playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

tp1-150756เมื่อวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2556 คณะประสานงานองค์กรชุมชน (คปอ.)ร่วมกับคณะกรรมการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนฯ และสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง(สพม.) จัดเวทีสัมมนาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง”เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แผนการเคลื่อนงานระดับพื้นที่ การจัดความสัมพันธ์การทำงานกับขบวนชุมชนและภาคี ณ โรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนและภาคี ประมาณ 150 คน  

          นายสังคม เจริญทรัพย์ คณะประสานงานเครือข่ายองค์กรชุมชน กล่าวว่าสถานะองค์กรชุมชนมีความเป็นอิสระ มีภารกิจ ทำหน้าที่เชื่อมประสาน เราต้องจัดความสัมพันธ์ ร่วมกันผลักดันนโยบายสาธารณะ ให้สามารถเดินได้โดยไม่ถูกกำหนดจากหน่วยงานเปลี่ยนระบบสนับสนุนพัฒนางานชาวบ้าน ยกไปสู่แผนจังหวัดสู่ที่ประชุมใหญ่ระดับจังหวัด ยกของใต้โต๊ะมาบนโต๊ะ และส่งต่อให้สภาพัฒนาการเมืองขยายต่อ

        นายกษิติ์เดชธนทัต เสกขุนทด รองประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวถึง สพม.ในยุทธศาสตร์ที่ 6 ว่าด้วยเรื่องกระจายอำนาจ สพม.จะหนุนชุมชนท้องถิ่นอย่างไร  บทสภาฯภายใต้ยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองจะดำเนินการอย่างไร  ต้องแบ่งงานกันทำ มีธงร่วม มีแผนกลางในการเคลื่อนร่วมกัน

      นายชูชาติ ผิวสว่าง ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบล สรุปว่าปัจจุบันขับเคลื่อนจดเจ้งงานสภา 3,710 แห่งสมาชิก 106,216 องค์กรชุมชนจดแจ้ง 89,405 องค์กร ที่ผ่านมามีทั้งจุดอ่อนจุดแข็ง การขยับการเมืองภาคพลเมืองยังเกิดน้อย ที่ชัดเจนมีตัวอย่างของการขับเคลื่อนเรื่องทรัพยากรของสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัด หรือกรณีจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ขับเคลื่อนธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ เราจะผลักดันหรือเชื่อมแผนพัฒนาสู่ท้องถิ่น ตาม ม.27 ใน พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน

       tp2-150756ที่ผ่านมามีบทเรียนในการผลักดันสู่นโยบาย มีความยากลำบากทั้งจังหวะก้าว จังหวะเวลา ที่ไม่สอดคล้องกัน เช่นเสนอช้าไป  บางส่วนผลักเข้าการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.)เมื่อปี 56 ผลักดันข้อเสนอนโยบาย ความมั่นคงอาหาร ความมั่นคงของชุมชนท้องถิ่น ความเป็นธรรมในสังคม พอส่งเรื่องสู่กระทรวง ข้อมูลไม่ถูกนำเข้า ครม.หลักการดีทั้งหมด รับหมด เห็นด้วยแต่มีข้อจำกัด เห็นด้วยแต่ไม่มีรายละเอียดเพียงพอ ดังนั้นการเชื่อมนโยบายต้องอาศัยพลังพี่น้องมาช่วยกันขยับ

        วันนี้เราทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ห้วงเวลาขยับเอาเข้า ครม.ไม่ทัน เอากลับไปปรับใหม่ ปรับแผน หลอมรวมใหม่ สภาฯไปทำเรื่องทบทวนยกร่างทำแผน 5 ปี  ทิศทางที่ขยับเชิงอุดมการณ์เดิมเดินต่อ ให้สภาเป็นหน่วยเชื่อมคน ภาคี ยกระดับเป็นหน่วยเชื่อมประชาธิปไตยทางตรง และทางอ้อม หัวใจคือหน่วยสำหรับการสร้างประชาธิปไตยชุมชน มีส่วนร่วมในการจัดการตนเอง  โดยขยายฐานสภาฯพัฒนาสภาฯ เดิมที่มีอยู่ให้เข้มแข็งขึ้น  และการสร้างพื้นที่รูปธรรม สร้างพลังชุมชนจากฐานล่าง สภาต้องอิสระ บริหารจัดการด้วยตนเองได้

  

        ด้านนายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผู้ช่วยผู้อำนวยการพอช.กล่าวว่าขบวนชุมชนท้องถิ่นจะสามารถจัดการตนเองได้นั้น   ต้องยกระดับการจัดการตนเองทั้งระดับพื้นที่ สู่ระดับจังหวัด ที่มีความหลากหลายเชิงประเด็น  เช่น ด้านการท่องเที่ยว สุขภาพ สวัสดิการ การศึกษา การจัดการตนเองระดับภูมินิเวศน์ มีการกำหนดยุทธศาสตร์ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมทั้งออกแบบการเคลื่อนงานและวางยุทธศาสตร์ การเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ร่วมกับหน่วยงาน ภาคี ท้องที่ ท้องถิ่น นำไปสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะในระดับชาติและนำไปสู่การเปลี่ยนเชิงโครงสร้าอย่างยั่งยืนและมีพลัง 

        ในการนี้ขบวนชุมชนภายใต้พลังสามประสาน (คณะประสานงานองค์กรชุมชน (คปอ.) สภาองค์กรชุมชน สภาพัฒนาการเมือง (สพม.)) ได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์การเคลื่อนงานในพื้นที่และร่วมพัฒนายุทธศาสตร์ “ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” ดังนี้

        1. มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนตำบลและจังหวัดจัดการตนเองtp3-150756  สู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของประเทศไทย  และประสานการทำงานร่วมขบวนองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชน สภาพัฒนาการเมือง บูรณาการงานในพื้นที่ ร่วมกับท้องถิ่นท้องที่และภาคีต่างๆ โดยมีการวางบทบาทการทำงานร่วมกัน คือ คปอ. มีบทบาทเชื่อมโยงขบวนสภาองค์กรชุมชน จัดทำแผนพัฒนาและยกระดับงานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชนและ สพม.มีบทบาทขับเคลื่อนนโยบายในการเคลื่อนสภาชุมชน (สภาภาคพลเมือง) และมีแนวทางสำคัญ คือ (1.) การประสานแผนการทำงานร่วมกัน (2.) การกระจายอำนาจสู่ระดับตำบลและจังหวัด (3.)ทำแผนการขับเคลื่อนงานที่ชัดเจน (4.)พัฒนาระบบงานที่โปร่งใส มีธรรมมาภิบาล และ (5.)เน้นกระบวนการพัฒนาสภาฯให้เข้มข้น 

        2. มีการจัดความสัมพันธ์ และการประสานการทำงานร่วมกันคือมีกลไกเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชน ตามระบบภูมินิเวศน์ โซน อำเภอจังหวัด  ในระดับพื้นที่สภาองค์กรชุมชนและสภาพัฒนาการเมือง มีการจัดเวทีรวมกันเพื่อรับฟังปัญหา พัฒนาข้อเสนอและ สนับสนุนการจัดเวทีสาธารณะของ 3 ขบวน มีการเขื่อมโยงที่มาของแต่ละฝ่าย  มีการพื้นที่รูปธรรมของงานที่มีความโดดเด่น  ในการเชื่อมโยงภาคี และการใช้ประเด็นที่เป็นปัญหานำมาบูรณาการทำงานร่วมกัน

      ด้านแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่ มีดังนี้

         1. การเชื่อมโยงแผนระดับภาค จังหวัด ชาติ โดยมีกลไกกลางในการขับเคลื่อนและจัดขบวนร่วมกัน

           2. จัดทำแผนรายปีของแผนยุทธศาสตร์ (2557-2560) โดยปีที่ 1 จัดทัพ ปรับขบวน หล่อหลอม สร้างพื้นที่รูปธรรม ปีที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ/สร้างสำนึกพลเมือง และปีที่ 3 ตำบลและจังหวัดจัดการตนเอง มีการยกระดับสู่ธรรมนูญภาคประชาชนมีข้อบัญญัติ กติกา กฏหมาย การกำหนดนโยบายสาธารณะในพื้นที่ ภายใต้การขับเคลื่อนสภาพลเมือง หรือ สภาชุมชนท้องถิ่นระดับจังหวัด

      3.  จัดเวทีประชุมคณะกรรมการบูรณการงานระดับภาค ที่มีองค์ประกอบจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย ประธานที่ประชุมระดับจังหวัด  ผู้ประสานงานของทุกประเด็นงานหรือตัวแทนยุทธศาสตร์จังหวัด  สพม. พอช. โดยมีการบูรณาการงบประมาณในการเคลื่อนร่วมกันต่อไป.

 

       ในการนี้นายประยงค์ ดอกลำไย  ที่ปรึกษาเครือข่ายพีมูฟ กล่าวถึงร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับขบวนองค์กรชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาคนจน 4 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.สิทธิชุมชน พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน พ.ร.บ.ภาษีทีดินอัตราก้าวหน้า พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม        โดยนายประยงค์ เสนอให้ สพม.นำร่างกฏหมายเข้าสู่การพิจารณา และสภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีสร้างความเข้าใจ  ให้ความเห็นต่อร่างกฏหมาย ระหว่างนี้มีเวลา 3 เดือนที่ทั้งสพม.และสภาองค์กรชุมชน อาจช่วยเป็นส่วนเติมเต็มที่มากกว่าจำนวนรายชื่อผู้ร่วมสนับสนุนกฎหมาย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter