เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๗ เครือข่ายสภาองค์กรจังหวัดเชียงราย โดยการสนับสนุนจาก สภาพัฒนาการเมือง มูลนิธิศักยภาพชุมชน และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้จัดเวทีสัมมนา “เหลียวหลัง แลหน้า จากล้านนาสู่อาเซียน” และการรับรองข้อเสนอเชิงนโยบายของสภาองค์กรชุมชนตำบล ระดับจังหวัดประจำปี ๒๕๕๗ ณ โรงแรมพิมานอินท์ อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพัฒนาการความก้าวหน้าขององค์กรชุมชนโดยเชื่อมร้อยภาคีทุกภาคส่วนสู่การจัดการตนเอง โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ ๒๐๐ คน
เวทีอภิปราย “เหลียวหลัง แลหน้า จากล้านนาสู่อาเซียน” เริ่มต้นโดย คุณวิรุณ คำพิโล ผู้ดำเนินรายการ ได้กล่าวว่า ในการขับเคลื่อนแต่ละครั้งจะต้องมีองค์ประกอบของศาสนา ศิลปิน เชียงรายมีภูมิพื้นหลังที่ยาวนาน เป็นจุดที่เกิดอริยะทางศาสนา เชียงรายมีการเผาศพมาก่อนเกิดศาสนา การเมืองสมัยก่อนมีแนวคิดเรื่องรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง จึงมีการเผาทำงานหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่น มังรายน์ศาสตร์
คุณชรินทร์ แจ่มจิต ปราชญ์ชุมชน ผู้เข้าร่วมเสวนา ได้กล่าวถึงเชียงรายในมิติของประวัติศาสตร์ว่าประวัติศาสตร์จังหวัดเชียงราย หนังสือ คำพูด ทุกอย่างเป็นประวัติศาสตร์ เชียงรายมีภาษาที่สำคัญ ย้อนไปเมื่อ ๑๐ กว่าปี มีการจัดเวทีการอนุรักษ์ภาษาเมือง เอกสารตัวเมืองเก่าแก่อยู่ที่วัดม่วงตึ๊ด จ.น่าน
สถานการณ์ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ พูดภาษาเมืองไม่ได้ เนื่องจากบางกลุ่มเป็นคนจากถิ่นอื่นเข้ามาอยู่ใน จ.เชียงราย หลักสูตรมังรายศาสตร์ ใช้ภาษาล้านนาในการสอน มีเป้าหมายเพื่อ ให้คนรุ่นใหม่อ่านออก เรียนรู้ประวัติศาสตร์เชียงราย คนไทยใช้กะปิในการบริโภคเมื่อ ปี ๑๕๑๔
หลังจากการอภิปรายผู้ดำเนินรายการได้กล่าวสรุปอีกครั้งว่า การที่ชุมชนจะอยู่อย่างเข้มแข็งข้างหน้า จะต้องมีการย้อนมองข้างหลัง ใช้องค์ความรู้จากอดีต ซึ่งเป็นความรู้ของชุมชมมาปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการปรับให้เข้ากันระหว่างองค์ความรู้เก่าและองค์ความรู้ใหม่
คุณเชาวลิต ธรรมวงศ์ ประธานอาวุโสหอการค้า ได้แสดงความเห็นว่า ประเทศไทยต้องมีการผสมผสาน ในอนาคตต้องมีการสืบถอดต่อแบบรุ่นสู่รุ่น ในส่วนของภาคธุรกิจ AEC มีความจำเป็นต้องผสมผสาน ๓ เสา คือ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ซึ่งต้องมีการผสมสานกัน
เชียงรายเป็นจังหวัดที่มี ๓ ประตูที่เชื่อมโยงกับ GMS คือ เปิดรับการเชื่อมด้านเศรษฐกิจชายแดนกับ ๓ ประเทศ ซึ่งในอีกประมาณปี ๒๐๒๐ จะต้องเตรียมพร้อม โดยรุ่นเก่าต้องเป็นพี่เลี้ยงให้คนรุ่นใหม่ทางวิธีคิด โดยจะต้องสร้างความเข้าใจในการเตรียมรับการบริหารจัดการใน ๓ ประตู
เชียงรายเป็นจุดยุทธศาสตร์ของประเทศ ในความเป็นจริงสามารถสู้ด้านเศรษฐกิจได้ ทั้งนี้รัฐบาลต้องพัฒนาให้เชียงรายสู้กับ ๓ ประเทศได้ มูลค่าการค้าระหว่างประเทศเขตชายแดน ๓ หมื่นกว่าล้าน แต่ในความเป็นจริงทะลุแสนกว่าล้าน
ประเทศไทยต้องทำให้เข้าสู่ระบบ โดยต้องมีการปราบคอรัปชั่น ไม่มีระบบปกครองเป็น ๒ มาตรฐาน โดยทั้งนี้จะต้องสร้างมาตรฐานใน ๓ ประเทศ เปลี่ยนระบบการค้าระหว่างประเทศ เน้นการพัฒนาธุรกิจเชิงวัฒนธรรมทั้งวิธีคิด ภาษา ที่ผสมสานระหว่างของเก่าและใหม่ อปท.พัฒนาเรื่องคุณภาพชีวิตใน ๔ มุมเมือง มีตลาดรองรับที่สอดคล้องกับวิธีชีวิต โดยต้องมีทุน มีตลาด มีประวัติศาสตร์ สร้างและพัฒนาคนโดยเชื่อมโยงกับทางสถาบันวิชาการ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ต้องทำงานร่วมกัน ศักยภาพเชียงรายเมื่อลงทุนทางธุรกิจแล้วต้องดูจุดเด่น คือ การค้าชายแดน การเกษตร ซึ่งต้องเน้นที่คุณภาพมากกว่าราคา
เชียงรายมี ๓ ประตูใหญ่ คือ เชียงราย เชียงราย เชียงของ มีระบบเศรษฐกิจหมุน๑แสนกว่าล้าน แต่คนเชียงรายได้รับเพียงไม่ต้องครึ่ง เชียงรายต้องพัฒนาข้าวที่เป็นของเชียงรายที่มีคุณภาพให้กลายเป็นสมบัติของคนเชียงรายเพื่อรองรับการค้าชายแดน เหล่านี้จะต้องมีระบบบริหารจัดการที่ดีไม่ใช้ให้กรุงเทพมาจัดการให้
คุณประนอม เชิมชัยภูมิ ประธานสภาองค์กรชุมชนเชียงราย ได้แสดงความเห็นในมุมมองภาคประชาชนว่า วิวัฒนาการของสังคมของประเทศไทยมีการพูดไว้ว่า “เจ๊กไล่ไทย ไทยไล่ลาว ลาวไล่เสื้อ” ซึ่งเป็นคำพูดของคนอีสาน ซึ่งเจ๊กหมายถึงคนที่ทำค้าขายเป็นกลุ่มคนรวย ส่วนไทยไม่สามารถสู้ได้ จึงเข้าไปบุกรุกทรัพยากรของคนลาวซึ่งรวมถึงคนล้านนา-คนอีสาน ส่งผลกระทบให้คนลาวเข้าไปบุกรุกทรัพยากรป่าไม้ต่อเป็นทอดๆ ซึ่งสัมพันธ์กันในสถานการณ์ปัจจุบัน
ปรากฏการณ์ที่สัมพันธ์กัน คือ เชียงรายจากเดิมเป็นพ่อค้าลำไย แต่ปัจจุบันถูกจีนครอบครองสินค้าลำไย และต่อมาเกิดภาวการณ์สูญเสียที่ดิน ซึ่งเกิดจากนโยบายไทยกับจีนแตกต่างกัน ในกรณีการเสียภาษีการค้าระหว่างประเทศ ต้องเสียค่าธรรมเนียม ในขณะที่ FTA เป็นเงื่อนไขข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลกลาง ไม่ใช่เงื่อนไขของรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งในทิศทางข้างหน้าเชียงรายสามารถบริหารจัดการเองได้หรือไม่จะต้องเตรียมพร้อม เช่น การเก็บภาษีล้อเลื่อน ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการได้
การท่องเที่ยว กรณีน้ำพุร้อนที่ อ.แม่สรวย ถูกเปลี่ยนเป็นธุรกิจส่วนตัว กรณีภูชีฟ้า คนในพื้นที่รักษาและอนุรักษ์ แต่ไม่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว กรณีดินทราย คนเชียงรายจะต้องซื้อจากนายทุนเพื่อใช้ประโยชน์ กรณีแหล่งทองที่บ้านห้วยหาร ชาวบ้านจะเข้าไปใช้ประโยชน์จะต้องลักลอบเข้าไปใช้
เหล่านี้ทรัพยากรของคนเชียงราย มีสถานะเป็นเพียงผู้รักษา แต่ถ้าเข้าไปใช้ประโยชน์กลายเป็นผู้บุกรุก เช่น กรณีชาวบ้านแม่สรวยต้องขึ้นศาล เนื่องถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุกพื้นที่ป่า
อ.นิคม บุญเสริม สถาบันราชภัฏเชียงราย ได้พูดถึงสถานการณ์การศึกษาของไทยว่า ด้วยความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจทำให้คนรวยมีเส้นห่างกว่าคนจนมาก ในด้านการศึกษาพบว่า ความสามารถในการคิดของนักเรียนอยู่ระดับ ๑๐% สามารถคิดผ่านได้ ๑๑% IQ ครึ่งหนึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน สามารถสอบผ่านได้และมีภาวะIQตกต่ำ มีการสำรวจโดยเอแบคโพล คนรุ่นใหม่ ๕๙.๙% คิดว่าการคอรัปชั่นเป็นเรื่องปกติ ซึ่งถือว่าอยู่ในภาวะอันตราย ความสามารถด้านการอ่านภาษาแม่ ประเทศเกาหลีสูงที่สุด ประเทศไทยติดอันดับท้ายๆอยู่ในกลุ่มที่ต่ำที่สุด ด้านคณิตศาสตร์ ประเทศจีนไต้หวันคำนวณได้สูงสุด ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มที่ต่ำที่สุด ด้านวิทยาศาสตร์ ประเทศฟินแลนด์อยู่อันดับที่หนึ่ง ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มที่ต่ำที่สุด ซึ่งทั้งหมดพบว่าสถานการณ์ศึกษาอยู่ในภาวะตกต่ำมากที่สุด คนเรียนมากแต่คุณภาพตกต่ำ โดยภาพรวมเมื่อเทียบกับภูมิภาคประเทศไทยอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำ คือ การสร้างคุณภาพ และประสิทธิภาพในด้านการศึกษา ไม่ใช่ปริมาณ
จากการอภิปรายและแลกเปลี่ยนกันอย่างเข้มข้น จึงทำให้ขบวนจังหวัดเชียงรายได้ข้อสรุปว่า การขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง โดยสภาองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงรายเป็นกลไกสำคัญทำหน้าที่ในการเชื่อมประสานกับองค์กรพันธมิตรอื่นๆ ทั้งภาคธุรกิจ ราชการ เอ็นจีโอ องค์กรชุมชน ฯลฯ ร่วมกับคนเชียงรายในการกำหนดธรรมนูญจังหวัด และจังหวัดปกครองตนเองในอนาคต
ขณะที่ด้านเศรษฐกิจ (กลุ่มเครือข่ายเศรษฐกิจเชียงราย) ได้ข้อสรุปว่า
1.มีการประชุม ๑ ครั้ง/เดือน ให้เกิดการหารือต่อทิศทางพัฒนาด้านเศรษฐกิจของจังหวัด (รวมพะเยา)
2.ใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นพื้นฐาน วิเคราะห์ศักยภาพ ๑๘ อำเภอ เพื่อดึงจุดเด่นของแต่ละพื้นที่ในการกำหนดพัฒนาและยกระดับเป็นสินค้าเศรษฐกิจ
3.ต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนต่อสิ่งที่จะพัฒนาร่วมกัน กำหนดพื้นที่จุดเด่นของ ๑๘ อำเภอ ออกแบบจุดกระจายและเชื่อมโยงภาคเกษตรกับการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรมภายในจังหวัด
4.กรณีพื้นที่บนดอย จะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตที่สัมพันธ์กับระบบนิเวศ สร้างการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
5.เชื่อมโยงจุดรอยต่อทางวัฒนธรรมการท่องเที่ยวแต่ละอำเภอ
6.รัฐบาลให้เชียงรายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งอยู่ในสถานภาพเป็นจังหวัดจัดการตนเอง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่คนเชียงรายต้องร่วมกันออกแบบ
7.คนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าต้องมีเวทีปรึกษาหารือถึงแนวทางการพัฒนาและใช้วัฒนธรรมเป็นพื้นที่ฐาน / ปรับตัว เตรียมความพร้อม และเพิ่มขีดความสามารถของคนเชียงรายให้เทียบเท่ากับประเทศเพื่อนบ้าน 




