“คนพังงาส่วนใหญ่อาจไม่เคยรับรู้มาก่อนว่า พังงาเป็นจังหวัดที่มีความสุขมากที่สุดในประเทศไทยติดต่อกันสองปี คือ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ และ ๒๕๕๓”
จากรายงานสถานการณ์สุขภาพจิตคนไทย ปีพ.ศ.๒๕๕๑ และการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ตลอดปี พ.ศ.๒๕๕๒ - ๒๕๕๓ พบว่า ไม่ง่ายนักที่จะเดินไปสู่ความสุข จึงมีคำถามว่า ทำไมคนพังงาจึงมีความสุข และมีความสุขจริงหรือ และจากการสำรวจของเอแบคโพลล์ พ.ศ. ๒๕๕๔ สรุปว่า พังงาเป็นจังหวัดที่ประชาชนมีความสุขอันดับที่ ๓ รองจากจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดอุตรดิตถ์ “ตกลงความสุขของคนพังงาเริ่มลดลงแล้วจริงหรือ” ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๕๕ และ ปีพ.ศ.๒๕๕๖ จังหวัดพังงามีความสุขอยู่อันดับที่ ๓ รองจากจังหวัดบึงกาฬและจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ข้อมูลความเปลี่ยนแปลงบอกว่า คนพังงามีความสุขลดลง ดั้งนั้นคนพังงาควรทวงถาม และค้นหาความสุขที่แท้จริงจากคนพังงา นั่นคือ บทสรุปของขบวนประชาชนคนพังงากลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง
จากการพูดคุยจึงเกิด “พังงาแห่งความสุข” ซึ่งอาจเป็นวาทะกรรมใหม่ที่เกิดขึ้น จากวงเล็กๆ แต่ขยายวงไปสู่กลุ่ม องค์กรชุมชน องค์กรเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และหาฉันทามติร่วมกันในเวลาต่อมา แล้วกระบวนการจึงเริ่มขึ้นด้วยการ เอามติ ของทุกกลุ่ม ทุกเครือข่าย ทุกองค์กร ไปสู่การจัดเวทีประกาศเจตนาร่วมกันของคนพังงาที่ขับเคลื่อนสังคม “เดินหน้าพัฒนาสู่พังงาแห่งความสุข” ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากทุกภาคส่วน กว่า ๘๐๐ คน ในปี ๒๕๕๖ โดยการนำพื้นที่รูปธรรมแห่งความสุขจากเรื่องเล็กๆ ซึ่งเกี่ยวกับงานพัฒนาในพื้นที่ รวมถึงเศรษฐกิจของคนพังงา ที่ทำให้คนมีพังงามีความสุข โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เข้าร่วมฟังการนำเสนอทิศทางของคนพังงา จนผู้ว่าราชการพังงา รับเป็นนโยบายของจังหวัด และสนับสนุนงบประมาณ เพื่อค้นหาความสุขของคนพังงาทั้งจังหวัด คำถามจึงตามมามากมาย ว่า “จะทำอย่างไร จะเริ่มตรงไหน จะชวนใครมาร่วม จะทำกับใคร”
ภาคประชาชนในพังงา จึงสรุปบทเรียนร่วมกัน ว่า กระบวนการประชาชน
ประชาสังคม และภาคส่วนต่างๆของสังคมต้องทำความเข้าใจให้เป็นไปในทางที่สอดคล้องกัน จึงมีวงพูดคุยกันหลายรอบ และลงมือทำโดยการลงพื้นที่ตำบล เพื่อค้นหาทั้งปัจจัยที่ทำให้คนพังงามีความสุขและสิ่งที่ทำให้คนพังงาความสุขลดลง เช่นการพัฒนาที่ขาดการมีส่วนร่วมในทุกระดับ เรื่องการพนันวงเล็กวงน้อยในหลายหมู่บ้าน ที่มีเจ้าหน้าที่รัฐบางคนเข้าไปมีผลประโยชน์อยู่ด้วย
จากการพนันนี่เอง ที่เป็นต้นเหตุหลักๆ ที่ส่งผลต่อปัญหาสังคมอื่นๆ “มัวแต่เล่นไพ่กันนี่แหละจึงไม่มีเวลาดูแลลูกหลาน ทำให้ลูกหลานบางคนท้องก่อนวัยอันควร เยาวชนบางคนก็ไม่ได้กลับบ้านตามเวลา และไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด พ่อแม่บางคนหมดเงินเพราะการพนัน ทำให้เป็นหนี้ หนี้นอกระบบก็เข้ามาแทรกแซง หมวกกันน็อค จึงรุกคืบเข้ามาในหมู่บ้าน และบางรายถึงขั้นบ้านแตกสาแหรกขาด หนีหนี้ เพียงแค่ยกตัวอย่าง การพนันอย่างเดียวนะ มันเชื่อมโยงได้ขนาดนี้” ตัวแทนชาวบ้านลุกขึ้นเชื่อมโยงปัญหาให้เห็นเป็นรูปธรรม
“หวยหุ้นก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ที่คนพังงาส่วนใหญ่บอกว่าทำให้ความสุขลดลง” อีกคนเสริมขึ้นจากในวงสัมนาถึงสาเหตุที่ทำให้ความสุขคนในหมู่บ้าน ตำบลลดลง ในขณะที่บางคนเสนอทางแก้มาด้วย “ผมว่าทีวีเลิกการถ่ายทอดการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น เพราะนักเล่นหุ้นเขาคงมีช่องทางในการติดตาม แต่ชาวบ้านไม่จำเป็นต้องรู้ ถ้าเขาไม่รู้ไม่เห็นเขาก็จะขาดความเชื่อมั่นในการออกหวย คนซื้อหวยก็จะลดลงครึ่งหนึ่งทันที” ผู้แทนจากสภาองค์กรชุมชนตำบล ลุกขึ้นพูดอย่างกล้าหาญ
ทั้งหมดอาจเป็นปัญหาพื้นฐาน ที่หน่วยงานรัฐปล่อยปละละเลย ในการกำกับดูแล แต่ปัญหาหลักๆที่ทำให้ความสุขคนพังงาลดลง คือราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และไร้ทิศทางในการแก้ปัญหา ไม่เว้นแม้กระทั่งหน่วยงานที่มีหน้าที่และงบประมาณในการรับผิดขอบโดยตรง ต่างคนต่างทำตามแผนงานโครงการของตัวเอง โดยใช้แกนนำชุมชนเป็นองค์ประกอบในโครงการ หรือไม่มีโครงการก็ไม่ทำ แต่ปัญหาที่ดูเหมือนไกลตัวหากเป็นปัญหาใหญ่คือ หน่วยงานภาครัฐทำแผนและกิจกรรมพัฒนาโดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และขาดธรรมาภิบาลในการทำงาน
จากข้อเท็จจริงข้างต้น แกนนำทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนจึงรวมตัวภายใต้แนวคิดรัฐร่วมราษฎร์เพื่อกำหนดทิศทางให้การปฏิรูปในพื้นที่ “พังงาแห่งความสุข” เกิดการขับเคลื่อนและดำเนินการ ตามแผนงานร่วมกัน โดยในปี ๒๕๕๕ ได้เตรียมการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนและประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน จากนั้นปี ๒๕๕๖ ได้จัดเวทีพัฒนาเพื่อกำหนดเป้าหมายร่วมกัน โดยมีองค์กรชุมชน ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจนักวิชาการ และข้าราชการ โดยมีหน่วยงานพัฒนาจากภายนอกร่วมสนับสนุน และร่วมกำหนดแผนงานเพื่อลงพื้นที่ปฏิบัติการโดยผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานโดยสนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อน จัดเวทีในพื้นที่ปฏิบัติการระดับตำบล เพื่อศึกษาปัจจัยต้นทุน ข้อกังวลและข้อเสนอ ที่จะทำให้คนพังงามีความสุขเพิ่มขึ้นหรือลดลง กระทั่งมีข้อตกลงตำบลแห่งความสุข ๘ ตำบล และข้อตกลงร่วมระดับจังหวัดที่จะทำให้คนพังงามีความสุข จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
สำหรับปี ๒๕๕๗ จึงได้ร่วมกันสร้างรูปธรรมและธรรมนูญตำบลแห่งความสุข ใน ๘ ตำบล ในพื้นที่ ๘ ตำบลให้เกิดขึ้น ไม่น้อย กว่า ๑๐๐ รูปธรรม และขยายพื้นที่เรียนรู้ให้คลอบคลุมตำบลอื่นๆอีก ๑๖ ตำบล และจัดตั้ง “สภาพลเมืองพังงาแห่งความสุข” พร้อมทั้งประกาศยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข
จากนั้นก็จะขยายพื้นที่ปฏิบัติการเพิ่มขึ้น โดยในปี ๒๕๕๘ จะร่วมสร้างพังงาแห่งความสุข ๒๐๐ รูปธรรม ในอีก ๑๖ ตำบล และขยายพื้นที่ตำบลแห่งความสุขให้คลอบคลุมทั้งจังหวัด ๕๑ ตำบล ในปี ๒๕๕๙ พร้อมๆ กับการนำธรรมนูญตำบลทุกตำบลไปสู่การยกร่างธรรมนูญระดับจังหวัดต่อไป
โดยตั้งเป้าว่าในปี ๒๕๖๐ จะประกาศธรรมนูญพังงาแห่งความสุข
และเดินหน้าสู่จังหวัดพังงาปกครองตนเอง เพื่อสร้างความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน
ฉะนั้นการขับเคลื่อนของขบวนประชาชน ภาคีภาคเอกชน และภาคีภาครัฐ ในพังงา ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกระแสความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน แต่คนพังงาเดินหน้าเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาเพื่อลดความขัดแย้งในพื้นที่โดยเอา คนในชุมชน สังคม จังหวัด เป็นตัวตั้งเพื่อกำหนดการพัฒนาพังงาร่วมกัน โดยที่ทุกภาคส่วนได้ปรับเปลี่ยนบทบาทท่าทีและแนวทาง เพื่อตอบโจทย์คนพังงาทั้งจังหวัด




