playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

17 6-3

ภายใต้แนวคิดพึ่งพาตนเอง ไม่หวังพึ่งพาสถาบันการเงินที่ต้องนำทรัพย์สินไปจำนองจึงจะได้เงินมาลงทุน ร่วมกันคิดร่วมกันนำเสนอจากเรื่องเล็กๆ จนกระทั่ง 13 ปีผ่านไป  กลายเป็นกองทุนการเงินที่มั่นคงอย่างที่ใครก็คิดไม่ถึง มีเงินทุนร่วม 40 ล้านบาท

กลุ่มออมทรัพย์บ้านศรีทอง ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย ช่วงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 102-103 ตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี  กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่เริ่มต้นมาจาก ศูนย์ เมื่อ 20 พฤษภาคม 2544 นับเนื่องถึงปัจจุบัน 13 ปีเต็มที่กองทุนการเงินแห่งนี้ยืนหยัดต่อสู้ด้วยขาของตนเอง ปราศจากเงินกู้จากสถาบันการเงินแหล่งใดเพื่อมาเสริมสภาพคล่อง  ไม่มีคำปรึกษาและหนุนเสริมจากส่วนราชการ ตลอดระยะเวลา 13 ปี กองทุนไม่รู้จักอุปสรรคและปัญหาไม่ว่าด้านใดๆ นี่คือการจัดการตนเองที่เป็นรูปธรรมที่แท้จริง

17 6-1พี่ทัน จ้องใหม่ ประธานคณะกรรมการเล่าให้ฟังว่า กลุ่มออมทรัพย์แห่งนี้เริ่มจากการปรึกษาหารือจากคนไม่กี่คน โดยการตั้งสมมุติฐานว่า หากเรามีทุนโดยไม่เป็นหนี้ การลงทุนก็ไม่ต้องกังวลเรื่องขาดทุน “เราประชุมวันแรกหลังจากคุยกลุ่มย่อยกันมาหลายครั้งเพื่อระดมทุน สมาชิกจำนวน 98 คน เก็บค่าหุ้นเพียงคนละ 100 บาท ได้เงินก้อนแรก 9,800 บาท นำเงินเหล่านั้น มาปล่อยกู้ ในสมาชิกที่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน ตอนแรกก็แอบคิดเหมือนกันว่าไม่รู้จะไปได้สักกี่วัน “ พี่ทันบอก

ในส่วนการบริหารจัดการนั้น พี่ทันบอกว่า มีการแบ่งหน้าที่เหมือนกับกองทุนทั่วไป ตั้งแต่มีการประชุมคัดเลือกประธาน ซึ่งตนเองได้รับเลือกให้เป็นประธานมาโดยตลอด บางครั้งก็อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นแทนแต่ก็มีการแสดงฉันทามติให้ตนรักษาตำแหน่งนี้เรื่อยมามา จนปีนี้ย่างเข้าปีที่ 13 นอกจากนั้น มีการเลือกตำแหน่งเลขานุการ เหรัญญิก ประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสินเชื่อ มีการกำหนดกติกาในการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกปีเพื่อความเหมาะสม ที่สำคัญคือ ทุกตำแหน่งต้องรับผิดชอบในหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทุกเดือนจะมีการประชุมประจำเดือนเพื่อทำกิจกรรม เช่นปล่อยเงินกู้ รับชำระหนี้ ทุกคนต้องมีการเซ็นชื่อเข้าทำงานในตำแหน่ง หากใครมาช้ากว่า 08.30 น. ประธานจะขีดเส้นแดงทันทีเพื่อเป็นการเช็คว่าในรอบหนึ่งปีใครบ้างที่ไม่ค่อยรับผิดชอบหรือไม่ตรงต่อเวลา เพราะเป็นเรื่องที่กองทุนเคร่งครัดมาก “ตั้งแต่เราปล่อยกู้มาตลอดระยะเวลา 13 ปี เราไม่มีหนี้เสียเลยครับ แม้ว่าบางคนอาจส่งล้าช้าไปบ้างแต่ก็สามารถเก็บเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยได้ครบทุกราย” พี่ทันคุยต่อ

นายสุริยัน  เกิดนคร เหรัญญิกของกองทุน บอกกับทีมงานว่า เรื่องการลงทุน นอกจากการปล่อยกู้ให้ลูกค้าแล้ว เราได้นำเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนสร้างเต้นท์บริการให้เช่า ซึ่งจะมีทั้งเครื่องครัว โต๊ะ เก้าอี้พร้อมบริการครบชุด ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี มีงานตลอดไม่ได้ขาด อีกอย่างค่าบริการของเราก็คิดถูกเพราะเรามีจุดประสงค์บริการพี่น้องประชาชนเป็นหลักมากกว่าการค้าหากำไร และถ้าเป็นสมาชิกกลุ่มเราจะให้ราคาพิเศษ

17 6-4กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่เราภูมิใจคือ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2555 ทางคณะกรรมการได้ร่วมปรึกษาหารือกันมีมติให้เปิดบริการรับซื้อน้ำยางสด เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่มีอาชีพในการทำสวนยาง  เราต้องนำยางทั้งยางแผ่น น้ำยางสดไปขายกับพ่อค้าคนกลางที่ชาวบ้านค่อนข้างเสียเปรียบมาก เพราะพ่อค้าเป็นคนกำหนดราคาซื้อขาย เราไม่มีอำนาจต่อรองเลย การที่เรานำน้ำยางสดมารวมกันแล้วจัดการขายรวมกัน เราจะมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ตอนนี้ปีกว่าแล้วที่เรารับซื้อน้ำยางสด กิจการเราไปได้ดี เพราะสมาชิกเราส่วนใหญ่มีสวนยางทุกคน เมื่อมาขายกับเรา เรามีเงินปันผลให้มีใครบ้างไม่ชอบ

“เราลงทุนกิจกรรมการรับซื้อน้ำยางสด จำนวน 9 แสนบาท รับซื้อทั้งของสมาชิกและคนทั่วไป ตอนนี้เรื่องนี้ไปได้สวยทีเดียว และอนาคตอันใกล้ เราจะขยับทำโรงรมยางเอง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มค่ายางที่รับซื้อมาได้อีกระดับหนึ่ง คงไม่นานจะได้เห็นครับ” นายสุริยันกล่าว

นายประการ นุรักษ์ภักดี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลีและยังเป็นแกนนำกลุ่มคนหนึ่ง ขยายความในเรื่องการลงทุนในอนาคตว่า คณะทำงานวางแผนการไว้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวในการขยายการลงทุนในด้านอื่น ในระยะสั้นตอนนี้กำลังมองหาที่ดินสักแปลงเพื่อลงทุนปลูกยางพาราเป็นของกลุ่มเพื่อทำการผลิตยางให้ครบวงจร แต่ติดปัญหาในเรื่องการจัดการเรื่องที่ดินอยู่ กำลังหาวิธีการที่เหมาะอยู่แต่คาดว่า คงไม่นานเราจะมีแปลงยางพาราเป็นของกองทุน อาจจะปลูกใหม่ หรือว่าจะเป็นแปลงยางที่เปิดกรีดแล้ว อันนี้อยู่ที่โอกาส

17 6-2สำหรับเรื่องการเปิดลานรับซื้อปาล์มจากสมาชิกนั้นยังเป็นแนวคิดอยู่เพราะการบริหารจัดการค่อนข้างยาก เพราะต้องมีการคัดเกรดปาล์ม หากไม่ชำนาญจะเสี่ยงต่อการขาดทุนและยุ่งยากเรื่องอุปกรณ์ ตั้งแต่สร้างตาชั่ง ต้องมีรถบรรทุก และการลงทุนในเรื่องอื่นๆก็มีการคิดกันต่อไป ที่สำคัญคือเราจะพยายามลงทุนในเรื่องที่เสี่ยงให้น้อยที่สุด

นี่คือพื้นที่รูปธรรมของการจัดการตนเองอย่างแท้จริง ที่น่าจะนำมาเป็นกรณีศึกษา และเรียนรู้ ทั้งในเรื่องแนวคิด การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยไม่ร้องขอจากใคร จากแนวคิด “ชุมชนเราเป็นเรื่องของเรา เราต้องจัดการกันเอง และรับผลประโยชน์ร่วมกันเอง”

 

 

รายงาน : นายธรรมนูญ  นาคขำ

ผู้สื่อข่าวชุมชน จ.สุราษฎร์ธานี

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter