playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ยกระดับการทำงานตำบลรูปธรรมขยายผลสู่พื้นที่อื่นในจังหวัด ปักธงแผนของชุมชนต้องบรรจุในแผนยุทธศาสตร์ระดับอำเภอ และจังหวัด ตามแผนที่พี่น้องในตำบลเสนอ เชื่อทุกตำบลมีศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลง

nk1-120357ร้อยเอ็ด/ เมื่อวันที่ ๑๑-๑๒ มีนาคม ๒๕๕๗ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแคน และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดเวทีรวมพลังขับเคลื่อนชุมชนคนสาเกตนคร ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อสรุปบทเรียนการขับเคลื่อนตำบลจัดการตนเอง ยกระดับการทำงานตำบลรูปธรรมสู่การขยายผลในพื้นที่ พร้อมทั้งวางแผนการดำเนินงานสู่จังหวัดจัดการตนเอง โดยนำแหล่งเรียนรู้พื้นที่รูปธรรมตำบลจัดการตนเอง ๕ ฐานเรียนรู้ประกอบด้วย ๑) แหล่งเรียนรู้เกษตรกรรมยั่งยืน ๒) การจัดสวัสดิการชุมชน ๓) การอนุรักษ์ภูมิปัญญา ๔) สภาองค์กรชุมชนตำบลหนองแคน และ ๕) แหล่งเรียนรู้สถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองแคน เป็นพื้นที่ต้นแบบในการขยายผล ซึ่งมีตัวแทนกลุ่มจังหวัด แกนนำพื้นที่ตำบลขยายผล ๑๔ ตำบล และเจ้าหน้าที่ พอช. ร่วมประชุมประมาณ ๘๐ คน 

นายประเสริฐ แสนตลาด ผู้ที่สวมหมวกทั้งประธานสภาองค์กรชุมชนตำprasart-120357บลหนองแคนและกำนัน กล่าวถึงการดำเนินงานที่ตำบลหนองแคนว่า ทำไมคนหนองแคนถึงต้องลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ในฐานะที่เป็นทั้งกำนันและประธานสภาฯ สามารถเชื่อมโยงระบบการบริหารจัดการภายในตำบลได้ดี โดยคำนึงถึงทรัพยากรพื้นถิ่น ทุนคนทุนปัญญาที่มีอยู่อย่างมากมาย ต่างมีสิ่งที่ดีงาม แล้วทำไมไม่ลุกขึ้นมาจัดการ การแบมือขอนั้น มือผู้ให้ย่อมสูงกว่ามือผู้รับเสมอ ทุกท่านมีสิ่งดีงาม มีทุนทางสังคม ทำไมไม่รวมกัน โชคดีเรามีบุคคลากรที่อยากเห็นคนอยู่ดีมีสุข การพัฒนาจึงราบรื่น 

หากมองหนองแคนตั้งแต่ปี ๕๑ ถึงปัจจุบัน เรามีสถาบันการเงินชุมชน มีธนาคารข้าว มีข้าวเปลือกร่วมร้อยตัน  มีกลุ่มเกษตรอินทรีย์ กลุ่มปศุสัตว์ กลุ่มอนุรักษ์พื้นฟูป่า กลุ่มเยาวชน มีป่าที่สมบูรณ์ ๗๐ ไร่ เป็น ๑ ใน ๘ ป่าที่สมบูรณ์ของร้อยเอ็ด มีกลุ่มข้าว กลุ่มหมอน กลุ่มทอผ้า ภูมิปัญญา ปราชญชาวบ้าน มีพระเกจิอาจารย์ เป็นของดีในตำบล กระจายใน ๑๔ หมู่บ้านทั่วตำบล

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า เพื่อประโยชน์ของคนในตำบล หนุนการทำงานของไทบ้าน ความร่วมมือจึงเกิดขึ้น แรงหนุนเกิดจากการเริ่มต้นงานของ พอช. และต่อไปจะมีงบมาพัฒนาหนองแคนอีกจากแหล่งสนับสนุนอื่น บทเรียนสำคัญคือ ในระดับหมู่บ้านต้องเริ่มก่อ เริ่มจากตัวเอง ชุมชน สู่ตำบล ความสำคัญของการจัดการตนเอง คือการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น การปฏิรูปเกิดจากสิ่งที่ชุมชนทำ สภาฯทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้คน กลุ่มต่างๆในตำบล เยาวชน ปราญช์ชาวบ้าน จากรากของปัญหา นำไปสู่แผน และการดำเนินการตามแผน เพื่อให้เกิดรูปธรรมการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ทั้งทรัพยากร ฯลฯ

“กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นการเชื่อมคนในขบวนองค์กรชุมชน กับภาคีพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ยกระดับการทำงานตำบลรูปธรรมสู่การขยายผลในพื้นที่อื่นในจังหวัด”  

นายสว่าง สุขแสง กองเลขานุการขบวนจังหวัดร้อยเอ็ด เล่าให้ฟังว่า ตำบลทุกตำบลมีศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ถ้านำต้นทุนภูมิปัญญา ทุนคนมารวมกันและปรับใช้ในบริบทของตนเอง ซึ่งทำแทนกันไม่ได้ แต่ละตำบลต้องเริ่มต้นนับหนึ่ง ณ บัดนี้ ค้นหาปัญหา กำหนดสิ่งที่ต้องการเห็น ทำแผน เชื่อมโยงเครือข่าย และลงมือทำงาน

sawang-120357สำหรับแหล่งเรียนรู้การจัดการตนเองของตำบลหนองแคนที่นำมาแลกเปลี่ยน อย่างเช่น แหล่งเรียนรู้เกษตรกรรมยั่งยืน มีที่มาจากการเกษตรในปัจจุบันไม่สร้างความยั่งยืน เป็นเกษตรเชิงเดี่ยวที่ก่อให้เกษตรกรเกิดการจมปลักไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้สินชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นได้ การจัดแหล่งเรียนรู้เพื่อเป็นฐานของการรวมกลุ่มพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาของตนเอง สร้างให้เกิดความยั่งยืน และขยายผลส่งต่อความคิด ส่งต่อกระบวนการ ความสำเร็จสู่การรียนรู้ของกลุ่ม/เครือข่ายทั้งในและนอกพื้นที่

หรือการบริหารจัดการตำบลที่บูรณาการการทำงานของสภาองค์กรชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล และท้องที่ เป็นการจัดการอย่างมีส่วนร่วม หรือระบบเศรษฐกิจชุมชนที่เป็นการรวมกลุ่มผู้ผลิตสินค้าในชุมชน หัตถกรรม การแปรรูปผลผลิตการเกษตร ซึ่งหลายกลุ่มรวมกันทำระบบนี้ขึ้นมา และเชื่อมโยงสู่กลุ่มอื่นๆ อย่างกลุ่มผลิตสินค้าประเภทข้าว หรือระบบการจัดสวัสดิการชุมชนไว้ดูแลสมาชิกในตำบล นอกจากนี้ยังมีเรื่องการอนุรักษ์ภูมิปัญญา แหล่งเรียนรู้สภาองค์กรชุมชน และแหล่งเรียนรู้สถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองแคน หากนับรวมตำบลหนองแคนจะมีแหล่งเรียนรู้สำคัญอยู่ ๘ ระบบ ๑๘ แหล่งเรียนรู้

นายธนาทร พานทอง เลขาธิการขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด tanatorn-120357กล่าวในวงเสวนา “หลักคิดชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองในสถานการณ์ปัจจุบัน” โดยกล่าวถึงการขับเคลื่อนขบวนว่า ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ดเริ่มการขับเคลื่อนงานพัฒนาสมัยกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม (SIF) ต่อมาขยับส่งเสริมเรื่องกลุ่มอาชีพ โรงสี เลี้ยงวัว ที่ชัดเจนเริ่มเห็นเป็นขบวนราวปี ๒๕๔๘ เริ่มจากงานสวัสดิการชุมชน มีการเชื่อมกับท้องถิ่น ต่อมาเคลื่อนเรื่องสภาองค์กรชุมชนตำบล ในปี ๒๕๕๑ เป็นต้นมา

การขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชนสู่จังหวัดจัดการตนเอง จะทำจากระดับตำบล อำเภอ สู่จังหวัด ปักธงร้อยเอ็ดจังหวัดจัดการตนเอง ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ชุมชนเป็นแกนหลัก ขยับในระดับตำบลสร้างพื้นที่กลาง เวทีการพูดคุยของทุกคนในตำบล มีการจัดทำสำรวจข้อมูล สังเคาระห์ ทำแผนแก้ไขปัญหา สร้างทุนให้เป็นรูปธรรม เพราะพื้นที่ตำบลเป็นที่ปฏิบัติการทุกเรื่องทุกประเด็น แล้วเชื่อมโยงให้เป็น “สภาเมืองสาเกตนคร” ในระดับจังหวัด ซึ่งได้ประสานเครือข่าย สพม. ร้อยเอ็ดน่าอยู่ ซีอีโอ สมาคมสภาองค์กรชุมชน ท้องที่ท้องถิ่น กศน. อบจ. สช. และขบวนองค์กรชุมชน เป็นองค์ประกอบในการทำงาน

นายธนาทร ทิ้งท้ายว่า “งานที่พี่น้องทำต้องบรรจุอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ระดับอำเภอ และจังหวัด การใช้งบประมาณจังหวัดซีอีโอต้องใช้ตามแผนที่พี่น้องในตำบลเสนอมา”

นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ หัวหน้าสำนักพัฒนาองค์ความรู้และประเมินผล พอช. กล่าวว่า การบริหารจัดการโดยคนในพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ ที่ผ่านมาถูกจัดการพัฒนาโดยคนภายนอก ซึ่งไม่มีใครจะรู้ปัญหาดีกว่าคนในพื้นที่ได้อย่างแน่นอน เพราะเมื่อเกิดปัญหาก็มานั่งคุยกัน ปรึกษาหารือกันว่าจะแก้อย่างไร แก้ด้วยพี่น้องเราเอง ไม่พึ่งพาแต่หน่วยงาน แต่เป็นการบูรณาการโดยชาวบ้านเป็นหลัก หน่วยงานหนุนเสริม

jantana-120357“ในเรื่องชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง แท้จริงคือการแก้ปัญหาร่วมกันของคนในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งทิศทางการปฏิรูปประเทศมีการเสนอกระจายอำนาจให้จังหวัดปกครองตนเอง ซึ่งเมื่อเป็นจริง และมาถึงชุมชนจะทำให้การแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นตรงจุดขึ้น”  

อยากบอกว่าเป็นกำลังใจให้กับสิ่งที่กำลังทำ ทิศทางการหนุนเสริมของสำนักฯ จะหนุนเรื่องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำพื้นที่รูปธรรม ผ่านประเด็นงานต่างๆ ถอดบทเรียน ค้นหาความรู้จากสิ่งที่องค์กรชุมชนทำ ส่วนการหนุนเสริมของ พอช. ก็เป็นที่ชัดเจนในด้านงบประมาณอย่างโครงการสวัสดิการชุมชน การแก้ปัญหาที่ดิน โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ฯลฯ ซึ่งแท้จริงแล้วยังมีแหล่งงบประมาณอื่นๆ ที่สามารถรองรับการทำงานได้ พอช.เรามุ่งให้เบ็ดตกปลา วิธีการหาปลา เพื่อให้เกิดการพึ่งตนเองให้ได้ในที่สุด ที่สำคัญ ต้องททท. (ทำทันที) ดีที่สุดคือกลับไปทำ ดูจากหนองแคนแล้วค่อยๆ แกะ แล้วนำไปปรับใช้ในพื้นที่ตนเอง เจอปัญหาแล้วแก้ไขปรับปรุงพัฒนาไปเรื่อยๆ นางสาวจันทนา กล่าว

ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการประชุม ตัวแทนจากตำบลต่างๆ ช่วยกันระดมความคิดหลังจากเรียนรู้ในพื้นที่ตำบลหนองแคนแล้ว จะกลับไปทำอะไร อย่างไร เมื่อไหร่ที่พื้นที่ของตนเอง ซึ่งทุกตำบลสะท้อนตรงกันว่าเมื่อคิดแล้วต้องลงมือทำทันที โดยจะกลับไปประชุมเพื่อหาแนวทางการจัดการตนเอง และสร้างการร่วมมือทุกภาคส่วนในพื้นที่ตำบลของตนเองต่อไป

nk2-120357nk3-120357nk4-120357nk5-120357

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter