
เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)หรือพอช. ร่วมกับ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อร่วมมือกันในการส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ตามยุทธศาสตร์และนโยบายของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ หลักสูตร และบุคลากรด้านการพัฒนาชุมชนและองค์กรชุมชน ณ ห้องประชุม A๓-๒๐๒ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต
โดยมีตัวแทนของทั้งสองหน่วยงานร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือคือ นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการพอช.นามตัวแทน พอช.และอาจารย์วิรัตน์ รัตตาการ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพฯ ตัวแทนมหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ
อาจารย์วิรัตน์ รัตตากร คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่จะได้สร้างร่วมมือระหว่างกัน เพราะมหาวิทยาลัยมีนโยบายที่จะต้องสนับสนุนงานของระดับรากหญ้าและชุมชน ผสานกับงานออกแบบ และมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ที่จะต้องมีการทำวิจัยและการให้บริการวิชาการสู่สังคม ที่เป็น KPI ทั้งการสนับสนุนด้านบุคลากรหรืองบประมาณ และในอนาคตจะมีเรื่องการวางผังเมืองที่มากกว่าการออกแบบบ้านอย่างแน่นอน
ด้านนายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกันระหว่างขบวนองค์กรชุมชน พอช. และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่ผ่านมา พอช. มีการออกแบบการบริหารทางสถาปัตยกรรม แต่เน้นการใช้กระบวนการทางสังคมเป็นแนวทางการดำเนินงาน และในกรณีพื้นที่ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีชาวปะกาเกอะญออาศัยอยู่บริเวณชายขอบของประเทศ หากมีการเปิดประเทศสู่อาเซียน ชุมชนดังกล่าวจะได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลอย่างมหาศาล โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคม ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีชาติพันธุ์ปะกาเกอะญออาศัยอยู่มาก และพอช.อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของการทำงานร่วมกันระหว่างพอช.กับสถาบันวิชาการที่จะไปหนุนช่วยชุมชน
ในการนี้มีพื้นที่ทำงานในพื้นที่นำร่องเพื่อการศึกษาวิจัยและพัฒนาที่อยู่อาศัย ภูมิวัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมชุมชนเผ่าปกาเกอะญอ ที่บ้านโป่งลึก-บ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อการร่วมออกแบบหลักสูตรด้านช่างชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในเมือง ตามโครงการบ้านมั่นคง และมีแนวทางการทำความร่วมมือระหว่างกัน เช่นหลักสูตรการออกแบบงานพัฒนาสังคมกับสถาบันการศึกษาที่มีหลายมิติ ทั้งที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ของคน ซึ่งเป็นความร่วมมือทั้งสถาบันการศึกษา ภาควิชาการ ขบวนชุมชน และองค์กรที่ทำงานด้านพัฒนา เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมต่อไป




