เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 คณะประสานงานพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่ดินชุมชนจ.ตรัง ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคใต้ตอนล่าง หรือพอช. จัดประชุมทำความเข้าใจการทำงานแก้ปัญหาที่ดินในพื้นที่ใหม่ 13 พื้นที่ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากพอช.วงเงิน 4.33 ล้านบาท เพื่อการทำงานในปี 2557 พร้อมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์งานเดิมใน 16 พื้นที่ โดยมีผู้นำชุมชนจาก 28 ตำบลพร้อมนายวรเสฏฐ์ ชูแก้ว ผู้จัดการสำนักงานภาคใต้ตอนล่าง พอช.และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุมกว่า 80 คน ที่ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนตำบลละมอ อ.นาโยง จ.ตรัง
นายสมปอง บุญรอด คณะทำงานที่ดินจ.ตรังให้ข้อมูลว่า ในจ.ตรังมีการทำงานของชุมชนเพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ 28 ตำบล โดยมีการประสานการทำงานในรูปแบบของโซนซึ่งมีทั้งหมด 3 โซน คือโซนเขา โซนเลและโซนนา ส่วนใหญ่ผู้เดือดร้อนอาศัยในที่ดินป่าสงวน อุทยาน
เขตห้ามล่า เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า ที่สาธารณะประโยชน์ ที่ของสำนักงานทรัพย์สิน ที่ของการรถไฟ ฯลฯ ที่ผ่านมาผู้เดือดร้อนจะประสบกับปัญหาเรื่องทำมาหากินเช่น ไม่สามารถเปลี่ยนโค่นต้นยางเพื่อปลูกใหม่ได้ ปัญหาการถูกจับกุมและดำเนินคดี รวมทั้งความยุ่งยากในการแก้ปัญหาเพราะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานที่เป็นเจ้าของและดูแลที่ดิน และสัมพันธ์กับกฎหมายหลายฉบับเช่น กฎหมายป่าสงวน กฎหมายอุทยาน กฎหมายป่าชายเลน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเขตห้ามล่า เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า เป็นต้น แนวทางการแก้ปัญหาที่ดินที่สำคัญของชุมชนคือการจัดทำข้อมูล การทำแผนที่ การรับรองข้อมูล และพัฒนาไปสู่ผังตำบล ก่อนการเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกลไกการทำงานในพื้นที่ตำบล มีทั้งที่ใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นผู้ประสานงานในการขับเคลื่อน และกลุ่ม /เครือข่ายองค์กรชุมชนในตำบลที่ประสานงานกับเครือข่ายที่ดินรักษ์เทือกเขาบรรทัด
ในวงแลกเปลี่ยนการทำงานของผู้นำชุมชนในพื้นที่ๆทำงานเดิม 16 พื้นที่ถึงรูปธรรมความสำเร็จในการแก้ปัญหาในช่วงที่ผ่านมา ที่เห็นชัดเจนคือการผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาที่ดินในที่สาธารณะประโยชน์ซึ่งไม่มีการใช้พื้นที่เพื่อสาธารณะประโยชน์แล้ว ซึ่งชาวบ้านได้ทำกินและครอบครองที่ดินเป็นรายแปลง จึงดำเนินการจัดทำข้อมูล การทำแผนที่ การรับรองข้อมูลและการยกเลิกที่ดินสาธารณะประโยชน์ตามกฎหมายและนำไปสู่การแก้ปัญหาและจัดสรรพื้นที่รายแปลงในรูปแบบสปก. ได้แก่ในบางหมู่บ้านของตำบลละมอ ตำบลช่อง และตำบลโพรงจระแข้ สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินครอบคลุมพื้นที่กว่า 10,000 ไร่
ในด้านพื้นที่ใหม่ 13 พื้นที่ ซึ่งจะเป็นการทำงานในปี 2557 ที่ได้รับงบสนับสนุนจากพอช. ในวงเงิน 4,337,750 บาทนั้น จะมีการทำงานใน 13 ตำบล 47 หมู่บ้าน รวมผู้เกี่ยวข้อง 10,793 ครัวเรือน ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 เป็นพื้นที่ๆต้องทำความเข้าใจและจัดทำข้อมูลความเดือดร้อนที่เป็นบันไดขั้นที่ 1 มีจำนวน 8 ตำบล งบประมาณสนับสนุนต่อตำบลอยู่ระหว่าง 18,000 – 94,000 บาท กลุ่มที่ 2 เรียกว่าเป็นบันไดขั้นที่สองซึ่งมีความชัดเจนในการพัฒนาผังระดับตำบล ที่ครอบคลุมการแก้ปัญหาที่ดินและการพัฒนามิติอื่นๆ มีจำนวน 3 ตำบล โดยงบสนับสนุนงบต่อตำบลอยู่ระหว่าง 350,000- 448,750 บาท และกลุ่มที่ 3 เป็นพื้นที่เข้มข้นที่คาดหวังในการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมพร้อมการจัดตั้งกองทุนที่ดิน มีจำนวน 1 ตำบลคือตำบลละมอ งบประมาณสนับสนุน 1,830,000 บาท โดยในพื้นที่ใหม่นี้ผู้นำชุมชนคาดหวังให้มีการช่วยเหลือเพื่อสร้างความเข้าใจกับคนในตำบลจากที่ปรึกษาและผู้นำชุมชนในจังหวัดที่มีประสบการณ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่พอช.
ในด้านแนวทางแก้ปัญหาที่ดิน นอกเหนือจากการจัดทำข้อมูลและการทำแผนที่ เพื่อเป็นเครื่องมือแล้วในการเจรจาต่อรองกับหน่วยงานแล้ว ผู้นำชุมชนได้ศึกษาพรบ.การจัดการที่ดิน/การครองชีพที่เป็นมติครม.เมื่อปี 2511 ที่ว่าด้วยการจัดการที่ดินในรูปแบบนิคมสหกรณ์และนิคมสร้างตนเองเพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาที่ดินในจังหวัด
ด้านนายวรเสฏฐ์ ชูแก้ว ผู้จัดการสำนักงานภาคใต้ตอนล่างพอช. กล่าวว่าการทำงานแก้ปัญหาที่ดินของชุมชน ก็เหมือนกับการทำงานด้านอื่นๆที่ชุมชนจะปฏิเสธความสัมพันธ์และความร่วมมือกับเครือข่ายชุมชนอื่นๆ และท้องถิ่น/ท้องที่ไม่ได้ ซึ่งจะต้องมีความร่วมมือทั้งการทำงานในพื้นที่ และความร่วมมือเพื่อการผลักดันนโยบาย
สำหรับเครื่องมือในการแก้ปัญหาที่ดินของชุมชนในพื้นที่ปฏิบัติการ ที่พอช.ให้การสนับสนุน มีอยู่ 10 เครื่องมือคือ 1.)ข้อมูลชุมชน 2.)แผนที่ทำมือ 3.) ข้อมูล GIS 4.) กองทุนที่ดิน 5.) กลไกการทำงานและการเชื่อมโยงกระบวนการทำงานขององค์กรชุมชน 6.)ภาคีความร่วมมือ 7.)ผังชีวิตชุมชน 8.)สิทธิชุมชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ 9.) คู่มือการพัฒนาเพื่อถอดบทเรียนในพื้นที่ๆประสบความสำเร็จ 10.)ศูนย์การเรียนรู้ การสื่อสารชุมชน การสื่อสารสาธารณะ




