เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2557 เครือข่ายประชาชนคนนครศรีธรรมราช โดย นายวัชระ เกตุชู ผู้ประสานงานเครือข่ายได้หารือร่วมกับคณะทำงานเครือข่าย เรื่อง การสร้างจิตสำนึกพลเมืองให้ตื่นรู้และเข้าใจเรื่องประชาธิปไตย และการปฏิรูปประเทศไทย โดยการจัดกิจกรรม “เดินสายฉายหนังตั้งวงคุย”
หลังจากที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน องค์การมหาชน(พอช.)ได้จัดประชุมเสวนา เรื่องปฏิรูปประเทศไทยโจทย์ท้าทายขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 6 – 7 มีนาคม 2557 ที่โรงแรมเคปาร์ค จ.สุราษฎร์ธานี โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีแกนนำจากกลุ่มองค์กรต่างๆเข้าร่มงานเสวนาในครั้งนี้ด้วย จากวันนั้น นายวัชระ เกตุชู ผู้ประสานงานเครือข่ายเครือข่ายประชาชนคนนครศรีธรรมราช ได้จัดประชุมหารือแกนนำเครือข่ายต่างๆ ของ จ.นครศรีธรรมราช เช่น เครือข่ายสวัสดิการชุมชน , เครือข่ายการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน , เครือข่ายสื่อชุมชน , สภาองค์กรชุมชน , เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมอื่นๆ เพื่อร่วมกันออกแบบการทำงานของ จ.นครศรีธรรมราช ก็มีข้อเสนอจากที่ประชุมหลายประเด็นที่น่าสนใจ
นายวัชระ เกตุชู ยังกล่าวต่อไปอีกว่า เรื่องการคิดแนวทางการปฏิรูป การรวบรวมข้อมูลของประเด็นต่างๆนั้น จังหวัดนครศรีธรรมราชทำมาก่อนหน้านี้แล้วดังนั้นไม่จำเป็นต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ใช้ฐานข้อมูลเดิมนำมาปรับปรุงเพิ่มเติมให้เป็นปัจจุบัน และการเติมเครือข่ายหรือการเติมเพื่อนเข้ามา เพื่อให้มีการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวโดยที่ไม่ต้องแยกกันทำ ซึ่งมีข้อเสนอและตกลงร่วมกันว่าจะใช้ชื่อ “คณะทำงานขับเคลื่อนสภาพลเมืองคนนคร” และสิ่งที่จะต้องทำตอนนี้คือ เพิ่มเพื่อน ขยายแนวคิด จัดกิจกรรมสร้างความตื่นรู้ให้กับประชาชนทั่วไปตามพื้นที่ต่างๆ กลุ่มไหนองค์กรได หรือจะเป็นภาคประชาสังคมไดๆที่จะไปจัดกิจกรรมก็ให้พูดถึง “สภาพลเมืองคนนคร” ตอนนี้มีกิจกรรมหลักอยู่กิจกรรมหนึ่งที่กำลังทำอยู่คือ “กิจกรรมเดินสายฉายหนังตั้งวงคุย” โดยที่ใช้หนังสารคดีที่เกี่ยวกับประชาธิปไตย ความสามัคคี หรือเรื่องที่เกี่ยวกับวิถีความเป็นไทย สร้างสรรค์สังคม
จากนั้นก็มีการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับหนังที่ดูไปเปรียบเทียบกับสังคมของเราในปัจจุบัน ทำมา 4 ครั้งแล้ว ส่วนใหญ่คนก็สนใจมากและจะทำไปเรื่อยๆ เพราะเชื่อมั่นเหลือเกินว่าในขณะที่สังคมกำลังเปราะบางเรื่องการเมืองกำลังร้อนแรงผู้คนกำลังแบ่งฝักแบ่งฝ่าย จะให้การปฏิรูปประเทศคิดจากข้างบนลงมาข้างล่างคงจะไม่ได้แน่นอน เราต้องมองจากสังคมเล็ก จากตัวเอง ,ครอบครัว . ชุมชน แล้วขยายไปในระดับใหญ่ตามลำดับ เพราะเรื่องจริงมันอยู่ที่พื้นที่ ถ้าไม่ตอบโจทย์ของพื้นที่ก็ไม่สามารถที่จะปฏิรูปประเทศได้ จะเป็นก็เพียงการเปลี่ยนฐานอำนาจแค่นั้น สุดท้ายก็กลับมาอยู่ในวังวนเดิมๆ
นายวัชระ เกตุชู กล่าวโดยการยกตัวอย่างเรื่องการศึกษาเพราะตัวเองได้ทำงานด้านการศึกษา สำหรับการศึกษาควรเป็นของคนทั้งสังคมมิใช่เป็นของระบบหนึ่งระบบใดถ้าหากจะปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริงควรจะเริ่มที่การศึกษา ซึ่งควรจะทำให้การศึกษาเป็นไปเพื่อสังคมอย่างแท้จริง และการศึกษาควรมุ่งสร้างให้คนมีความภาคภูมิใจในตัวเอง สร้างความสมดุลระหว่างกายและใจ สร้างความรู้ที่เป็นของพื้นที่เอง และทั้งหมดนั้นไม่ใช่เกิดจากการเรียน แต่เกิดด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นประชาธิปไตย หมายถึงการมีโอกาสให้ได้ตั้งคำถาม มีโอกาสให้ผู้เรียนได้หาความรู้ ให้โอกาสผู้เรียนได้เสนอความรู้ และสร้างวัฒนธรรมการฟังอย่างตั้งใจ ที่ผ่านมาโรงเรียนไม่เคยมีกระบวนการเหล่านี้ โรงเรียนใช้อำนาจนิยมมาโดยตลอดตั้งแต่เรื่องจัดการกับร่างกายของผู้เรียนผ่านคำว่าระเบียบวินัย โรงเรียนเผด็จการทางด้านความรู้หรือผูกขาดความรู้ผ่านตำราเรียนและครูผู้สอนทั้งที่โลกเปลี่ยนไปแล้ว ความรู้ไม่เป็นหนึ่งเดียวอีกแล้ว เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องลิดรอนความเป็นประชาธิปไตย เสียงสะท้อนจากนักเรียนโรงเรียนหนึ่งว่าในโรงเรียนไม่มีประชาธิปไตย แล้วสังคมใหญ่มีประชาธิปไตยแล้วหรือ? มันสะท้อนได้ว่าสังคมใหญ่มีประชาธิปไตยหรือ?
“มันสะท้อนได้ว่าสังคมไทยไม่เคยเป็นประชาธิปไตย และจะมีความขัดแย้งมากขึ้นถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยน เพราะอำนาจควบคุมสื่อไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดอีกแล้ว มันจึงเป็นความขัดแย้งของมโนทัศน์ร่วมของสังคมไทยระหว่างความจริงกับอุคมการณ์เช่นอุดมการณ์ชาติบอกว่าประเทศไทยปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ในโรงเรียนเป็นเผด็จการ หรือเราต้องการปฏิรูปประเทศแต่กรอบการปฏิรูปมาจากข้างบน สำหรับกลุ่มผมในนามชุมชนวิถีไท จึงตั้งโจทย์ว่าจะสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไร? นั้นคือสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นกับพี่น้อง และอีกด้านหนึ่งก็สร้างการศึกษาพึ่งตน นั้นคือบ้านเรียน (Home School) โรงเรียนชุมชนที่ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่นำไปสู่การสร้างความรู้ได้ด้วยตัวเอง”




