสู่อาเซียนจะมีผลกระทบต่อเราแน่นอน เพราะฉะนั้นภูมิคุ้มกันของเราก็คือ วัฒนธรรมชุมชน ซึ่งโจทย์คือเราจะมีภูมิคุ้มกันชุมชนร่วมกันได้อย่างไร และปัญหาของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองใหญ่ๆ ตอนนี้มีอยู่สองเรื่องคือ ๑.เรื่องสัญชาติ ๒.เรื่องที่ดินทำกิน ซึ่งสู้กันมายาวนาน

สำหรับในส่วนของ พอช. นั้นมีจุดประสงค์ส่งเสริมให้คนพื้นทีเป็นแกนหลักในการพัฒนาอยู่แล้ว ดังนั้น ทำอย่างไรถึงจะแปรเรื่องพวกนี้ให้เป็นโอกาสให้คนในพื้นที่ได้เข้มแข็ง ขณะเดียวกันก็สามารถจัดการข้อมูลชุมชนได้ด้วยตนเองและจัดทำแผนพัฒนาของตนเอง ซึ่งในส่วนของพอช. นั้นจะร่วมมือกับโพธิวิชชาลัย เชื่อมโยงกันเพื่อให้ถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันแห่งชุมชนในอนาคต

รศ. อำนาจ เย็นสบาย คณบดีวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย amnat-080556ได้กล่าวถึงความเป็นมาของสถาบันว่า ครั้งหนึ่งเคยได้ยิน นพ.ประเวศ วะสี พูดว่า การทำในเรื่องที่ยากและเป็นเรื่องที่ดีให้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ให้ได้นั้นมันจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ยินเรื่องความเหลื่อมล้ำบ่อยมาก ถามว่าเราจะทำได้ไหม เรามีคนดีๆ เยอะ แต่เราขาดพลังที่จะรวมคนให้มาอยู่ด้วยกัน โพธิวิชชาลัยต้องการตอบโจทย์เรื่องคนชายขอบ ลดความเหลื่อมล้ำ สถาบันแห่งนี้จึงการเกิดขึ้น จึงหวังว่าการที่เรามาเจอกันครั้งนี้ เราจะร่วมมือกันนะ เราจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกฝ่าย

สำหรับในประเด็น พิพิธภัณฑ์มีชีวิต นั้น รองนายกเทศมนตรีแม่สอดกล่าวว่า คิดว่าพิพิธภัณฑ์ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวอาคาร อยู่ที่ว่าเราเอาสิ่งที่เรามีอยู่ใส่เข้าไปให้เกิดความรู้ เรื่องเล่า ตรงนี้ก็ถือเป็นพิพิธภัณฑ์

อาจารย์สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ กล่าวว่า บางพื้นที่มีสถานที่แต่ไม่ได้ใช้งาน แต่ถ้าแผนออกมาจากทางมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียวก็ไปไม่ได้ ดังนั้นต้องทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางปัญญาของคนในพื้นที่ ขณะที่นางสาวน้ำฝน เยาวชนปกาเก่อญอเสนอว่า อยากให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ เรียนรู้เกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรม

            t4-080556จากหัวข้อเสวนาเรื่องนี้จึงได้นำไปสู่ร่วมแสดงความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมรับฟังอย่างหลากหลายโดยได้เสนอมิติต่างๆ ของการสืบสานวัฒนธรรม ซึ่งหลายเรื่องเป็นเรื่องที่ชุมชนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการความรู้รวมถึงการไม่อนุรักษ์วัฒนธรรมแต่เพียงอย่างเดียว แต่คนพื้นเมืองจะต้องปรับตัวเรียนรู้ให้เท่าทันกับโลกภายนอกด้วย ดำเนินชีวิตอย่างสอดคล้องกับวิถีปัจจุบัน เช่น อาจมีวิถีการกินกาแฟ การกินไวน์ ซึ่งพวกตนไม่ปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ แต่ก็จะอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมไว้เพื่อให้เห็นว่าพวกตนมีความเป็นมามาอย่างไร

หลังจากนั้นจึงได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือบันทึกความร่วมมือระหว่างคณะทำงานโครงการศึกษาองค์ความรู้  ในการบริหารจัดการชุมชนผ่านโครงสร้างทางสังคมตามวัฒนธรรมชุมชนอำเภออุ้มผาง กรณีศึกษา: บ้านมอทะ-บ้านหม่องกวะ และบ้านกุยลอตอ  ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก โดยตัวแทนวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย รศ.อำนาจ เย็นสบาย คณบดี และตัวแทนจาก พอช. นายสุพัฒน์ จันทนา ผจก.ภาคเหนือตอนล่าง

ทั้งนี้การลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้t6-080556  เพื่อจะได้สนับสนุนการจัดการความรู้ในพื้นที่ชุมชนตามโครงสร้างทางสังคมและบริบทภูมิวัฒนธรรมของชุมชน และเพื่อเป็นการจัดกระบวนการศึกษาที่ให้นิสิตกลับมารับใช้ชุมชน ท้องถิ่นตนเอง รวมถึงเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกจะได้ศึกษาทบทวนกิจกรรมการส่งเสริมพัฒนาพื้นที่โดยฐานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนสามารถวางแผนการพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับภูมิสังคม และไม่กระทบกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน

นอกจากนี้พื้นที่ศึกษาในโครงการนี้ยังจะนับว่าเป็นการนำร่องให้กับอีกห้าอำเภอ ได้แก่ อำเภอพบพระ อำเภอแม่สอด อำเภอแม่ละมาด อำเภออุ้มผาง อำเภอท่าสองยาง ซึ่งปัจจุบันทั้งห้าอำเภอดังกล่าวได้มีการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเพื่อหนุนเสริมการทำงานร่วมกัน

             

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter