เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ นางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะได้แก่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ , ดร.เพชรวัฒน์ วัฒนพงศ์ศิริกลุ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ,นายวิทัศน์ เตชะบุญ ผู้ตรวจราชการ พม.,นางมยุรี พัฒนาสังคมจังหวัดเชียงใหม่ และนางวราพร พงษ์สุวรรณ รอง ผอ. ลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ตำบลแก้ไขปัญหาที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ตำบลแม่ทา อำเภอ แม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ โดยประชาชนตำบลแม่ทาและขบวนที่ดินภาคเหนือให้การต้อนรับร่วมพันคน
โดยช่วงเช้านางปวีณา หงสกุล ได้กราบสักการะพระพุทธรูปพระเจ้าทันใจ วัดจอมธรรม ก่อนจะเข้าพบกับพี่น้องบ้านแม่ทาและให้การยืนยันว่า ปัญหาการแก้ไขที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองนั้นทางกระทรวงยินดีที่จะรับเป็นนโยบายและนำรายงานต่อนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้นางปวีณา หงสกุล ได้ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวต่อการจัดการปัญหาโดยแสดงความเชื่อมั่นในการที่ชุมชนจะรักษาที่ทำกินและรักษาป่าไว้ได้ เนื่องจากการจัดการที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองนี้ ประชาชนจะไม่มีการซื้อขายที่ดิน หรือแม้แต่จะให้นายทุนเช่าก็ไม่ได้ ชุมชนจะมีมาตรการไม่ให้นายทุนเข้ามา หากใครคิดจะขายหรือให้บุคคลภายนอกเช่า ชุมชนจะมีคณะกรรมการหารือกัน ถ้าส่วนใหญ่เขาไม่ขาย แต่เราอยากจะขาย แม้จะเป็นที่ของเราเองก็ขายไม่ได้ ต้องผ่านระบบการออกความเห็นร่วมของกรรมการชุมชนก่อน ซึ่งกรรมสิทธิ์ตรงนี้คือกรรมสิทธิ์ร่วม อนุญาตให้ทำกินตลอดชีพ แต่ไม่ให้ขาย
ซึ่งตัวอย่างของตำบลแม่ทานั้น มิใช่เป็นเพียงแค่โมเดลหรือตัวอย่างในการทำงาน แต่ว่านี่คือนโยบายของเราที่จะแก้ปัญหาให้กับคนยากคนจน ประเทศเรามีที่ทำกินมากพอ ถ้าเพียงแต่เราจะปันแบ่งให้กับประชาชนได้ประกอบอาชีพการเกษตร ขณะเดียวกันก็ช่วยกันดูแลต้นน้ำ ลำธาร ป่าเขา ของเราไว้ด้วย ทุกวันนี้ประชาชนจำนวนมากถูกกล่าวหาว่าบุกรุก หากเราจะย้ายเขาออกมา เราจะย้ายไหวหรือ ในมุมตรงข้าม หากเราให้เขาอยู่ที่นั่น ซึ่งต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์กันว่าเขาอยู่กันมานานจริง อยู่กับมาร้อยปีสองร้อยปี เราต้องให้เขาอยู่ และเราให้เขาช่วยดูแลรักษาป่า เพราะลำพังเราดูแลไม่ไหวหรอก อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้นายทุนเข้ามาทำลายป่าด้วย
นางปวีณากล่าวต่อว่า ทุกหน่วยงานทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากร ต้องเข้ามาร่วมกัน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ อย่างเดียว ซึ่งตนเองได้มอบนโยบายให้กับคณะทำงาน พอช. และดร.เพชรวรรต แล้วว่า ให้รวบรวมการดำเนินงานทั้งหมดและผลสรุปออกมา และจะนำรายงานต่อนายกรัฐมนตรีให้ทราบเป็นบื้องต้น ซึ่งการแก้ไขปัญหาจะต้องยึดหลักความเที่ยงตรง ไม่มีเลศนัย ไม่มีนักลงทุนมาแอบแฝงทั้งสิ้น ทุกอย่างเราจะทำเพื่อช่วยเหลือคนจนจริงๆ”
และในช่วงบ่ายนางปวีณา หงสกุล พร้อมคณะ เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังรายงานผลรูปธรรมการจัดการที่ดินแนวใหม่ทั้งระบบ พร้อมรับฟังข้อเสนอจากองค์กรชุมชน ประชาสังคม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนราชการ และท้องถิ่น โดยนางสาวขนิษฐา ปรีชาคุปต์ ได้สรุปสาระให้แก่รัฐมนตรีว่า ปัจจุบันนี้ทั้งประเทศมีปัญหาเรื่องที่ดินในพื้นที่ประมาณ ๘,๐๐๐ ตำบล โดยเป็นที่ดินในเขตป่าประมาณ ๕,๐๐๐ ตำบล ซึ่งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนมีแนวการดำเนินงานโดยเน้นการส่งเสริมการประสานงาน ๓ ประสาน คือ ชุมชน ผู้เดือดร้อน ท้องที่ ในการสนับสนุนหนุนช่วยการแก้ไขปัญหาโดยใช้พื้นที่ตำบลเป็นตัวตั้งซึ่งดำเนินการได้แล้ว ๑,๒๒๒ ตำบล โดยตำบลแม่ทาเป็นพื้นที่รูปธรรมในการสนับสนุนโดยใช้ระบบผังตำบลในการจัดการที่ดินทั้งระบบเป็นเครื่องมือดำเนินการ ส่วนในระดับจังหวัดมีรูปแบบคณะทำงานระดับจังหวัดในการหนุนเสริมให้สามารถแก้ไขผู้เดือดร้อนได้โดยตรง
นายกนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน นายก อบต.แม่ทา นำเสนอรูปธรรมพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ทำกินแนวใหม่ “ผังชีวิต ผังตำบล คนแม่ทา” ซึ่งประกอบด้วย ข้อมูลพื้นฐานและลักษณะทางกายภาพของตำบล ต้นทุนจากการพัฒนา สภาพปัญหาด้านที่ดิน ป่า ลุ่มน้ำแม่ทา สิ่งแวดล้อม ของตำบล กระบวนการจัดการที่ดินทั้งระบบ ได้แก่ ทำความเข้าใจเพื่อหาจุดเริ่ม ,วิเคราะห์ปัญหา/โอกาส,พัฒนาผัง สร้างกลไก,ทดลองปฏิบัติ และสรุปบทเรียน ผลจากการทำงาน ได้แก่ การวางโครงร่างข้อมูลเพื่อจัดทำผังตำบล , การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการพัฒนาผังชีวิตผังตำบลทั้งระบบนิเวศลุ่มน้ำ ที่ดิน ปศุสัตว์ , จัดทำผังการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ตั้งกฎระเบียบ สร้างข้อบัญญัติ วิเคราะห์การใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อวางรองรับอนาคตทั้งด้านต้นทุนที่ดิน น้ำ ป่า อาชีพ การบริการจัดการกองทุนธนาคารที่ดิน และหน่วยงานภาคีที่เข้ามาสนับสนุน
นายประยงค์ ดอกลำไย ตัวแทน เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย นำเสนอภาพรวมในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ทำกินภาคเหนือตอนบนและข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยมีข้อเสนอเฉพาะหน้าต่อรัฐบาล คือ หนึ่ง ให้รัฐบาลเร่งรัดการดำเนินงานโฉนดชุมชนตามระเบียบสำนักนายกฯ พศ.๒๕๕๓ แก้ไข ๒๕๕๕(จำนวนชุมชนขอยื่นคำขอดำเนินงานโฉนดชุมชน ณ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๕ ใน ๑๒ จังหวัดภาคเหนือ ๒๙๒ ชุมชน ๑,๖๔๙,๑๖๙ ไร่ ๘ ตรว. ๓๖,๒๒๕ ครัวเรือน ๑๓๙,๐๓๑ คน
สอง เร่งรัดให้นายกรัฐมนตรีลงนามในคำสั่งแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน(จำนวน ๒ ท่าน) ขอความอนุเคราะห์จากรัฐมนตรี และสาม เร่งรัด ผลักดันโครงการนำร่องแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร(๑๖๗ ล้าน) และงบประมาณโครงการบ้านมั่นคง (๑,๐๐๐ล้าน) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อขอใช้งบกลางสำหรับการดำเนินงาน
และข้อเสนอเพื่อเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เน้นข้อ ๕.๔ สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในการใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ หน้า ๓๕ โดยการปฏิรูปการจัดการที่ดินโดยให้มี การกระจายสิทธิที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนโดยใช้มาตรการทางภาษีและจัดตั้งธนาคารที่ดินให้แก่คนจนและเกษตรกรรายย่อย พิจารณาให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ที่ดินทิ้งร้างทางราชการ ปกป้องที่สาธารณประโยชน์ ที่ดินทุ่งเลี้ยงสัตว์ ห้ามการปิดกั้นชายหาดสาธารณะ ผลักดันกฎหมายในการรับรองสิทธิของชุมชนในการจัดการทรัพยากร ที่ดิน น้ำ และทะเล ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แก้ไขปัญหาการดำเนินคดีโลกร้อนกับคนจน
สำหรับข้อเสนอระยะยาวนั้น นายประยงค์ได้เสนอข้อเสนอระดับนโยบาย คือ ขอให้ภาครัฐสนับสนุน ๔ ร่างกฎหมาย คือ (ร่าง)พรบ.สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร ,(ร่าง) พรบ.ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า,(ร่าง) พรบ.ธนาคารที่ดิน,(ร่าง) พรบ.กองทุนยุติธรรมและข้อเสนอระดับพื้นที่คือ ขอให้ภาครัญสนับสนุนให้เกิดบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยเรื่องการจัดการที่ดินโดยชุมชนทั้งระบบ
จากนั้นเป็นพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่,ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ ๑๓จังหวัดเชียงใหม่,คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,โครงการหลวงแม่ทาเหนือ,คณะทำงานการแก้ปัญหาที่ดินที่ทำกินและที่อยู่อาศัยโดยชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือตอนบน,สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)โดยมีเป้าหมาย คือ
๑. เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยโดยขบวนองค์กรชุมชนและท้องถิ่น
๒.เพื่อร่วมกันสนับสนุนให้ชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชนและท้องถิ่น ร่วมกันจัดตั้งกองทุนระดับตำบลสำหรับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท
๓. เพื่อสนับสนุนให้เกิดกระบวนการทำงานและเรียนรู้ร่วมกันระหว่างองค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและองค์กรพัฒนาต่างๆในจังหวัดทุกกระบวนการพัฒนา
๔.เพื่อสนับสนุนให้เกิดแผนปฏิบัติการปฏิรูปที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชุมชนในภาคเหนือตอนบน จากการวางแผนงานร่วมกัน โดยมีวิธีการทำงานตามรูปแบบและแนวปฏิบัติของแต่ละหน่วยงาน
หลังจากนั้น นางปวีณา หงสกุล ได้ให้นโยบายของกระทรวงฯ โดยกล่าวว่า นโยบายในปี ๒๕๕๗ นี้ ทางกระทรวงต้องการสนับสนุนให้ทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น ประชาชน รวมถึงเอ็นจีโอที่ได้ดำเนินการดำเนินงานในเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินและให้ชุมชนช่วยกันดูแลดิน น้ำ ป่า เพื่อดูแลทรัพย์สินของประเทศชาติร่วมกัน รวมถึงการแก้ปัญหาความยากจนโดยให้พี่น้องได้มีสิทธิทำกิน แต่ต้องมีระบบการจัดการที่ดี ที่ไม่เป็นการส่งขายต่อนายทุน ทั้งนี้จะมีการทำงานร่วมกันทุกกับภาคส่วนโดยมอบหมายให้คณะกรรมการ และพอช. สรุปช้อมูลภาพรวมเพื่อรายงานต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป




