playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

4law23April5703วันนิ้ ( ๒๓ เมษายน ๒๕๕๗)เวลา ๐๙.๓๐น. เครือข่ายองค์กรประชาชน ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วย สภาเกษตรกรแห่งชาติ , สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ, สภาองค์กรชุมชน, คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ , เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ, เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย, เครือข่ายนักศึกษาเพื่อสิทธิชุมชน และองค์กรภาคีสนับสนุน ได้ร่วมกันแถลงเจตนารมณ์ร่วมผลักดันกฎหมายที่ดิน ๔ ฉบับเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยขึ้น ณ ห้องประชุมโรงแรมศิรินาถท์ การ์เด้น อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งทางเครือข่ายองค์กรประชาชน ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ ได้มีการจัด “เวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายเพื่อการปฏิรูปที่ดินและทรัพยากร ๔ ฉบับ ภาคเหนือ” ในวันที่ ๒๒-๒๓ เมษายน ๒๕๕๗ ณ โรงแรมศิรินาถ การ์เด้น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

            4law23April5702ในการสัมมนามีการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และร่วมกันพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง ๔ ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีอัตราก้าวหน้า, ร่าง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน , ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร และร่าง พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม มีความเห็นพ้องร่วมกันว่า กฎหมายทั้ง ๔ ฉบับ คือ หัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย จึงขอประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการผลักดันกฎหมาย ๔ ฉบับ ดังนี้

๑)       กฎหมาย ๔ ฉบับนี้ จะเป็นรูปธรรมสำคัญของการปฏิรูปความเป็นธรรมในประเทศไทย โดยการกระจายการถือครองที่ดินและทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านที่ดินและทรัพยากรในสังคมไทย

จากปัญหาด้านการจัดการที่ดินและทรัพยากรในสังคมไทยที่กำลังวิกฤติรุนแรง ทั้งปัญหาการกระจุกตัวของการถือครองที่ดิน ซึ่งปรากฎข้อเท็จจริงว่า ประชากร ๑ ใน ๔ ของประเทศ หรือ ๑๕ ล้านคน ที่มีโอกาสครอบครองที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งในจำนวนนี้มีเพียง ๕% ของผู้ถือครองหรือประมาณ ๓ ล้านคนที่ครอบครองที่ดินถึง ๘๐% ของที่ดินทั้งหมดที่มีเอกสารสิทธิ์ ขณะที่ประชากรจำนวน ๔๕ ล้านคน (๓ ใน ๔ ของประเทศ) ไม่สามารถเข้าถึงที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ เนื่องจากที่ดินถูกทำให้เป็นสินค้า เกิดการผูกขาดเก็งกำไร ถูกกักตุนและปล่อยทิ้งรกร้าง ส่งผลให้เกษตรกรผู้ยากไร้และคนจนไม่สามารถเข้าถึงที่ดินได้ จึงเป็นการผลักดันให้ผู้ยากไร้ และคนด้อยโอกาสต้องเข้าไปอยู่อาศัยในที่ดินของรัฐและเอกชนอย่างผิดกฎหมาย ทำให้ถูกจับกุมและดำเนินคดี ซึ่งคนจนเหล่านั้นยังขาดความรู้เรื่องกฎหมาย เรื่องสิทธิของตนและมักตกเป็นเหยื่อในการถูกเอารัดเอาเปรียบหลอกลวง หรือละเมิดสิทธิจากคนที่มีสถานภาพเหนือกว่า ที่ผ่านมาพบว่ามีการดำเนินคดีกับคนจนในกรณีดังกล่าวถึงจำนวน ๖,๗๐๐ คดีต่อปี เฉลี่ย ๒๐ รายต่อวัน ในจำนวนผู้ต้องขัง ๒.๔ แสนคน จำนวน ๕๐,๐๐๐ คน ที่ต้องถูกขังอยู่ในเรือนจำ ซึ่งในกระบวนการยุติธรรม คนยากจนยังขาดความความรู้และเทคนิค และค่าใช้จ่ายในกระบวนการยุติธรรม ในการต่อสู้คดีเพื่อนำไปสู่ความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม4law23april5701

กฎหมายทั้ง ๔ ฉบับ จึงเป็นกลไกและเครื่องมือที่สำคัญในการนำไปสู่การแก้ปัญหา กล่าวคือ

พ.ร.บ.อัตราภาษีก้าวหน้า เป็นกฎหมายที่ทำให้เกิดการแบ่งปันและกระจายความมั่นคั่งจากผู้ถือครองที่ดินจำนวนมาก ไปสู่คนยากจนและผู้ด้อยโอกาสให้

พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน ทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนให้เกษตรกรและคนยากจนได้มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย โดยให้เกษตรกรหรือคนยากจนกู้ยืมเพื่อซื้อที่ดิน ไถ่ถอน ที่ดิน ปรับปรุงพัฒนาที่ดิน รวมถึงการจัดหาที่ดินโดยการจัดซื้อ การเวนคืนที่ดินที่มีสภาพเหมาะสมกับเกษตรกรรม ฯลฯ

พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร เป็นกฎหมายที่ส่งเสริมและเปิดโอกาสการมีส่วนร่วมและกระจายอำนาจการจัดการทรัพยากรที่เคยรวมศูนย์ ผูกขาดอยู่ที่หน่วยงานภาครัฐมาสู่ชุมชนท้องถิ่นส่งเสริมสำนึกร่วมอันจะนำไปสู่ความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ในการช่วยเหลือ เยียวยา และสนับสนุนด้านการเงิน แก่ผู้ยากไร้ จำเลย และผู้เสียหาย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เช่น ค่าประกันตัว ค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล ค่าเดินทาง และอื่น ๆ เพื่อให้การพิจารณาช่วยเหลือเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

 

๒)       หลักการและแนวทางของกฎหมาย ๔ ฉบับนี้ สอดคล้องและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ว่าด้วยสิทธิชุมชน ในการจัดการทรัพยากรแห่งชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (ม.๖๖ ม. ๖๗) การกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ๘๕ (๒) และแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐว่าด้วยการถึงกระบวนการยุติธรรม การผลักดันขับเคลื่อนกฎหมาย ๔ ฉบับ จึงเป็นการแปลงสาระหลักการตามรัฐธรรมนูญ ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ดังนั้นเครือข่ายองค์กรประชาชน ๑๗ ภาคเหนือ จึงมีฉันทามติและขอประกาศเจตนารมณ์ ในการขับเคลื่อนผลักดันกฎหมาย ๔ ฉบับนี้ โดยการใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเข้าชื่อเสนอกฎหมายภายใต้ยุทธศาสตร์ “ร้อยคนเริ่ม หมื่นคนสู้ แสนคนรู้ ล้านคนร่วม” และขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมขับเคลื่อนผลักดันกฎหมาย ๔ ฉบับ ร่วมกันต่อไป

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter