playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

lp1-170556เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)ร่วมกับ ๖ สถาบันการศึกษาในจังหวัดลำปาง จัดเวทีความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมนครลำปางและการจัดการลุ่มน้ำวังขึ้น เพื่อสรุปผลการดำเนินงานความการร่วมสร้าง“นครลำปางโมเดล” โดย ๕ ตำบลนำร่องและระดมแนวทางการพัฒนาเสริมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองเชื่อมโยงงานวิชาการท้องถิ่นเป็นเครื่องมือสำคัญหนุนพื้นที่และสร้างคนรุ่นใหม่  ณ ตึกโอฬารโรจน์หิรัญ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง อ.เมือง จ.ลำปาง โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า ๖๐ คน ประกอบด้วยตัวแทนอาจารย์ นักศึกษา นักวิชาการจาก ๖ สถาบันจังหวัดลำปาง ตัวแทนชุมชนจาก ๕ ตำบลนำร่อง และพอช.

ผศ.เล็ก แสงมีอานุภาพ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ได้กล่าวต้อนรับและเปิดเวทีความร่วมมือครั้งนี้ว่า การร่วมมือกันของ ๖ สถาบันครั้งนี้ จะเป็นการผลักดันให้มีการเกิดการจัดการน้ำวังที่ดียิ่งขึ้น

นายปฏิภาณ จุมผา ผู้จัดการสำนักงานภาคเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)  กล่าวว่าการสร้างความร่วมมือกับภาคีในท้องถิ่นโดยเฉพาะสถาบันการศึกษา นับเป็นภารกิจนับเป็นภารกิจสำคัญที่ พอช.ต้องให้การหนุนเสริม งานวิชาการท้องถิ่นเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถพัฒนาและให้ชุมชนท้องถิ่นขึ้นมาจัดการตนเอง เกิดความเข้มแข็งร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การป้องกันผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงภายนอกและการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติได้

“ทำอย่างไรจะให้สถาบันการศึกษาท้องถิ่นได้ใช้องค์ความรู้ขับเคลื่อนจัดการตนเอง ถ้าลำปางมีเครือข่ายลุ่มน้ำ ผืนป่า พอช.มีหน้าที่ไปสนับสนุน เราจะคิดที่ตำบลเป็นหลัก เพราะตำบลเป็นโครงสร้างอำนาจที่จะเราจะจัดการท้องถิ่น พี่น้องระดับตำบล หมู่บ้าน มีทรัพยากรในพื้นที่ เราต้องลุกขึ้นมาพึ่งตนเอง ถ้าชาวบ้านกับสถาบันจับมือกันก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอน”

lp2-170556การดำเนินโครงการบนแนวคิด“นครลำปางโมเดล” กว่า ๑ ปีที่ผ่านมา เป็นการสร้างแนวคิดการพัฒนาชุมชน-อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเชิงบูรณาการ บนฐานความเชื่อว่า ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงย่อมมีหลายภาคส่วนทั้งชุมชน นักวิชาการ อาจารย์ และนักศึกษา ซึ่งคำว่า “สถาบันการศึกษา” ไม่ได้จำกัดความเพียงแค่นักวิชาการหรืออาจารย์เท่านั้น แต่หมายรวมถึงนักศึกษาที่เป็นเยาวชนและอนาคตของชาติ แนวคิดนี้ได้เริ่มต้นเมื่อต้นปี ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดจากการรวมตัวของนักวิชาการ 6 สถาบันในจังหวัดลำปางได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง, มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาลำปาง, มหาวิทยาลัยเนชั่น, มหาวิทยาลัยวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์ลำปาง และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครลำปาง

dr.pattana-170556ดร.พัฒนา นาคทอง ได้กล่าวว่า “ที่ผ่านมาเราอาจจะคุ้นชินกับการรอรับการพัฒนาจากรัฐให้ ดังนั้น เราจึงอยากสอนให้คนของชุมชนอยู่ได้ด้วยตนเอง เราจึงได้มีการเชื่อมประสานกัน เพราะเก่งคนเดียวทำอะไรไม่ได้ เราต้องประสานคนอื่นได้ด้วย ส่วนอื่นๆ ด้วย รวมถึงนักศึกษาที่เราดึงเข้ามาเพราะเรามีอาชีพสอนคน เราจึงหวังที่จะเห็นนักศึกษาของเราเป็นผู้นำเยาวชน ไม่ว่านักศึกษาเทคโนโลยีราชมงคล นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาล หรือที่มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางเราหวังจะต่อยอดเด็กๆ ให้คิดจัดการปัญหาชุมชนได้ นักศึกษาสามารถเข้ามามีส่วนร่วมใน ทีมระบบข้อมูล ทีมพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกัน และทำให้เกิดการพัฒนาศักยภาพ “

ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม ได้กล่าวเสริมว่า “นครลำปางโมเดล” เป็นการขับเคลื่อนในรูปแบบใช้ความร่วมมือเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั้งในสถาบันการศึกษาควบคู่กับชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง

ผลิตผลของนครลำปางโมเดลทำให้ประสบการณ์นอกkosol-170556ห้องเรียนเสริมความเข้งแข็งให้กับชุมชนและการสร้างแรงบันดาลใจรักษ์บ้านเกิดแก่เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการ ดังเช่นนางสาวโกศล สืบต่างใจ นศ.พยาบาลปีที่ ๔ (อดีตนายกสโมสรนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลฯ) ได้เล่าประสบการณ์ลงชุมชนว่า ตนเองได้ลงพื้นที่ชุมชนลำปาง ได้ทำฝายในชุมชน ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้คิดว่าวันหน้าถ้ากลับไปอยู่บ้านก็หวังว่าจะได้ทำงานพัฒนาควบคู่ไปกับวิชาชีพที่เรียนมา และคาดว่าลำปางจะมีเครือข่ายงานพัฒนาที่ดี มีเยาวชนช่วยกันเก็บข้อมูลท้องถิ่นมากขึ้น และเกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของคนลำปางเอง

ว่าที่ ร.ต.มงคล นันตระกูล อดีตนักศึกษามหาวิทยาmongkal-170556ลัยราชภัฏลำปางซึ่งเรียนจบใหม่หมาดในต้นปีที่ผ่านมาก็ได้มาร่วมกล่าวถึงการทำงานเพื่อพัฒนาชุมชนในหมู่บ้านต้นฮ่างพัฒนา ต.บ้านค่า ว่า ตอนตนเองเรียนอยู่ปีสามได้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ตอนนั้นเรียนวิชาสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้ได้เรียนรู้พื้นที่พัฒนาป่าต้นน้ำ สิ่งแวดล้อมลำปาง เลยมีแนวความอยากเป็น นักศึกษาทำงานเพื่อนสังคม เลยได้ริเริ่มชวนเพื่อนนักศึกษาไปทำฝายกันโดยไม่มีเงินเลยสักบาท เพียงได้รับบริจาคเป็นค่าอาหารครั้งแรก ๓๐๐ บาทเท่านั้น แต่จุดเริ่มต้นตรงนั้นเองที่ทำให้เขาเติบโตและค่อยทำความเข้าใจในการทำงานสายงานพัฒนามากขึ้น และแม้ว่าตนจะไปประกอบอาชีพอะไรก็ตาม ก็จะไม่ลืมที่จะคิดถึงงานพัฒนาบ้านเกิดของตน

            ทั้งนี้ ขบวนชุมชนในพื้นที่ ๕ ตำบลได้แก่ บ้านทุ่ง ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน, บ้านขอ ต.บ้านขอ อ.เมืองปาน, บ้านไร่ศิลาทอง ต.พิชัย อ.เมือง, บ้านต้นฮ่างพัฒนา ต.บ้านค่า อ.เมืองปาน และบ้านแม่ตาลน้อย ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร และนักวิชาการ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนและเห็นทิศทางการพัฒนาโครงการร่วมกันว่าชุมชนท้องถิ่นสามารถจัดการทรัพยากรในท้องถิ่นได้ด้วยตัวเองเพียงแค่การสนับสนุนการลุกขึ้นมาจัดการตนเองอย่างต่อเนื่องและเต็มที่เช่นความร่วมมือที่เกิดขึ้นยิ่งตอกย้ำให้มั่นใจได้ว่าชุมชนสามารถจัดการตนเองเพื่อความยั่งยืนของท้องถิ่นได้แน่นอน 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter