
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2557 ณ ห้องประชุมเกาะทองหลาง ชั้น 3 ศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร นายขจรศักดิ์ ละอองเทพ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดการประชุม ประสานนโยบายด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศระดับจังหวัด ครั้งที่ 7 ภายใต้โครงการ “เสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนชายฝั่งเพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ” ดำเนินการโดยมูลนิธิรักษ์ไทย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนภาครัฐ และกรมต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและชายฝั่งทะเล สถาบันการศึกษา และองค์กรชุมชน ร่วมแลกเปลี่ยนการสนับสนุนเชิงนโยบายและแผนของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
นายประสาร สถานสถิตย์ ผู้จัดการโครงการ มูลนิธิรักษ์ไทย ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์และรายงานการนำเสนอกระบวนการทำงานและผลสำเร็จของโครงการ ว่า “โครงการนี้อยากให้ประชากรและชุมชนที่อาศัยตามแนวชายฝั่งทะเลในประเทศไทย มีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้นสามารถรับมือกับผลกระทบเชิงลบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และดำเนินกิจกรรมอย่างมีส่วนร่วมด้านชุมชนปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงภัยและภัยพิบัติต่างๆ บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล รวมทั้งการประสานนโบบายและพัฒนาภาคีความร่วมมือภาคส่วนต่างๆ ในการศึกษาวิเคราะห์ขีดความสามารถและความเปราะบางในพื้นที่ร่วม โดยเริ่มโครงการเมื่อกุมภาพันธ์ 2554 ถึง มกราคม 2557 ในพื้นที่ดำเนินงาน 4 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช กระบี่ และ ตรัง แต่ละครั้งจะไปประชุมในพื้นที่เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ ได้เห็นการทำงานที่แท้จริงของชุมชน เมื่อใกล้จบสิ้นโครงการจึงได้สรุปรวบรวมข้อมูลทั้งหมดด้านสิ่งแวดล้อมและข้อมูลชายฝั่งทะเลเพื่อส่งต่อให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดและภาคส่วนต่างๆ บรรจุอยู่แผนงานในระดับจังหวัด และเมื่อจบโครงการแล้วอยากเห็นการทำงานของชุมชนมีความต่อเนื่องและยั่งยืนได้ โดยให้ชุมชนที่อยู่ในโครงการทั้งหมดร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาต่อเนื่องและยั่งยืนโดยชุมชนเอง”
“ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ทำโครงการมีการรายงานผลการทำงานและประชุมต่อเนื่อง สำหรับจังหวัดชุมพร มี 8 หมู่บ้าน ใน 2 อำเภอได้แก่ อ.ปะทิว มี ต.บางสน (หมู่ 1 บ้านดอนมะยม หมู่ 2 บ้านหน้าทับ) ต.ชุม โค (หมู่ 1 บ้านแหลมแท่น หมู่ 6 บ้านบ่อเมา) อ.สวี มี ต.ปากแพรก (หมู่ 1 บ้านร่าง) ต.ด่านสวี (หมู่ 1 บ้านท้องตมใหญ่ หมู่ 2 บ้านท้องโตนด หมู่ 3 บ้านบ่อคา) มีการประสานงานหลายภาคีระดับจังหวัดชุมพร ได้แก่ จากภาครัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ป่าไม้ ประมง ศูนย์วิจัยชายทะเล ศูนย์อนุรักษ์ชายทะเล สถานีป่าชายเลน กำนันผู้ใหญ่บ้าน อบจ. อบต. จากองค์กรชุมชน สมาคมเพื่อนสิ่งแวดล้อม ปะทิวรักษ์ถิ่น สมาคมประชาสังคมจังหวัดชุมพร สมัชชาสุขภาพจังหวัดชุมพร จากสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตชุมพร สถาบันฯ ลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพร โรงเรียนปะทิววิทยา และโรงเรียนด่านสวีวิทยาคม”
ก่อนปิดการประชุม แกนนำชุมชนชายฝั่งทะเลชุมพรได้นำเสนอผลการดำเนินงานโครงการด้านการปรับตัวของชุมชนและแผนต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืนที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคี เช่นการทำบ้านปลา (ต.ชุมโค) ที่จัดสร้างโดยชุมชนร่วมรับผิดชอบในฐานะที่ชุมชนเป็นเจ้าของบ้านปลาเป็นมากกว่าแหล่งทำการประมงเป็นแหล่งสร้างอาชีพและรายได้เสริมเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำ ตกปลาเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ และการวิจัย
การฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน (ต.บางสน อ.ปะทิว) ขับเคลื่อนโดยชมรมคนรักษ์อ่าวปะทิว จัดทำเวทีเชื่อมพื้นที่อนุรักษ์ ทำเส้นทางการศึกษาระบบนิเวศชายฝั่ง วางกรอบกติกาชุมชนในการทิ้งแนวเขตในอ่าวบางสน การฟื้นฟูป่าชายเลนโดยการปักเขื่อนไม้ไผ่ เพื่อความมั่นคงด้านถิ่นฐานที่อยู่อาศัย ช่วยลดความรุนแรงของคลื่นในช่วงฤดูมรสุม ลดการกัดเซาะชายฝั่ง
กิจกรรมการ “บวชทะเลท้องตมใหญ่รักษาร้อยล้านชีวิต” (อ.สวี) ซึ่งจัดมาแล้ว 5 ปี เป็นการประกาศเป็นเขตอนุรักษ์และสงวนไว้เป็นพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำ ห้ามทำการประมงทุกชนิดในทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี เป็นประกาศของชุมชนเองและประกาศให้พื้นที่ข้างเคียงรับทราบ โดยปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายน บ้านท้องตม ได้รับการขนานนามจากมูลนิธิไซเตส ว่าเป็นหนึ่งเดียวในไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ม้าน้ำอยู่คู่กับชุมชน ทางชุมชนจึงได้ร่วมกันทำธนาคารม้าน้ำ และทำบ้านปลา รวมทั้งทางชุมชนร่วมกันทำกฎกติกาชุมชนและประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ม้าน้ำและกัลปังหา เพื่อความยั่งยืนต่อไป
ภาพและข่าว: สุคนธ์ทิพย์ จันสน
ผู้สื่อข่าวชุมชน จ.ชุมพร




