playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

payao36

เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๗ จังหวัดพะเยา ร่วมด้วยสำนักงานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา และเครือข่ายสร้างบ้านแปงเมืองจังหวัดพะเยา ได้จัดเวที “ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างคุณค่าและสำนึกร่วมในการจัดการตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง” (เวทีระดับจังหวัด) ณ ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดพะเยา ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมือง จ.พะเยา โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เรืออากาศตรีสุวิชา แก้วมณี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และมีตัวแทนจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ศูนย์ครอบครัวชุมชน กรรมการหมู่บ้าน และแกนนำชุมชน จาก ๗๑ อปท. รวมทั้งสิ้น ๑,๐๐๐ คนเข้าร่วมการประชุม

             DSC 0020 resizeนางมุกดา อินต๊ะสาร ประธานเครือข่ายสร้างบ้านแปงเมืองจังหวัดพะเยา ได้กล่าวต้อนรับ โดยเห็นว่า ทุกคนที่มาในวันนี้ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนภาคประชาชน ประชาสังคม และตัวแทนของรัฐ ต่างเป็นบุคคลที่สำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาท้องถิ่นของจังหวัดพะเยา การมารวมตัวกันของ ๗๑ อปท. ในวันนี้เพื่อจะได้รับฟังกระแสการเปลี่ยนแปลงของประเทศและจุดประกายให้ทุกคนได้มาร่วมกันสร้างบ้านแปงเมืองพัฒนาบ้านเมืองของตนต่อไป

            นายสวัสดิ์ ชูสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา (พมจ.พะเยา) กล่าวรายงานต่อประธานว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อสร้างความร่วมมือของทุกกลุ่มทุกเครือข่ายในการจัดการแก้ไขปัญหาชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิต และพึ่งตนเองได้ รวมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมการทำงานของแกนนำ โดยการติดตามหนุนเสริมและสนับสนุนการทำงานในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อแลกเปลี่ยนวิธีการแก้ปัญหา เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นลุกขึ้นมาจัดการปัญหาของตนเองโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

DSC 0043 resizeเรืออากาศตรีสุวิชา แก้วมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้กล่าวเปิดงานโดยเห็นว่า จังหวัดพะเยาเป็นจังหวัดที่มีความร่วมมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่ายต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง มีทุนทางสังคมที่หลากหลาย ทั้งทุนทางทรัพยากร ทุนภูมิปัญญา ทุนทางวัฒนธรรม เป็นต้น ดังนั้น จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่มีเวทีเช่นนี้ ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันคิดค้นหาทางแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และขอให้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางการพัฒนา ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางสายกลางและไม่ประมาท

จากนั้น เป็นเวทีเสวนา “แนวคิดการสร้างคุณค่าและสำนึกร่วมในการจัดการตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาได้แก่ นายเทพ วงค์สุภา หัวหน้าฝ่ายอำนวยการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา นายเลือดไทย วงศ์ใหญ่ ท้องถิ่นจังหวัดพะเยา และจ่าจังหวัด นายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้า

นายเลือดไทย วงค์ใหญ่ ตัวแทนท้องถิ่น กล่าวว่า ในอดีตประเทศไทยมีคนกลุ่มหนึ่งที่มาออกกฎระเบียบ แนวทางการพัฒนา แต่ว่ากฎระเบียบเหล่านั้นกลับกีดขวางการพัฒนาของท้องถิ่น จนทำให้ชุมชนท้องถิ่นไม่สามารถจัดการตนเองได้ การที่จะแก้ปัญหานี้ได้จึงต้องให้ชุมชนจัดการตนเองให้ได้ ที่เรามาวันนี้เราก็จะต้องมาช่วยกันแลกเปลี่ยนความคิด เราต้องเปิดตัวเราเองก่อนว่าเรามีศักยภาพอย่างไร คนอื่นที่จะมาช่วยเป็นแค่แรงหนุนไม่ใช่แรงหลักที่จะมาทำ

จ่าจังหวัด นายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้า กล่าวว่า วันนี้คนเรายึดถือวัตถุเป็นใหญ่ ทำให้เกิดการชิงดีชิงเด่น ชีวิตคนมีแต่ความทุก์ ดังนั้น เสาเข็มของประเทศไทยนั้นควรเป็นศาสนา เพราะศาสนาสอนให้เราเอื้อประโยชน์พึ่งพาอาศัยกัน อยู่ดีกินดี แต่ถ้าคนอื่นอยู่ไม่ดีมีความทุกข์สังคมก็จะอยู่ไม่ได้ เพราะทุกส่วนมีความสัมพันธ์กัน ดังนั้นเราต้องเข้าใจหลักศาสนาแล้วเอามาปรับใช้

นายเทพ วงค์สุภา ตัวแทนหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ พมจ.พะเยา กล่าวว่า ปัจจัยที่จะทำให้ชุมขนสามารถจัดการตนเองได้มีอยู่ 3 อย่าง คือ หนึ่ง แกนนำเครือข่ายต้องทุ่มเทเอาจริงเอาจัง   เสียสละ สอง กระบวนการชุมชน ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ

  • ลงล่าง ต้องให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม
  • สร้างฐาน ต้องเข้าใจกระบวนการคิดของชุมชน สร้างจิตสำนึกของคนในชุมชน ให้ชุมชนเกิดความเข้าใจว่าทำไมต้องทำโครงการ ถ้าไม่ทำจะเกิดความเสียหายอย่างไร
  • สานข่าย หาคนที่จะมาช่วย หาผู้รู้แกนนำแต่ละเรื่อง เพื่อต่อยอดการทำงานไม่ต้องลองผิดลองถูก นอกจากนี้บางเครือข่าย เช่น หน่วยงานรัฐ ก็มีงบในการให้ความช่วยเหลือ
  • ใช้กระบวนการเรียนรู้มุ่งสู่ชุมชนเข้มแข็ง แต่ละภาคส่วนควรมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์ให้ถูกต้องและมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้การแก้ไขปัญหามีความรอบด้าน นำมาวางแผน ลงมือทำ และต้องมีการสรุปบทเรียน

และ สาม ต้องมีเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน เช่น จะทำเสร็จเมื่อไหร่ วัดอย่างไรถึงจะเรียกว่าสำเร็จ

 DSC 0004 resize

จากนั้น จึงเป็นเวทีเสวนาหัวข้อที่สอง “อู้จ๋าประสาคนพะเยา” เพื่อมาบอกเล่าแลกเปลี่ยนปัญหา และการทำงานของขบวนชุมชนพะเยา โดยมีวิทยากร ได้แก่ นายสมพล เมืองเฉลิม (ผู้ดำเนินรายการ) จากสนง.ภาคเหนือตอนบน พอช., ดร.ประพันธ์ เทียนวิหาร นายกเทศมนตรีตำบลแม่กา, นายมโนชญ์ เทศอินทร์ ศูนย์เรียนรู้เพื่อชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง, นายบาน บุญก๊ำ ผู้ใหญ่บ้านตำบลตุ่น, นางชิน ใจเย็น ผู้นำชุมชนในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินตำบลขุนควร

นายบาน บุญก้ำ กล่าวถึงหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงไว้ว่า ก่อนที่จะทำเศรษฐกิจพอเพียงต้องเริ่มจากการจัดการตนเองและครอบครัวก่อน แล้วขยายการทำไปสู่หมู่บ้าน อำเภอ จังหวัด แนวคิดที่สำคัญต้องเริ่มจากการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ อาทิเช่น ลดรายจ่ายโดยการปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก เพิ่มรายได้โดยสร้างการออมเงิน มีการจัดตั้งกลุ่ม เช่น กลุ่มสหกรณ์การเกษตรเพื่อรับซื้อผลผลิต สร้างอาชีพ เช่น การทำสุ่มไก่ เป็นต้น นอกจากนี้ต้องมีการช่วยกันดูแลทรัพยากร เช่น การปลูกป่า ปลูกไม้รวก โดย ผลจากการทำเศรษฐกิจพอเพียง คือ การมีรายได้เพิ่มขึ้น

นางชิน ใจเย็น กล่าวว่า ตำบลขุนควรอยู่ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ที่ผ่านมามีปัญหาในการทำข้าวโพดทำให้แหล่งอาหารในชุมชนลดลงและคนในชุมชนก็มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ทางชุมชนจึงได้หารือกับผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และได้งบสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนในการแก้ไขปัญหาที่ดิน โดยมีข้อตกลงกันว่าถ้าทำโฉนดชุมชนแล้วจะบุกรุกที่ดินในเขตป่าอนุรักษ์ต่อไปไม่ได้ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ มีที่ดินทำกินที่มั่นคง มีน้ำมาป่า มีแหล่งอาหารเพิ่ม มีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ขณะนี้หมู่บ้านทั้ง 12 แห่งมีป่าชุมชน ซึ่งเกิดจากข้อตกลงกันเองของชุมชน  

การดำเนินงานแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเริ่มจากการนำแผนที่เขตมาดูว่า พี่น้องชาวบ้านมีที่อยู่เท่าไหร่ มีการบุกรุกพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์เท่าไหร่ จากนั้นก็มีการเจรจาร่วมกันระหว่างชาวบ้านและหน่วยงาน นำมาสู่การจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินและการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร

นายมโนชญ์ เทศอินทร์ กล่าวว่า หลักความเชื่อที่สำคัญในการดำรงชีวิต ได้แก่ ฮีต (จารีตประเพณี) หลักศาสนา และหลักเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าทำตามหลักการ 3 อย่างนี้ได้จะนำไปสู่ความสุข 4 อย่างคือ สุขจากการมีทรัพย์ สุขจากการใช้จ่ายทรัพย์ สุขจากการไม่มีหนี้ และสุขจากการประกอบอาชีพสุจริต

การที่จะก้าวไปสู่เศรษฐกิจพอเพียงได้ ต้องมีหลักคิดเป็นของตนเอง สร้างอาหารเองได้ มีสุขภาพที่ดี สร้างพลังงาน สร้างการแปรรูป สร้างทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ เน้นการเรียนรู้ อนุรักษ์ภูมิปัญญา เรื่องการสร้างความมั่นคงทางจิตใจ สร้างสวัสดิการ (คำว่า “สวัสดิการ” ไม่ใช่การเน้นที่ตัวเงิน แต่เป็นสวัสดิการที่ไม่ใช่ตัวเงิน) และสร้างคนให้มีคุณภาพ

ดร.ประพันธ์ เทียนวิหาร กล่าวว่า เศรษฐกิจพอเพียงคือ การหาเงินแล้วรู้จักพอ การจัดการตนเองคือสิ่งที่พวกเราต้องคิดว่าเราจะพึ่งตัวเองได้อย่างไร ไม่ใช่การรอคอยความช่วยเหลือจากคนอื่น ความสุขไม่ใช่เกิดจากเงิน สิ่งที่สำคัญการพัฒนาต้องเน้นการมีส่วนร่วม เน้นการเอาภูมิปัญหาเป็นตัวตั้ง เช่น การเลี้ยงผีปู่ย่า การเลี้ยงผีต้นน้ำ ไม่ใช่แค่การเน้นเฉพาะน้ำไหลไฟสว่างเพียงอย่างเดียว

จากนั้น จึงได้มีการระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมทั้งหมดโดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ๑๓ กลุ่ม และได้ข้อสรุปในประเด็น “พะเยาจะเป็นอย่างไรในอนาคต” ว่า พะเยาจะเป็นชุมชนที่

  • เอาชุมชนเป็นตัวตั้งในการพัฒนาทั้งระบบคิด การปฏิบัติการ   ร่วมกันพัฒนาโดยเริ่มจากครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดการตนเอง โดยยึด คน ดิน น้ำ ป่าเป็นปัจจัยสำคัญให้พะเยาจัดการตนเอง
  • การพัฒนาจะต้องไม่ใช้เงินเป็นตัวตั้ง   ใช้แนวทางการเรียนรู้ ใช้ชุมชนเป็นผู้คิด ร่วมแลกเปลี่ยน บริหารจัดการภายใน รวมกลุ่มการทำเกษตรอินทรีย์ ขายโดยไม่ผ่านนายหน้า และในสถานการณ์ AEC ต้องร่วมมือ รวมกลุ่มในการขับเคลื่อน เป็นผู้กำหนดทิศทางการพัฒนาในทุกๆด้าน ได้แก่ เกษตร(ข้าวโพด ข้าว) ที่ดิน ฯลฯ
  • พะเยามากล้นคนดี   มีประสิทธิภาพ   คงไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ เรียนรู้ทั้งปี หลักสำคัญในการจัดการตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง คือ การเรียนรู้มีความสำคัญในการจัดการตนเอง เพื่อรู้จักตัวเอง รู้จักภายนอก เช่น AEC คืออะไร จะกระทบกับชุมชนอย่างไร สร้างองค์ความรู้เป็นนวัตกรรมใหม่ให้ได้   มีการสร้างการเรียนรู้การมีส่วนร่วม   อปท.ต้องมีบทบาทในการสร้างการเรียนรู้ให้กับชุมชน
  • เรียนรู้อดีตเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาข้างหน้า คนพะเยาต้องเรียนรู้จากแนวคิดของพ่อขุนงำเมือง   และสิ่งที่อยากเห็น คือ ชุมชนต้องมีการทำประชาคม จัดทำแผนพัฒนาชุมชนตำบล   โดยทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ออกแบบแผนที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม มีแผนพัฒนาทุกด้าน ทุกคนต้องเข้าร่วมในกระบวนการประชาคม ทำแผน ๑ ปี ๓ ปี และออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น เวทีประชาคมเป็นเรื่องสำคัญที่คนทุกคนต้องเข้าร่วมกำหนดทิศทางของตำบล

 

DSC 0059 resizeDSC 0048 resize

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter