playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     เมื่อวันที่ wf1-200656  ๒๐ มิถุนายน  ๒๕๕๖ คณะทำงานสวัสดิการชุมชระดับชาติ ร่วมกับเครือข่ายสวัสดิการชุมชน ๑๑ ภาค  และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)หรือพอช.   จัดงาน “สมัชชาสวัสดิการชุมชน สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” ที่ห้องประชุมพระปกเกล้า  อาคารเอนกนิทัศน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
โดยมีนายแพทย์ชลน่าน 
ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข  เป็นประธานเปิดงาน โดยมีผู้นำองค์กรสวัสดิการชุมชน ผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมสัมมนากว่า ๑,๐๐๐ คน

 

     นายแก้ว สังข์ชู  กรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและคณะทำงานสวัสดิการชุมชนระดับชาติ  กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า เพื่อนำเสนอผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการจัดสวัสดิการชุมชน  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานสวัสดิการชุมชน ที่ขยายผลสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองในด้านต่างๆ   รวมทั้งการประกาศยุทธศาสตร์สวัสดิการชุมชนปี ๒๕๕๗-๒๕๖๑ 

 

  wf2-200656     นายแก้ว กล่าวต่อว่าการจัดสวัสดิการชุมชนเป็นงานที่ริเริ่มโดยชุมชน  คิดค้นการจัดสวัสดิการ  เพื่อให้คนในชุมชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในชนบทและแรงงานนอกระบบในเมือง ที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงสวัสดิการในระบบประกันสังคม ได้รับสวัสดิการ โดยเริ่มจากฐานทุนภายในชุมชนเป็นหลัก ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗

      ผลการดำเนินงานการจัดสวัสดิการชุมชนจน ณ ปัจจุบัน   มีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งแล้ว ๕,๕๐๐ กองทุน  สมาชิกรวม ๓.๔ ล้านคน เงินกองทุนรวม ๔,๒๐๖ ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินของสมาชิกกองทุน  จำนวน ๒,๗๑๖.๙๔ ล้านบาทหรือร้อยละ ๖๕ นอกนั้นเป็นเงินสมทบจากรัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแหล่งอื่นๆ  ทั้งนี้มีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพจนได้รับการสมทบงบประมาณจากรัฐบาล ผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนแล้วจำนวน ๔,๕๔๘ กองทุน สมาชิก ๓.๑๖ ล้านคน  รวมงบประมาณที่อนุมัติสมทบจากรัฐบาลแล้ว ๑,๗๑๘.๙๖ ล้านบาท มีผู้ได้รับประโยชน์จากกองทุนสวัสดิการชุมชนโดยตรงจำนวน ๕๓๓,๑๕๕ ราย เป็นเงินที่จ่ายสวัสดิการรวม ๕๙๔.๓๙  ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมการเกิด แก่ เจ็บ ตาย  และสวัสดิการในด้านอื่นๆกว่า ๑๐ ประเภท โดยเครือข่ายสวัสดิการชุทมชนทั่วประเทศได้ร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์สวัสดิการชุมชนปี ๒๕๕๗-๒๕๖๑ เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของสวัสดการชุมชน โดยการขยายฐานสมาชิกถึง ๑๐ ล้านคนภายในปี ๒๕๖๐ พร้อมกันนี้นายแก้ว สังข์ชู ได้มอบข้อเสนอของขบวนชุมชนเพื่อให้รัฐบาลสนับสนุนนโยบายชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ๕ ด้านคือ

              ๑.) รัฐบาลต้องกำหนดนโยบายสนับสนุนองค์กรชุมชนให้ทำงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองและกำกับให้ทุกหน่วยงานราชการสนับสนุนนโยบายดังกล่าว เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยจากชุมชนฐานรากอย่างแท้จริง

              ๒.) รัฐบาลต้องจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับเครือข่าย เพื่อพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ระยะ ๕ ปี (๒๕๕๗ – ๒๕๖๑) และเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบและสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่อง

              ๓.) ให้รัฐบาลต้องแปรญัตติงบประมาณประจำปี ๒๕๕๗  ในส่วนที่เกี่ยวกับการสนับสนุนองค์กรชุมชน ผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เป็นจำนวนเงิน ๕,๑๘๓  ล้านบาท

              ๔.) รัฐบาลต้องแก้ไข เปลี่ยนแปลง กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นของขบวนองค์กรชุมชนซึ่งรวมถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมายเก่าที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน การพัฒนากฎหมายใหม่และการสนับสนุนการทำงานตามกฎหมายปัจจุบัน เช่น พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน  เป็นต้น    

              ๕.) รัฐบาลต้องหยุดและทบทวนโครงการพัฒนาทุกโครงการ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชน ขอให้รัฐบาลกำกับดูแล ให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในทุกขั้นตอน

          dr-chonlananด้านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวเปิดงานและชื่นชมในความมุ่งมั่นของขบวนองค์กรชุมชน  ที่จะร่วมกันพัฒนาความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชน  ให้เป็นกองทุนที่สามารถดูแลคนในชุมชนให้ความมั่นคงในชีวิต และเพิ่มสมาชิกถึง 10 ล้านคนในปี 2560  ซึ่งงานทีขบวนสวัสดิการชุมชนทำอยู่นั้นสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล  เพราะเป็นเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเป็นธรรมในสังคม ที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างคือการบริหารจัดการตนเองของชุมชน ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 4 ของรัฐบาลในเรื่องการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม  สำหรับการสร้างความเข้มแข็งและขยายสมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชนให้ถึง ๑๐ ล้านคนภายในปี ๒๕๖๐ นั้น หากมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเป้าหมายที่ตั้งไว้อาจจะน้อยไปก็ได้   แต่ชุมชนต้องทำงานบนฐานข้อมูลหรือจัดการกับระบบข้อมูลอย่างเข้มแข็ง เป็นเครื่องมือในการทำงานอย่างมีเป้าหมาย  สิ่งที่อยากจะฝากคือให้กองทุนสวัสดิการชุมชนดูแลเรื่องสุขภาพ เมื่อมีทุนก็ใช้ทุนในการส่งเสริมให้คนทำดี ส่งเสริมการบริหารจัดการบนพื้นฐานของความเป็นธรรม ใช้จุดแข็งของชุมชนและกองทุนในการพัฒนาและแก้ปัญหาของชุมชน

          สำหรับข้อเสนอของชุมชนทั้ง ๕ ข้อนั้น ขอน้อมรับเพราะมีสิ่งทีเป็นหัวใจสำคัญคือการกำหนดนโยบายสาธารณะ ในการพัฒนาประเทศ ที่ต้องการให้ทุกาภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง สำหรับข้อเสนอในการแปรญัตติงบประมาณ ที่ต้องสนับสนุนขบวนชุมชนในงานพัฒนาผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนนั้น  รมช.กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่ามีความเป็นไปได้สูงในการแปรญัตติเรื่องงบประมาณ  ซึ่งจะทราบผลอีกครั้งในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม  นี้

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter