playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

วันนี้ (๒๗ มีนาคม ๒๕๕๗) นายแพทย์มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปาฐกถาพิเศษ “การปฏิรูปประเทศไทยจากฐานชุมชนท้องถิ่น” ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “สภาองค์กรชุมชนร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยจากฐานราก และการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล” โดยมีตัวแทนสภาองค์กรชุมชนตำบลจากทั่วประเทศจังหวัดละ ๒ คน ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จำนวน ๒๕๐ คน ณ ห้องประชุมศรีวราแกรนด์บอลรูม โรงแรมทาวน์อินทาวน์ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความมั่นใจกับขบวนองค์กรชุมชน และสภาองค์กรชุมชนในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย รวมถึงการจัดทำข้อเสนอการปฏิรูปประเทศไทยต่อสังคมและระดับนโยบาย และการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนสู่การปฏิรูปในเชิงโครงสร้างอำนาจ

mongkol-270357นายแพทย์มงคล กล่าวว่า การพัฒนาจากฐานรากต้องมีความหลากหลาย มีความงดงาม โดยควรเริ่มจากชุมชน ในบริบทของชุมชน และคนที่ตัดสินคือชุมชน ซึ่งคำตอบสุดท้ายคือคำตอบของชุมชน ส่วนแนวความคิด เราจะพัฒนาอย่างไรนั้น ต้องยึดให้คนในชุมชนมีความสุข นี่คือจุดผลลัพธ์ที่สำคัญ ที่เราช่วยเหลือชุมชนเราช่วยเหลือให้เกิดสุขใน ๒ สิ่ง ๑) สุขกาย ๒) สุขใจ โดยเป็นสุขที่เกิดจากอาหารการกิน อารมณ์ที่แจ่มใสจิตใจไม่โกรธ อิจฉาริษยา ไม่ขุ่นข้องหมองใจเป็นจิตประภัสสร ซึ่งมีกายเป็นเรือนหอของจิตที่เป็นสิ่งเดียวกัน ทั้งหมดมีอยู่ในคำสอนของพระพุทธศาสนา

“เราอยากให้คนสุขทั้งกาย ใจ เป็นไปไม่ได้ถ้าเราไม่คิดถึงระบบที่ครอบงำบุคคลนั้นอยู่ ถ้าสิ่งแวดล้อม ครอบครัว สังคมไม่ดีบุคคลก็ไม่มีความสุข อย่างวิกฤตการเมืองครั้งนี้ส่งผลกับชีวิตความเป็นอยู่ เช่น นโยบายรับจำนำข้าว นอกจากระบบต่างๆในชุมชนท้องถิ่น ยังรวมถึงระบบในระดับประเทศ หรือต่างประเทศที่มีการเอารัดเอาเปรียบกันระหว่างประเทศพัฒนากับประเทศกำลังพัฒนา เมื่อรวยแล้วเอาประโยชน์ของตัวเอง เช่น เอฟทีเอ หรือการค้าเสรี ก็มีการเอาเปรียบกันมาโดยตลอด”

เราทำเพื่อคนยากคนจน เริ่มที่ให้คนมีความสุข สุขของคนเริ่มจากมีอยู่มีกิน ถ้าหนี้สินมีอยู่มาก ไม่พออยู่พอกิน การปฏิรูปถ้าไม่แก้เรื่องนี้ประเทศก็ไปไม่ได้ หรือหนี้สินที่เกิดจากเกษตรพันธสัญญา อย่างไรก็ตามแต่ละตำบลมีสิ่งดีๆที่ทำกันอยู่ เชื่อว่าทุกที่มีของดีไม่น้อยกว่า ๒๐ อย่าง ถ้าเราไปแมทซิ่งกับการพออยู่พอกินกับเรื่องปากท้อง หาเหตุปัจจัยของการอยู่ดีมีสุขนั้นอย่างไร จะเกิดบทเรียนสอนตัวเอง ชุมชนมาคุยกันเอง แตกต่างกันตามบริบท ภาคเหนืออีสาน คล้ายกันในเรื่องของการรวมกลุ่มกันทำในสิ่งดีงามทำได้ง่าย ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก การรวมกลุ่มยากซึ่งก็เป็นไปตามบริบทวัฒนธรรม

นายแพทย์มงคล กล่าวต่อว่า ชุมชนเข้มแข็งคือชุมชนที่จัดการตัวเอง spa1-270357คนในพื้นที่รวมตัวอย่างเข้มแข็ง และตัดสินใจการจัดการชีวิตได้ ซึ่งเป็นบทบาทของพวกท่านสภาองค์กรชุมชนตำบล การทำเพียง ๑ ตำบล คงไม่เพียงพอ ต้องมีการเชื่อมกับตำบลอื่นๆ ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด โดยชูสิ่งดีๆขึ้นมา เราผู้ซึ่งเป็นสื่อเป็นตัวกลางในการเชื่อม น่าจะจัดให้มีการศึกษาให้เกิดการกระจายไปหลายๆ พื้นที่ ระบบต่างๆ ทั้งการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ ที่กระทบชีวิตความเป็นอยู่ เขาก็สามารถบริหารจัดการกันตรงนั้นได้

“เราเริ่มจากชุมชนท้องถิ่น แต่ต้องไม่ลืมว่ามีระบบเหนือระบบคลุมอยู่ในชีวิต การที่เราจะช่วยให้ชุมชนมีความสุขอยู่ดีกินดีนั้น คนไทยต้องไม่ทอดทิ้งกัน ตามคำของอาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม การที่เราจะปฏิรูปจากฐานราก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว โดยเริ่มจากสุขในเรื่องเศรษฐกิจ ปัจจัย ๔ เป็นสิ่งสำคัญ และเราอย่าลืมระบบของระบบที่ครอบอยู่ ถ้าการเมืองไม่ดีจะกระทบต่อความเป็นอยู่มากมาย เราต้องช่วยกันซึ่งเป็นเพื่อนเราทั้งนั้น”

การทำงานเริ่มจากสุขของแต่ละคน สุขจากมีกิน มีการรวมกลุ่มที่หลากหลาย spa2-270357กระจายพื้นที่ เมื่อเข้มแข็งบริหารตัวเองได้ ไม่ว่ารัฐบาลท้องถิ่น ชาติ ต่างประเทศ ก็จะไม่มีใครทำลายตรงจุดนี้ได้ เริ่มจากการพัฒนา จาการปรับความอยู่ดีมีสุข เชื่อมโยงกัน เราพัฒนาที่ตัวเรา ชุมชน ท้องถิ่น บ้านพี่บ้านน้องก่อน ถ้าเริ่มจากการปรับโครงสร้าง โดยเฉพาะกฏหมาย ระบบภายนอกชุมชนเป็นเรื่องผลประโยชน์ เพราะกฏหมายเพื่อรักษาประโยชน์ยิ่งมีกฏหมายมากชุมชนจะถูกกระทำมาก ถ้าเป็นหลักของชุมชน เป็นธรรมนูญ หรือสัญญาใจของคนในพื้นที่ช่วยกันคิดทำและร่วมรับประโยชน์ ทำอย่างไรให้คนในพื้นที่ได้คุยกัน ประกาศให้ชุมชนอื่นรับรู้ สร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง นี่เป็นที่สำคัญยิ่งกว่ากฏหมาย ยิ่งกว่าการแก้ในเชิงโครงสร้าง นายแพทย์มงคล กล่าวในตอนท้าย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter