playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรังแต่ก่อนเป็นป่าละเมาะปกคลุมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ต่อมามีประชาชนเข้าไปจับจองและเข้าไปอยู่อาศัยทำมาหากิน ตามป่าโดยการพึงพาธรรมชาติอย่างมีความสุข จนมีครัวเรือนขยายมากขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่า “ชุมชนป่าละเมาะ” ต่อมาได้เรียกชื่อผิดเพี้ยนเป็น “ละมอ” และได้ตั้งชื่อเป็นตำบลละมอมาจนถึงปัจจุบัน มี 10 หมู่บ้าน มีครัวเรือนหมู่บ้าน 

การตั้งถิ่นฐาน การดำรงชีวิตของคนละมอ เป็นการทำมาหากินที่อาศัยป่า สายน้ำลำคลองเป็นหลัก โดยไม่ได้มีการทำลายธรรมชาติแต่อย่างใด ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 ทางการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาปู่เขาย่า ชาวบ้านไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับประกาศ มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการตรวจสอบ จับคุม ดำเนินคดี ทำความเสียหายกับพืชผล ชาวบ้านถูกจำกัดสิทธิ/คุกคามสิทธิของชาวบ้าน จึงได้มีการต่อสู้ในการเรียกร้องสิทธิและความเป็นธรรมกลับคืนมา โดยการประท้วง เรียกร้อง 

 

ชาวบ้านจึงจัดตั้ง “กลุ่มรักษ์ป่า” เพื่อดูแลรักษาป่า มีคณะทำงาน 24 คน ดำเนินกิจกรรมกระตุ้นจิตสำนึกให้เกิดการหวนแหนธรรมชาติ เห็นประโยชน์และโทษที่เกิดขึ้นถ้าไม่มีป่า จนทางจังหวัดมีคำสั่งแต่งตั้งหมู่บ้าน “รักษ์ป่าต้นน้ำ” จัดให้มีการฝึกอบรมอาสาสมัครพิทักษ์ป่า จำนวน 31 คน ภายใต้ชื่อ “กลุ่มราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า” ได้ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จึงได้รับธงพระราชทาน เป็นธง “อาสาสมัครพิทักษ์ป่าเพื่อรักชีวิต” จากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้ออกกฎระเบียบการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์และกำหนดทิศ

lm1จากการประท้วงมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่หน้าทำเนียบรัฐบาล หรือ ศาลากลางจังหวัดก็ดี ทำให้ชาวบ้านได้รู้จักกับ พรบ.สภาองค์กรชุมชน และมีความคิดว่าน่าจะเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยพี่น้องในตำบลได้ จึงมีการเปิดเวทีพูดคุยกันหลายต่อหลายครั้ง เพื่อศึกษาข้อมูลใน พรบ.ร่วมกัน จึงได้จดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนโดยถูกต้องตามกฎหมายในปี พ.ศ. 2555 และได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลปัญหาร่วมของพี่น้อง (มาตรา 21) จนได้ข้อสรุปว่า ร้อยละ 70 ของคนตำบลละมอมีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินมีอยู่ 3 ประเภท คือ 1.พื้นที่ป่าสงวนฯ ในหมู่ที่ 1,3,4,8,9    2.พื้นที่สาธารณะในหมู่ที่ 2,5,6,7 และ 3. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าประกาศทับที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ในหมู่ที่ 1,2,5,6,7,8,10  โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ในการจัดเก็บจากฐานข้อมูลในการเก็บด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย (เครื่อง GPS) พร้อมลงพิกัดในแผนที่ระวาง สามารถได้ข้อมูลของชาวบ้านที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งแสดงอาณาเขตที่ดินของชาวบ้านในแต่ละราย ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการออกหนังสือรับรองข้อมูลที่ดินทำกินในที่ดินเดิมท้องที่องค์การบริหารส่วนตำบลละมอ จำนวน 87 ราย 94 แปลง 752 ไร่ โดยลงนามระหว่างประธานสภาองค์กรชุมชน (นายอุดม ว่องกี่) นายกองค์การบริหารส่วนตำบลละมอ (นายอาจินต์ ขาวขำ) และเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2556 จัดทำรายงานเสนอท้องถิ่น บรรจุวาระ

 

ปัจจุบัน สภาองค์กรชุมชนตำบลละมอได้มีการขับเคลื่อนงานต่อ เพื่อยกระดับงานในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินในระดับจังหวัด และสร้างฐานเรียนรู้หรือชุดความรู้แห่งความสำเร็จระดับชุมชน ให้กับตำบลที่มีปัญหาเรื่องที่ดินได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกินโดยชุมชนทั้งในจังหวัดตรังหรือภูมินิเวศน์เดียวกัน อย่างจังหวัดพัทลุง และนครศรีธรรมราช  และยังมีกิจกรรมที่จัดมาอย่างต่อเนื่องทุกปี คือ กิจกรรมการบวชป่า เป็นพิธีกรรมที่สะท้อนถึงการห่วงแหนธรรมชาติ และอนุรักษ์ ฟื้นฟูธรรมชาติให้อุดมสมบูรณ์อยู่คู่กับวิถีการดำเนินชีวิตของคนละมอ

ที่สำคัญสภาองค์กรชุมชนตำบลละมอไม่ได้ทำเรื่องที่ดินเพียงเรื่องเดียว ยังมีแผนงานที่ต้องทำต่อ อีก 5 เรื่อง คือ การจัดตั้งกองทุนที่ดิน ,การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ,การจัดการผังตำบล ,การแก้ไขปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย

จากสถานการณ์การปฏิรูปประเทศไทยจะเห็นได้ว่าสภาองค์กรชุมชนตำบลละมอไม่ได้นิ่งนอนใจ เรื่องการปฏิรูป แต่จะปฏิรูปอย่างไรโดยให้ชุมชนฐานรากลุกขึ้นมาแก้ปัญหาเป็นสำคัญ อย่างรูปธรรมที่ชาวบ้านตำบลละมอได้แสดงให้เห็นแล้วว่าชาวบ้านจากฐานรากได้ลุกขึ้นมาปฏิรูปเรื่องที่ดินด้วยตนเอง และยังใช้สภาฯ เป็นตัวเชื่อมโยงภาคีร่วมและภาคพัฒนา อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ต้องรอหน่วยงานภาครัฐเข้ามาจัดการ เพราะ “วิถีใดเหล่า จะรู้เท่าวิถีตนเอง” คือ ถ้าคนในพื้นที่ไม่รู้ปัญหาตนเอง แล้วจะให้ใครมารู้ปัญหา และแก้ไขปัญหาให้ นี้เป็นคนบอกเล่าของชาวละมอ ที่กำลังสะท้อนให้ทุกพื้นที่ลุกขึ้นมาจัดการตนเอง อย่างคนละมอจัดการที่ดิน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter