เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๖ ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ PMOV ณ ห้องประชุม ๑๐๑ ชั้น ๑อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายก ทำเนียบรัฐบาล เวลา ๑๓.๓๐ น. โดยมี ดร.ประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มท.) เป็นประธาน นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และตัวแทนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกว่าร้อยคน
ซึ่งจากผลการประชุมในครั้งนี้ นายประยงค์ ดอกลำไย คณะกรรมการและเลขานุการอนุกรรมการติดตามการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และที่ปรึกษาของ ขปส. ได้เผยถึงผลการประชุมครั้งนี้ว่า สำหรับภาพรวมของการแก้ไขปัญหาของ ขปส. ในปีที่ผ่านมานั้นมีความล่าช้าและไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร จึงเร่งรัดทุกกระทรวงและคณะอนุกรรมการทุกชุดดำเนินการแก้ไขให้เป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการที่เสนอให้แก้ไขเป็นรูปธรรมหลักๆ มี ๔ ประเด็น ได้แก่
๑. โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน ๕ ชุมชน นั้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบและจะนำเรื่องเข้า ครม.ภายในเดือนตุลาคมนี้ อีกทั้งเสนอคณะอนุกรรมการอำนวยการขปส. ให้ พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก เป็นประธาน พร้อมรายละเอียดโครงการ และรายละเอียดการดำเนินงานที่ทางพอช. ดูแลในส่วนการสำรองเงินจำนวน ๑๖๗ ล้านบาท โดยจะนำเข้าที่ประชุมครม.ในวันที่ ๗ ตุลาคม นี้
๒. เร่งรัดให้โฉนดชุมชนเป็นผล โดยมีการเสนอให้เปลี่ยนประธานคนเดิมคือ นายปลอดประสพ สุรัสวดี (ซึ่งมีภารกิจอื่นๆ หลายอย่างไม่สามารถมาดำเนินการได้) มาเป็น ดร.ประชา ประสพดี (รมช.มท.) โดยจะนำเรื่องเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป
๓. การคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชน ซึ่งทางครม.ในชุดก่อนได้อนุมัติพื้นที่แล้ว และให้สำนักงานปลัดสำนักนายกศึกษารายละเอียดกฎหมายเพื่อคุ้มครองให้ชุมชนอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ได้อย่างน้อยเป็นการชั่วคราวก่อนในระหว่างรอการพิจารณาการส่งมอบและรายละเอียดโครงการโฉนดชุมชน ซึ่งจำนวนโฉนดชุมชนที่ได้รับการอนุมัติไปแล้วมีทั้งหมด ๕๘ ชุมชน คิดเป็นพื้นที่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่
๔. การแก้ไขปัญหาเรื่องสาธารณูปโภคทั้งในส่วนบ้านมั่นคง โฉนดชุมชน หรือในกลุ่มของ ขปส. ที่ประสบปัญหาน้ำไฟมาไม่ถึง ทาง ดร.ประชา ประสพดี รับปากจะประสานการไฟฟ้า การประปา ทั่วประเทศเพื่อจะขยายบริการให้กับทุกพื้นที่ที่เดือดร้อน เพราะถือว่าการเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทยทุกคน สามารถดำเนินการได้เลย ไม่ต้องรอ โดยจะให้มีการประสานงานและส่งหนังสือขอความร่วมมือกับทางการไฟฟ้า การประปา ทั้งส่วนภูมิภาคและนครหลวง ภายใน ๗ วันนี้
ทั้งนี้จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ เพื่อสรุปความคืบหน้าของทุกปัญหาอย่างต่อเนื่องนับจากนี้




