playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

kc1-110756เครือข่ายองค์กรชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง (คชก.) เข้าพบปวีณา รมว.พม. เสนอการสนับสนุนยุทธศาสต์ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ส่วนรัฐมนตรีคนใหม่ รับข้อเสนอไว้พิจารณา อีกทั้งตอบรับร่วมงานสมัชชาขบวนองค์กรชุมชน คนนครปฐม วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎ จังหวัดนครปฐม และเสนอให้เครือข่ายฯ พาลงศึกษาการทำงานของชุมชนในเขตกรุงเทพมหานคร ในสัปดาห์หน้า 

เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เครือข่ายองค์กรชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง (คชก.) ประกอบด้วย เครือข่ายสวัสดิการชุมชน, สหพันธ์พัฒนาองค์กรคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.), คณะประสานงานองค์กรชุมชน (คปอ.), เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.) และสภาองค์กรชุมชน ได้เข้าพบนางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีในการเข้ารับตำแหน่ง รมว.พม. พร้อมเสนอยุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรม สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองให้เป็นนโยบายของรัฐบาล

นางปวีณา หงสกุล รมว.พม. กล่าวแสดงความดีใจที่ผู้แทนขบวนpaweena-110756องค์กรชุมชน มาเข้าพบตนในวันนี้ และยินดีที่จะร่วมงาน เป็นเครือข่ายพัฒนาประเทศไปร่วมกัน พร้อมชวนร่วมงานศูนย์ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม เพื่อช่วยเหลือเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ วันศุกร์ที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ นี้ที่ กระทรวง พม. กรุงเทพฯ ทั้งนี้อยากให้ผู้นำขบวนชุมชนเข้าร่วมเสนอปัญหา เพื่อจัดลำดับความสำคัญสิ่งที่จะดำเนินการก่อน-หลัง และเสนอกับเครือข่ายฯว่าภายในสัปดาห์หน้าจะลงเยี่ยมชุมชน ให้พาดูการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน โดยให้เครือข่ายฯช่วยเตรียมพื้นที่ในเขตกรุงเทพด้วย

นางมุกดา อินต๊ะสาร  ผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ให้ข้อมูลว่า การเข้าพบรัฐมนตรีในครั้งนี้ คชก.มีความคาดหวังการพัฒนาที่มีความยั่งยืน โดยต้องให้ชุมชนเจ้าของปัญหาลุกขึ้นมาแก้ปัญหาเองซึ่งมีขบวนองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักและหน่วยงานอื่นๆของรัฐบาลให้การสนับสนุน นับตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๔๕ เป็นต้นมา ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศได้ดำเนินการแก้ปัญหาร่วมกับรัฐบาลในประเด็นต่างๆมีความก้าวหน้าดังนี้

๑.) การแก้ปัญหาชุมชนแออัดและที่อยู่อาศัยของคนเมืองตามโครงการบ้านมั่นคง ดำเนินการแล้วจำนวน ๑,๖๕๖ ชุมชนจำนวน ๘๘,๐๔๙ ครัวเรือน (ประชากรประมาณ๓๑๐,๐๐๐ คน)ใน ๒๘๖ เมือง ในจังหวัดที่มีปัญหาเรื่องนี้จำนวน ๗๐ จังหวัด โดยดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖แต่ยังคงมีครัวเรือนที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยกว่า๖๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน

๒.) การพัฒนาระบบสวัสดิการภาคประชาชน โดยการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนแล้วจำนวน ๕,๕๗๗ กองทุน มีสมาชิกกองทุนมากกว่า ๓.๔ ล้านคน มีเงินกองทุนประมาณ ๔,๑๐๐ ล้านบาท เป็นเงินที่มาจากการสมทบของสมาชิกกว่า ๒,๗๐๐ ล้านบาทหรือร้อยละ ๖๕ ของเงินทั้งหมด มีการจ่ายเงินสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกไปแล้วกว่า ๔๙๓,๑๔๔ รายเป็นจำนวนเงินกว่า ๕๕๑ ล้านบาทเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘

๓.) สภาองค์กรชุมชนมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล ตามพ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๑ จำนวน ๓,๗๔๘สภา มีสมาชิกสภาที่เป็นองค์กรชุมชนจำนวน ๙๔,๓๗๘ องค์กรสภาองค์กรชุมชนทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์กรชุมชนในตำบล/เทศบาลเพื่อร่วมทำงานพัฒนาท้องถิ่นกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการเสนอแนะการดำเนินการนโยบายสาธารณะทั้งในระดับท้องถิ่นและประเทศ

๔.) การแก้ปัญหาที่ดินภาคประชาชนมีการจัดทำข้อมูล จัดทำแผนที่ การพัฒนากองทุนที่ดินชุมชน เพื่อแก้ปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยในพื้นที่กว่า ๕๐๐ ตำบลทั่วประเทศ แก้ปัญหาความเดือดร้อนกรณีคนไร้ที่ดินและกรณีที่ดินทับซ้อนกับพื้นที่ป่าสงวนหรือพื้นที่สาธารณะ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเป็นการสนับสนุนให้ขบวนองค์กรชุมชนจัดการทิ่ดินในตำบลทั้งระบบ

๕.) การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจัดทำโครงการซ่อมสร้างบ้านในพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อสร้างความสงบสุขในพื้นที่ดังกล่าวในพื้นที่ ๒๘๖ ตำบล ๑,๓๘๐ หมู่บ้าน จำนวนบ้านที่ได้รับการซ่อมสร้าง ๔๖,๘๖๑ ครัวเรือน

kc3-110756ประเด็นงานสำคัญทั้ง ๕ ประเด็นนี้สำคัญนี้มีกระบวนการทำงานคล้ายคลึงกันคือ องค์กรชุมชนเจ้าของปัญหาเป็นผู้ดำเนินการด้วยตนเอง แต่ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยองค์กรชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการโครงการและกิจกรรมเองทั้งหมด เพื่อบรรลุเป้าหมายชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองในทุกมิติและเป็นการดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศ

ขบวนองค์กรชุมชนนั้นทำงานด้วยจิตใจอาสาสมัครเพื่อช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาความยากจนของประเทศ ให้การดำเนินนโยบายการพัฒนาชุมชนจากฐานรากของรัฐบาลประสบผลสำเร็จ เครือข่ายองค์กรชุมชนขอให้รัฐมนตรีสนับสนุนในเรื่องต่างๆ ดังนี้

๑.) ประสานให้รัฐบาลกำหนดนโยบายสนับสนุนองค์กรชุมชนให้ทำงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองและกำกับให้ทุกหน่วยงานราชการสนับสนุนนโยบายดังกล่าว เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยจากชุมชนฐานรากอย่างแท้จริง

๒.) ประสานให้รัฐบาลจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับเครือข่ายเพื่อพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ระยะ ๕ ปี (๒๕๕๗ – ๒๕๖๑) และเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบและสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่อง

๓.) ให้รัฐมนตรีลงพื้นที่งานพัฒนาที่ดำเนินการโดยชุมชน เช่น บ้านมั่นคง สวัสดิการชุมชน สภาองค์กรชุมชน รวมทั้งร่วมงานที่ชุมชนจัดสมัชชาขึ้น

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter