เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๖ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และรองประธานอนุกรรมการติดตามการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่และติดตามการแก้ไขปัญหาที่ดินของเกษตรกรภาคเหนือในขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ที่ อ.จอมทอง และ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยมีเกษตรกรภาคเหนือผู้ได้รับความเดือดร้อนมาร่วมต้อนรับนับพันคน พร้อมทั้งหน่วยงานราชการและภาคท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกฯ ได้เดินทางมาถึงเชียงใหม่เมื่อเช้าวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๖ โดยได้เดินทางตรวจเยี่ยมพื้นที่ปัญหากรณีบ้านพรสวรรค์ ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง เป็นแห่งแรก ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายเป็นระยะๆ ซึ่งพี่น้องเกษตรกรภาคเหนือที่ได้ประสบปัญหาเรื่องที่ดินทำกินจากหลายอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงได้มาร่วมต้อนรับนับพันคน พร้อมทั้งได้ยื่นหนังสือขอให้แก้ไขปัญหาที่ดินเกษตรกรทั้งหมด ๔ พื้นที่ ได้แก่ กลุ่มปัญหาที่ดินบ้านพรสวรรค์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ กลุ่มปัญหาที่ดินบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน กลุ่มปัญหาที่ดินเวียงหนองล่อง จ.ลำพูน กลุ่มปัญหาข้าวโพด อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และกลุ่มปัญหาไม่มีไฟฟ้าใช้ ตำบลข่วงเปา อ.จอมทอง โดยได้ถือโอกาสนี้นำเสนอข้อร้องเรียนต่อนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และนายกฯ เทศบาลข่วงเปา
สำหรับปัญหากรณีบ้านพรสวรรค์นั้น เกิดที่ ม.๑๔ ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง นางชม ผ่องพรรณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๔ ได้กล่าวรายงานปัญหาต่อนายสุภรณ์ว่า ชาวบ้านหมู่ที่ ๑๔ ปัจจุบันมีอยู่ ๙๐ กว่าครอบครัว ประชากร ๑๙๐ กว่าคน ได้ประสบปัญหาการถูกกล่าวหาเป็นผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งที่ได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๔ และได้ดำเนินการติดต่อขอใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้มาโดยตลอด โดยเสียค่ามัดจำและค่าธรรมเนียมมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมิได้กระทำการบุกรุกป่าเพิ่มเติมแต่อย่างใด
แต่ครั้นเมื่อมีบุคคลภายนอกบุกรุกป่าสงวนในบริเวณแห่งนี้เมื่อปี ๒๕๓๙ และทางการได้เข้าทำการจับกุม ปรากฏว่าทางการได้เข้ามาจับกุมชาวบ้าน ม.๑๔ จำนวน ๔๗ ราย (ซึ่งเป็นผู้นำครอบครัว ๔๗ ครอบครัว) ทั้งที่บุคคลเหล่านี้ไม่ได้กระทำการบุกรุก ส่วนผู้บุกรุกตัวจริงได้หลบหนีไปได้ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชาวบ้านได้ดำเนินการร้องเรียนขอความเป็นธรรมและต่อสู้มาโดยตลอด โดยปัจจุบันหมู่บ้านพรสวรรค์อยู่ในระหว่างการพิจารณาขอโฉนดชุมชน (หรือภายใต้ชื่อใหม่ คือ (ร่าง) พรบ. สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร) ในเนื้อที่ประมาณ ๑๙๑ ไร่ แต่เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา ชาวบ้านบางรายได้ถูกศาลตัดสินให้ย้ายออก โดยชาวบ้านทั้งหมดยืนยันที่จะไม่ย้ายออก และพร้อมจะต่อสู้ ดังนั้น ต่อการตรวจเยี่ยมพื้นที่ครั้งนี้ นายสุภรณ์จึงได้นั่งรถตรวจเยี่ยมสภาพบริเวณหมู่บ้าน และได้กล่าวว่า เท่าที่เห็นนี้ ชาวบ้านได้ตั้งรกรากเป็นหมู่บ้าน มีสาธารณูปโภคครบครัน มีถนนหนทาง และเท่าที่ได้ข้อมูล ชาวบ้านก็อยู่กันมายาวนาน ดังนั้น ตนจึงเห็นด้วยว่าน่าจะให้ชาวบ้านได้อยู่ที่นี่ แต่ต้องไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติม กระนั้น จะอาศัยความเห็นของตนลำพังนั้นไม่ได้ จึงต้องมีการเรียกประชุมกันอีกครั้ง ซึ่งรับปากว่าจะให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาภายในหนึ่งสัปดาห์นี้
จากนั้น นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ จึงได้เดินทางไปเยี่ยมพื้นที่นำร่องธนาคารที่ดิน ที่บ้านโป่ง ต.แม่แฝก ต.สันทราย จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานส่วนราชการและท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องในปัญหาที่ดิน โดยได้ที่นั่นชาวบ้านราวสองร้อยคนก็ได้มาต้อนรับ และถามไถ่ถึงความคืบหน้าของโครงการนำร่องธนาคารที่ดิน ๕ ชุมชน ได้แก่ บ้านไร่ดง หมู่ ๓ ตำบลน้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน บ้านแม่อาว หมู่ ๓ ตำบลนครเจดีย์ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน บ้านแพะใต้ หมู่ ๗ ตำบลหนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน บ้านท่ากอม่วง ตำบลหนองปลาสะวาย อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน และบ้านโป่ง หมู่ ๒ ตำบลแม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เพื่อให้สามารถจัดซื้อที่ดินแก่เกษตรกรรายย่อยไร้ที่ทำกิน ตามที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ได้ยื่นร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ ในงบประมาณ ๑๖๗.๙๖ ล้านบาท และเมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้มีการดำเนินงานโครงการนำร่องธนาคารที่ดิน ๕ ชุมชนก่อน เนื่องจากอาจจะถูกเจ้าของที่ดิน (เอกชน) ดำเนินคดี หากแต่ไม่ทันได้แก้ไขปัญหาก็มีความเปลี่ยนแปลงในการเปลี่ยนคณะรัฐบาล
ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวได้มีมติจากคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมโดยมีพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นประธานกรรมการ โดยได้ข้อสรุปเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๖ ว่า ให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำรายละเอียดแผนงาน/โครงการ และแผนการสนับสนุนการจ่ายงบประมาณ รวมถึงหลักเกณฑ์ในการจัดซื้อที่ดิน และหลักเกณฑ์อื่นๆ ในการดำเนินดครงการ โดยใช้งบประมาณจากกองทุนและงบประมาณโครงการบ้านมั่นคงของพอช.ตามความจำเป็นและเหมาะสม ภายในวงเงินงบประมาณ ๑๖๗ ล้านบาท สำรองไปก่อนเพื่อเป็นสินเชื่อในการจัดซื้อที่ดิน งบประมาณสนับสนุนการพัฒนาสาธารณูปโภคและอื่นๆ ที่จำเป็นในพื้นที่นำร่อง ๕ ชุมชน เนื้อที่ประมาณ ๘๐๐ ไร่
นายปฏิภาณ จุมผา ผู้จัดการสำนักงานภาคเหนือตอนบน พอช.จึงได้ชี้แจงถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานโครงการว่า ที่ผ่านมาได้ร่วมประชุมกับเครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมมาอย่างต่อเนื่อง และปรับรายละเอียดโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้รอเพียงสำนักงบประมาณได้ส่งเรื่องเข้าครม.อีกครั้งเพื่อมีมติเห็นชอบและให้สำนักงบประมาณนำส่งหนังสือการขอให้พอช.สำรองเงิน ซึ่งทางพอช.ก็จะสามารถส่งมอบเงินจำนวนประมาณ ๑๖๗ ล้านให้โครงการดำเนินงานได้ทันที
หลังการชี้แจงของผู้จัดการสำนักงานภาคเหนือตอนบน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ จึงได้กล่าวว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ตนคงจะต้องรีบดำเนินการโดยจะเรียกทุกฝ่าย ไม่ว่ากรมป่าไม้ กรมที่ดิน หรือส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอมติและส่งเรื่องเข้า ครม. โดยตนรับปากว่าจะมีการนัดหมายการประชุมภายในวันที่ ๒ ตุลาคม นี้ และจะรีบดำเนินแก้ไขปัญหาให้พี่น้องโดยเร็วที่สุด
จากนั้นโดยนายดิเรก กองเงิน ประธานเครือข่ายการจัดการที่ดินโดยชุมชนบ้านโป่ง จึงได้กล่าวขอบคุณและจะขอรอติดตามการสรุปผลในวันที่ ๒ ตุลาคม นี้




