ในปีที่ผ่านมาเราอาจเห็นสัญลักษณ์รณรงค์ชูหลังมือสี่นิ้วอยู่บ่อยๆ และหลายคนอาจทราบแล้วว่า นั่นคือ สัญลักษณ์รณรงค์กฎหมายที่ดิน ๔ ฉบับเพื่อคนจน อันได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร (โฉนดชุมชน) ร่าง พรบ.ธนาคารที่ดิน ร่าง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า และร่าง พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม (เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องคดีปัญหาที่ดิน)
แต่รายละเอียดสำคัญของกฎหมายแต่ละฉบับนั้นเป็นอย่างไร มีประโยชน์ต่อการปฏิรูปที่ดินอย่างไร
บทความชิ้นนี้จะแนะนำกฎหมายทั้ง ๔ ฉบับอย่างง่ายๆ ดังนี้
๑. พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร (โฉนดชุมชน)
จากปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างที่ดินภาครัฐและชุมชนซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศนี้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อให้สิทธิชุมชนบริหารจัดการที่ดินกันเอง โดยมีคณะกรรมการชุดหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร (ชื่อย่อ คสท.) จะพิจารณานโยบายด้านการจัดการสิทธิทำกินและทรัพยากรดินน้ำป่า และนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ออกระเบียบกฎเกณฑ์เพื่อให้ชุมชนสามารถมีสิทธิดำเนินการจัดการทรัพยากรด้วยตัวชุมชนเอง หากชุมชนใดปฏิบัติไม่ตรงตามกฎระเบียบก็สามารถเพิกถอนได้ นอกจากนี้ภายใต้พ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังมี “กองทุนที่ดินชุมชน” เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการจัดการที่ดินและทรัพยากรที่ชุมชนได้รับสิทธิ พัฒนาที่ดิน เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หรือให้สมาชิกได้กู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนได้
๒. พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน
กฎหมายฉบับนี้ถือว่าเป็นหนทางแก้ไขสำหรับกรณีเกษตรกรไร้ที่ทำกินโดยสิ้นเชิง รวมไปถึงกรณีเกษตรกรเข้าไปบุกร้างถางพงเพื่อทำการเกษตรโดยไม่รู้ว่า ที่แห่งนั้นเป็นที่ดินซึ่งมีเจ้าของเป็นนิติบุคคลหรือภาคเอกชนกระทั่งโดนหมายจับ ถูกดำเนินคดี และจับกุมไปจำนวนมาก ดังนั้น พ.ร.บ.ฉบับนี้จึงเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถกู้เงินไปซื้อที่ทำกินของตนเองรวมถึงธนาคารมีหน้าที่บริหารจัดการซื้อที่ดินที่เหมาะสมมาจัดสรรให้เกษตรกรเช่าทำการเกษตรในราคาถูก โดยเงินของธนาคารจะมาจากรัฐบาลเป็นหลัก เอกชน (บริจาค) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สมทบ)
๓. พ.ร.บ. ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า
จากปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ทำให้คนจนก็จนดักดานไม่มีจะกินจนต้องขายที่ทำ
กินของตนเอง ขณะที่คนรวยก็ยิ่งร่ำรวย กว้านซื้อที่ดินกักตุน จึงทำให้ต้องมีกฎหมายภาษี
ที่ดินอัตราก้าวหน้า จัดเก็บภาษีผู้ซื้อที่ดินเก็งกำไรโดยไม่ทำประโยชน์ ปล่อยให้ที่ดิน
รกร้างว่างเปล่ามากกว่าอัตราปกติ
|
ประเภทการใช้ประโยชน์ |
ขนาดที่ดิน |
อัตราภาษี |
|
ที่ดินที่ใช้ในการประกอบการเกษตร |
มากกว่า ๕๐ ไร่ – ๑๐๐ ไร่ |
ร้อยละ ๐.๕ |
|
มากกว่า ๑๐๐ ไร่ – ๕๐๐ ไร่ |
ร้อยละ ๐.๗๕ |
|
|
มากกว่า ๕๐๐ ไร่- ๑,๐๐๐ ไร่ |
ร้อยละ ๑ |
|
|
มากกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ขึ้นไป |
ร้อยละ ๑.๒๕ |
|
|
ที่ดินที่ใช้ในการประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ฯลฯ |
มากกว่า ๕๐ ไร่ – ๑๐๐ ไร่ |
ร้อยละ ๐.๗๕ |
|
มากกว่า ๑๐๐ ไร่ – ๕๐๐ ไร่ |
ร้อยละ ๑ |
|
|
มากกว่า ๕๐๐ ไร่ -๑,๐๐๐ ไร่ |
ร้อยละ ๑.๒๕ |
|
|
มากกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ ขึ้นไป |
ร้อยละ ๑.๕๐ |
|
|
ที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า มิได้ทำประโยชน์ |
มากกว่า ๕๐ ไร่ –๑๐๐ ไร่ |
ร้อยละ ๑ |
|
มากกว่า ๑๐๐ ไร่ – ๕๐๐ ไร่ |
ร้อยละ ๑.๒๕ |
|
|
มากกว่า ๕๐๐ ไร่ -๑,๐๐๐ ไร่ |
ร้อยละ ๑.๕๐ |
|
|
มากกว่า ๑,๐๐๐ ไร่เป็นต้นไป |
ร้อยที่ ๒ |
๔. พ.ร.บ. กองทุนยุติธรรม
จากปัญหาประเด็นที่ดินของคนจนกับภาครัฐหรือเอกชน ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องถูกจับ ดำเนินคดี กฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม โดยจัดตั้งกองทุนเพื่อให้สนับสนุนผู้ยากไร้ได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่การเดินทาง ค่าขึ้นศาล ค่าธรรมเนียมต่างๆ สนับสนุนในการจ้างทนายความในการดำเนินคดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง หรือการบังคับคดีของผู้ยากไร้ ค่าประกันตัว ฯลฯ
นี่คือกฎหมาย ๔ ฉบับที่คนทำงานที่ดินมายาวนานได้บทสรุปว่ามันจะเป็นการปฏิรูปที่ดินครั้งสำคัญของประเทศ




