playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

nm1-140856ตำบลโนนเมือง  อ.นากลาง  จ.หนองบัวลำพู  ประกอบด้วย 15 หมู่บ้าน  ประชากรทั้งหมดประมาณ   10,855 คน   จำนวน  2,501 ครัวเรือน    ส่วนใหญ่ทำนาเป็นอาชีพหลัก  แต่เนื่องจากมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำไม่อุดมสมบูรณ์   เพราะสภาพพื้นที่มีความลาดเอียงจึงกักเก็บน้ำไม่ค่อยอยู่   ประกอบกับมีพืชชนิดอื่นที่ไม่ต้องการน้ำมากและทำรายได้ดีกว่า  ปัจจุบันชาวบ้านส่วนใหญ่จึงหันมาปลูกอ้อยเป็นอาชีพหลัก  รองลงมา  คือ  ยางพารา  ปาล์มน้ำมัน   ข้าว  แตงโม  ผักสวนครัว  และเลี้ยงสัตว์   เช่น  วัว  ควาย  ไก่  เป็ด  ปลา  ฯลฯ  นอกจากนั้นก็ประกอบอาชีพค้าขาย  รับจ้างทั่วไป  และทอผ้า

ส่วนกิจกรรมการพัฒนาชุมชนนั้น  ชาวบ้านเริ่มมีการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่างๆ  ประมาณปี 2540  ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต  นอกจากนี้ชาวบ้านยังมีการรวมกลุ่มกันสร้างอาชีพเสริมในยามที่ว่างจากงานในไร่นา  เช่น  กลุ่มทอผ้า  กลุ่มผลิตข้าวกล้อง  กลุ่มเลี้ยงวัว  กลุ่มแปรรูปสมุนไพร  ฯลฯ  มีกลุ่มการเงินที่ได้รับการสนุนจากทางราชการ  เช่น  กขคจ. (โครงการแก้ไขความยากจน)  กองทุนหมู่บ้าน,  มีกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์   และมีกลุ่มอาสาสมัครที่ทำงานช่วยเหลือชุมชน  เช่น  กลุ่ม อสม.(อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน)  กลุ่ม  อผส.(อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ)  ฯลฯ

จาก “อผส.”  สู่กองทุนสวัสดิการออมความดี

                “อผส.” หรืออาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน  เป็นอาสาสมัครประจำหมู่บ้านnm8-140856ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศจัดตั้งขึ้นมา  มีหน้าที่ดูแลและช่วยเหลือผู้สูงอายุในตำบล   โดยพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) หนองบัวลำภูได้มาสนับสนุนให้ชาวบ้านในตำบลโนนเมืองที่มีจิตอาสาสมัครเข้ามาเป็น อผส. ตั้งแต่ปี 2548   และมีชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่ทำหน้าที่เป็น “อสม.” อยู่แล้ว  ให้ความสนใจสมัครเข้าเป็น อผส.ประมาณ 40 คน             ในช่วงต้นปี 2551  คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภูได้เข้ามาให้คำแนะนำเรื่องการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ตำบลโนนเมือง   โดยมีคณะผู้บริหาร อบต.โนนเมือง  ผู้นำชุมชน  รวมทั้งสมาชิก อผส. และ อสม.เข้าร่วมรับฟังข้อมูล   

ต่อมามีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล ขึ้นมาได้  ใช้ชื่อว่า “กองทุนสวัสดิการออมความดีเพื่อสังคมตำบลโนนเมือง”  โดยศิริกุล  กลอนสลับ  ประธาน อผส.ตำบลโนนเมืองได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานกองทุนสวัสดิการฯเมื่อวันที่ 1 มีนาคม  2551   มีสมาชิกเริ่มแรกจำนวน 111 คน  มีเงินกองทุนเริ่มต้น  40,515 บาท  กำหนดให้สมาชิกออมเป็นรายปีๆ ละ 365 บาท 

สวัสดิการกู้ยืมสร้างรายได้เข้ากองทุนปีละ 1 แสนบาท

                สำหรับสวัสดิการที่ช่วยเหลือสมาชิกได้แก่  1.เกิด  บุตรได้รับเงิน  500 บาท  แม่นอนโรงพยาบาลได้คืนละ 100 บาท   ไม่เกิน 5 คืน   2.สวัสดิการแก่  กรณีผู้ที่ได้รับเบี้ยยังชีพคนชรา  หากสมทบเงินครบ 5 ปี  จะได้รับบำนาญเดือนละ 100 บาท,   กรณีที่ไม่ได้รับเบี้ยยังชีพคนชรา  หากสมทบเงินครบ 5 ปี  จะได้รับบำนาญเดือนละ 200  บาท,  กรณีสมทบเงินครบ 6-10 ปี   เมื่ออายุครบ 60 ปี  จะได้รับบำนาญเดือนละ 300  บาท  หลังจากนั้นจะขยับเงินบำนาญเพิ่ม  100 บาททุกๆ 5 ปี  เช่น  สมทบเงินครบ 11-15 ปี  จะได้รับบำนาญเดือนละ 400  บาท  และสูงสุดคือสมทบครบ 56-59 ปี          จะได้รับบำนาญเดือนละ  1,300 บาท

3.เจ็บป่วย  นอนโรงพยาบาล  จะได้รับเงินช่วยเหลือคืนละ 100 บาท  ปีหนึ่งไม่เกิน 20 คืน   4.เสียชีวิต  ฝากเงินสมทบตั้งแต่ 1 เดือน – 5 เดือน  จะได้รับเงินสมทบจำนวน 10 เท่าของเงินสมทบที่ตนเองมีอยู่   เช่น  สมทบ 1 เดือน  (เดือนละ 30 บาท)  จะได้รับเงินช่วยเหลือ 300 บาท,  สมทบครบ 5  เดือน ( 150 บาท)  จะได้เงินช่วยเหลือ  1,500 บาท  กรณีสมทบครบ  6 เดือน  จะได้รับเงินช่วยเหลือ 2,500 บาท

nm2-140856กรณีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ  ฝากเงินสมทบตั้งแต่ 1 เดือน – 5 เดือน  จะได้รับเงินสมทบจำนวน 10 เท่าของเงินสมทบที่ตนเองมีอยู่  และบวกเพิ่มอีกรายละ 200 บาทเช่น  สมทบ 1 เดือน  (เดือนละ 30 บาท)  จะได้รับเงินช่วยเหลือ 300 บาท  และบวกเพิ่มอีก 200 บาท  เป็น 500 บาท,  สมทบครบ 5 เดือน  ( 150 บาท)  จะได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาท  และบวกเพิ่มอีก 200 บาท  เป็น 1,700 บาท,  กรณีสมทบครบ  6 เดือน  จะได้รับเงินช่วยเหลือ 2,500 บาท  และบวกเพิ่มอีก 200 บาท  เป็น 2,700 บาท

กรณีฝากเงินสมทบครบ 1 ปี  จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท,  ครบ 2 ปี  จะได้รับเงินช่วยเหลือ 10,000 บาท ครบ 4 ปี  จะได้รับเงินช่วยเหลือ  15,000 บาท,  ครบ 8 ปี  จะได้รับเงินช่วยเหลือ 20,000 บาท  และสูงสุดครบ 16 ปี  จะได้รับเงินช่วยเหลือ 30,000 บาท

5.ผู้พิการ  ผู้ด้อยโอกาส  สมทบเงินครบ 3 ปี  จะได้รับสวัสดิการปีละ 300 บาท  จนอายุถึง 60 ปี   6.นักเรียนสมทบครบ 2 ปี  จะได้รับทุนการศึกษาไม่เกิน 300 บาทต่อปี  จนถึงชั้นมัธยมปีที่ 3  หรือตามดุลยพินิจของคณะกรรมการ 7.สวัสดิการกู้ยืมเพื่อส่งเสริมอาชีพสมาชิก   8.ภัยพิบัติ  ช่วยเหลือตามดุลยพินิจของคณะกรรมการ  แต่ไม่เกินรายละ 2,000 บาท   9.สวัสดิการตอบแทนคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการฯ ที่มาทำงาน  คนละ 130 บาทต่อเดือน  และค่าตอบแทนคณะกรรมการที่เชิญชวนชาวบ้านเข้าเป็นสมาชิกรายละ 5 บาท

ไสว  เชื้อสอน  เหรัญญิกกองทุนสวัสดิการฯ กล่าวว่า  กองทุนฯ ได้ให้สมาชิกกู้ยืมเงินที่จัดสรรเป็นสวัสดิการกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพจำนวน  25 %  จากเงินของกองทุนฯ ทั้งหมด  กำหนดวงเงินสูงสุดไม่เกินรายละ 20,000 บาท   คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อเดือน  หรือร้อยละ 12 บาทต่อปี  กำหนดชำระคืนภายใน 1 ปี  ที่ผ่านมามีสมาชิกกู้ไปแล้วกว่า 100 ราย  จำนวนเงินที่ปล่อยกู้รวมกันประมาณ 1.3 ล้านบาทเศษ   ทำให้กองทุนฯ มีรายได้จากดอกเบี้ยเงินกู้ประมาณปีละ 1 แสนบาท   ซึ่งเงินจำนวนนี้ก็จะหมุนเวียนกลับไปพัฒนากองทุนฯ และช่วยเหลือสมาชิกต่อไป

สำหรับสวัสดิการที่ช่วยเหลือสมาชิกไปแล้ว (ตั้งแต่ก่อตั้ง-ธันวาคม 2555)  มีดังนี้ 1.เกิด  จำนวน  94 ราย  รวมเงิน  47,000 บาท   2.เจ็บป่วย  จำนวน  660  ราย  รวมเงิน  371,600  บาท   3.ผู้สูงอายุ  1 ราย  รวมเงิน 500 บาท           4.เสียชีวิต  จำนวน  99 ราย  รวมเงิน  418,230 บาท   5.สวัสดิการกู้ยืม  จำนวน  104 ราย  รวมเงิน 1,366,000 บาท  6.ทุนการศึกษา  จำนวน  103  ราย  รวมเงิน  20,900 บาท  7.ภัยธรรมชาติ  จำนวน 2  ราย  รวมเงิน  2,250 บาท   รวมเป็นเงินช่วยเหลือทั้งหมด   2,226,480  บาท

เชื่อมโยงสวัสดิการกับงานพัฒนาในตำบล

นอกจากกองทุนสวัสดิการออมความดีเพื่อสังคมตำบลโนนเมืองจะช่วยเหลือสวัสดิการแก่สมาชิกกองทุนฯ ดังที่กล่าวไปแล้ว  ที่ผ่านมากองทุนฯ ยังทำงานเชื่อมโยงกับกิจกรรมด้านอื่นๆ ในตำบล  โดยเฉพาะกิจกรรมด้านสุขภาพ    แพทย์แผนไทย  สมุนไพร   การดูแลผู้สูงอายุโดย “อผส.น้อย”   นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมอาชีพ  ให้แก่สมาชิกกองทุนฯ และชาวบ้านที่สนใจ  (ใช้งบประมาณจากหน่วยงานที่สนับสนุน)  เช่น  นวดแผนไทย  กรีดยาง  ตัดเย็บเสื้อผ้า  ทำขนม   ทำดอกไม้จันทน์  พานบายศรี   กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เช่น  การปลูกป่า  การคัดแยกขยะในครัวเรือน  การนำเศษอาหารมาทำน้ำหมักชีวภาพ  ฯลฯ

sirikul-140856ศิริกุล  กลอนสลับ  ประธานกองทุนสวัสดิการฯ กล่าวว่า  เนื่องจากกรรมการกองทุนสวัสดิการฯ ส่วนใหญ่เป็น “อผส.” หรืออาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ  รวมทั้งยังเป็น อสม.ด้วย  ประกอบกับ อบต.โนนเมืองก็มีโครงการกองทุนสุขภาพตำบลที่ทำงานร่วมกับสำนักงานกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อยู่แล้ว  ดังนั้นกองทุนสวัสดิการชุมชนจึงทำงานเชื่อมโยงกับกิจกรรมด้านสุขภาพด้วย   เช่น  เวลาคณะกรรมการกองทุนฯ ออกไปเยี่ยมสมาชิกที่เจ็บป่วยก็จะตรวจไข้หรือวัดความดัน   แนะนำการดูแลสุขภาพ  การกินอาหาร  ฯลฯ   นอกจากนี้ยังจัดทำโครงการ “อผส.น้อย”  ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2555   โดยรับสมัครเด็กและเยาวชนในตำบลตั้งแต่ชั้นประถม 4 ขึ้นไป  เพื่อเข้ารับการอบรมเป็น อผส.น้อย  ปัจจุบันมี อผส.น้อยจำนวน  30  คน

อมรรัตน์  คำอยู่  อายุ 17 ปี  เรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 5  กล่าวว่า  ตนเองเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการฯ เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา  และเคยได้รับทุนการศึกษาจากกองทุนฯ แล้วจำนวน 300 บาท  แม้ว่าจะเป็นเงินไม่มากแต่ก็ช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวได้  นอกจากนี้หากเวลาเจ็บป่วยก็ยังมีกองทุนฯ คอยช่วยเหลือดูแล  ให้ค่ารักษาพยาบาล  ตนจึงได้แนะนำให้เพื่อนๆ สมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการด้วย   ส่วนอาสาสมัคร “อผส.น้อย” นั้น  ตนก็เป็นสมาชิกด้วย  เคยเข้าอบรมการดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น   อบรมนวดแผนไทยเพื่อช่วยนวดหรือทำกายภาพบำบัดให้ผู้สูงอายุ

“เวลาหนูไปช่วยดูแลผู้สูงอายุก็ได้ใช้ความรู้ที่อบรมมาให้เกิดประโยชน์amonrat-140856   เช่น  ช่วยนวดแขนขาเพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย  ไม่ปวดเมื่อย  หรือไปพูดคุยให้คลายเหงา  เพราะผู้สูงอายุบางคนก็อยู่คนเดียว  ไม่มีใครดูแล  ทำให้ท่านรู้สึกดีใจ  อบอุ่นใจว่าไม่ถูกทอดทิ้ง  หนูก็รู้สึกภูมิใจตัวเองที่ได้ช่วยเหลือคนแก่”  อผส.น้อยรายนี้กล่าว

อาจารย์นิคม  เบ้าทอง  หัวหน้ากลุ่มสมุนไพรตำบลโนนเมือง  กล่าวว่า  กลุ่มสมุนไพรฯ มีกิจกรรมหลายด้าน  ทั้งการให้ความรู้ด้านสมุนไพรแก่ผู้ที่สนใจ  การรักษาโรคด้วยสมุนไพร  ด้วยยาต้ม  ยากิน  การนวด  การประคบ  การอบสมุนไพร  ฯลฯ  โดยมีห้องอบสมุนไพรไอน้ำ  2 ห้อง  ช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยร่างกาย  แก้พิษไข้  ปวดหัว  ลดไขมันในเส้นเลือด  ฯลฯ  นอกจากนี้ก็มีการอบรมนวดแผนไทยให้แก่ อสผ.  สมาชิกกองทุนสวัสดิการและชาวบ้านที่สนใจทั่วไป  เพื่อนำความรู้ไปใช้นวดคนแก่และคนพิการ  เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ  แก้ปวดเมื่อย  แก้ปวดหัว  ช่วยคลายเครียด  ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

nikom-140856“ที่ผ่านมาผมได้อบรมการนวดแผนไทยไปแล้วหลายรุ่น  บางรุ่นก็เป็นผู้สูงอายุที่มีเวลาว่างต้องการเรียนรู้เพื่อใช้เป็นอาชีพ   เมื่อผ่านการอบรมแล้วก็นำวิชานวดแผนไทยไปรับจ้างนวด  ทำให้มีรายได้วันละ  50 – 100 บาท  บางรุ่นผู้อบรมก็เป็น อสผ.ทั้งเด็กและผู้ใหญ่  ส่วนใครที่สนใจด้านสมุนไพรก็มาเรียนรู้ได้  ถือเป็นการสืบทอดวิชาความรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านไม่ให้สูญหาย”  หัวหน้ากลุ่มสมุนไพรกล่าว

กลุ่มสมุนไพรตำบลโนนกลางก่อตั้งขึ้นมาเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา  โดยอาจารย์นิคม  เบ้าทอง  ซึ่งมีบิดาเป็นหมอสมุนไพรพื้นบ้านมาก่อน  อาจารย์นิคมจึงได้สืบทอดความรู้จากบิดา  รวมทั้งไปศึกษาดูงานเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่างๆ  และได้รับการสนับสนุนจาก อบต.โนนเมืองให้รวบรวมภูมิปัญญาด้านสมุนไพรจากคนเฒ่าคนแก่ในตำบลเพื่อสืบทอดไม่ให้สูญหาย  ปัจจุบันกลุ่มสมุนไพรฯ มีตัวยาที่เก็บมาจากป่าในภาคอีสานและบางส่วนซื้อมาจากฝั่งลาว  บางชนิดก็นำมาปลูกเพื่อขยายพันธุ์   รวมทั้งหมดประมาณ  80 ชนิด   เช่น  หนาด  เป้า  พลับพลึง  เครือหมาน้อย  เถาเอ็นอ่อน   ขมิ้น  ไพล  ฯลฯ  ซึ่งสมุนไพรกลุ่มนี้จะใช้สำหรับอบไอน้ำ   นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่ใช้รักษาโรคเบาหวาน  ริดสีดวงทวาร  โรคกระเพาะ  ขับสารพิษต่างๆ 

ก้าวย่างต่อไปของกองทุนสวัสดิการฯ ตำบลโนนเมือง

ปัจจุบัน (กรกฎาคม 2556) กองทุนสวัสดิการออมความดีเพื่อสังคมตำบลโนนเมืองมีสมาชิกทั้งหมดจำนวน  1,570  คน  มีเงินกองทุนทั้งหมด  1,170,000   บาทเศษ   ที่ผ่านมากองทุนฯ ได้รับเงินสมทบจาก อบต.โนนเมืองจำนวน  380,250 บาท   สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) 55,000 บาท   รัฐบาลรวม  759,200  บาท 

ศิริกุล  กลอนสลับ  ประธานกองทุนสวัสดิการฯ กล่าวว่า  ในปีนี้กองทุนตั้งเป้าหมายว่าจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 2,000  คน  โดยคณะกรรมการจะเร่งการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น  เพื่อให้ชาวบ้านสมัครเข้ามาเป็นสมาชิก  โดยจะใช้เวทีประชาคมทุกหมู่บ้าน  ประสานทำความเข้าใจกับสมาชิกสภา อบต.  และผู้นำชุมชนบางคนที่ยังไม่เข้าใจหรือยังไม่ให้การสนับสนุน   นอกจากนี้ก็จะขยายสมาชิกไปยังกลุ่มเด็กนักเรียนในตำบล  ซึ่งที่ผ่านมาทางกองทุนฯ ได้เชิญผู้อำนวยการโรงเรียนในตำบลทั้งหมด 4 แห่งมาหารือเพื่อให้ช่วยประชาสัมพันธ์และสนับสนุนให้นักเรียนเข้ามาเป็นสมาชิกกองทุนฯ แล้ว   และจะต้องติดตามผลต่อไปว่าจะมีนักเรียนสมัครเข้าเป็นสมาชิกมากน้อยเพียงใด

ส่วนแผนงานการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกองทุนฯ นั้น  ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาได้มีการอบรมให้ความรู้ด้านการจัดทำบัญชีให้แก่คณะกรรมการกองทุนทั้งหมดจำนวน 40 คน  เพื่อให้คณะกรรมการสามารถทำบัญชีได้ถูกต้อง  และมีแผนงานที่จะจัดอบรมความรู้ด้านการใช้คอมพิวเตอร์ให้แก่คณะกรรมการกองทุนฯ ภายในปีนี้เช่นกัน  เพื่อนำมาใช้บันทึกข้อมูล  จัดทำเอกสาร  และรายงานต่างๆ ของกองทุนฯ   เนื่องจากที่ผ่านมางานด้านบัญชี  เอกสาร  และการจัดทำข้อมูลต่างๆ จะได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของ อบต.เป็นส่วนใหญ่   ดังนั้นคณะกรรมการกองทุนฯ จึงมีแผนพัฒนาศักยภาพเพื่อการพึ่งพาตัวเองในระยะยาว 

sirikul-140856“นอกจากนี้กองทุนฯ กำลังสำรวจความต้องการของสมาชิก  โดยเฉพาะผู้ที่พิการและด้อยโอกาสว่าต้องการให้กองทุนฯ จัดสวัสดิการหรือช่วยเหลือเรื่องใดเพิ่มเติม   ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นส่วนใหญ่อยากให้กองทุนฯ สนับสนุนด้านการอบรมอาชีพเพื่อนำความรู้ไปทำมาหากิน   เช่น  การกรีดยางพารา  เพราะในขณะนี้สวนยางพาราที่ปลูกในตำบลเริ่มจะกรีดน้ำยางได้แล้ว  แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เคยกรีดยางมาก่อน   ดังนั้นคณะกรรมการกองทุนฯ จะรวบรวมความเห็นของสมาชิกเพื่อจะได้ช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการของสมาชิกต่อไป”   ประธานกองทุนสวัสดิการฯ กล่าวในตอนท้าย

นี่คือตัวอย่างการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ไม่ได้ช่วยเหลือสมาชิกเพียงแค่เรื่องเกิด  แก่  เจ็บ  ตายเท่านั้น  แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่เรื่องอื่นๆ  ทั้งการส่งเสริมอาชีพ  สุขภาพอนามัย  ภูมิปัญญาท้องถิ่น   ฯลฯ  และที่สำคัญก็คือกองทุนสวัสดิการออมความดีเพื่อสังคมตำบลโนนเมืองยังมีแผนในการพัฒนาความรู้  ความสามารถของคณะกรรมการในด้านต่างๆ  เพื่อเป็นการเพิ่มพูนศักยภาพและพึ่งพาตัวเองในระยะยาวด้วย...

nm3-140856nm4-140856nm5-140856nm6-140856

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter