เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2557 ขบวนองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร และสำนักงานภาคกรุงเทพและปริมณฑล สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดสัมมนา “สวัสดิการชุมชนเข้มแข็ง เพื่อนำไปสู่มหานครแห่งโอกาสของทุกคน” ขึ้น ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ชั้น 1 พอช. มีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน ประกอบด้วยตัวแทนขบวนองค์กรชุมชน ใน 37 เขตที่เป็นพื้นที่เข้มข้น รวมทั้งขบวนองค์กชุมชนบ้านมั่นคง สวัสดิการชุมชน เศรษฐกิจชุมชน ฯ ที่ขับคลื่อนงานโดยยึดชุมชนเป็นแกนหลักจึงทำให้เกิดคณะกรรมการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชน รวมถึงภาคีพัฒนาทั้ง สสว. สปสช. พอช. สำนักพัฒนาสังคม เป็นต้น
ในการนี้นายแมน เจิรญวัลย์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบึงกุ่ม รองประธานภากรุงเทพมหานครคนที่ ๑ และผู้อำนวยการเขตบึ่งกุ่ม ได้เข้าร่วมรับฟังการสัมมนาพร้อมทั้งผู้แทนจากเขตต่างๆรวม 37 เขต ซึ่งได้กล่าวถึงแนวทางการทำงานสภากรุงเทพมหานคร และแนวทางการดำเนินที่เกี่ยวข้องกับงานสวัสดิการชุมชน หลังจากนั้นนายราชพฤกษ์ สิงห์พรหม ตัวแทนเขตพระโขนง ได้กล่าวรายงานผลการดำเนินงานการจัดสวัสดิการชุมชน กรุงเทพมหานครที่ผ่านมา รวมถึงได้มีการแบ่งกลุ่มตามเขตโซนเพื่อระดมความเห็นในการกำหนดเป้าหมาย ทิศทางการทำงานของขบวนสวัสดิการชุมชนกรุงเทพมหานคร ซึ่งข้อเสนอที่ได้ขบวนองค์กรชุมชนได้มอบให้กับดร.ผุสดี ตามไท รองผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อที่นำไปพิจารณาและดำเนินการตามขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดกรุงเทพมหานครได้เสนอ
ดร.ผุสดี ตามไท รองผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการทำงานของท่านผู้ว่าราชการฯและขบวนองค์กรชุมชนมีทิศทางไปในทางเดียวกัน ตามนโยบายของกรุงเทพมหานคร อยากเห็นกรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ เป็นมหานครแห่งเมืองสีเขียว เป็นมหานครแห่งความปลอดภัย เป็นมหานครแห่งอาเซียน เป็นมหานครแห่งความสุข และเป็นมหานครแห่งโอกาสของทุกคน และอยากให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถอยู่ในกรุงเทพมหานครได้อย่างมีความสุขและอยู่รอดปลอดภัย สิ่งสำคัญจะต้องทำงานด้วยความเข้าใจและจะมีกลไกการทำงานอย่างไร ถึงจะให้พี่น้องสามารถที่จะมีที่อยู่ได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกไล่รื้อ ฉะนั้น “เราต้องคิดด้วยกัน ทำด้วยกัน และเข้าใจตรงกัน ในการสร้างความเข้มแข้งของชุมชน”
และข้อเสนอต่างๆที่ทางขบวนองค์กรชุมชนได้มอบให้ซึ่งเป็นผลที่เกิดจากการสัมมนาในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ต้องรีบไปดำเนินการต่อ โดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการฯได้ให้ความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างกว้างขวาง เพียงแต่เราต้องสร้างการมีส่วนร่วมแบบมีอารยธรรม ซึ่งหมายถึงเมื่อเกิดความไม่เข้าใจก็อย่าได้ด่าทอซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำให้เป็นการทอนกำลังใจของทุกฝ่าย ต้องช่วยกันดึงพลังส่วนดี มีจิตอาสาที่ดีที่อยู่ในหัวใจอย่างเต็มเปี่ยมมาทำงานให้เกิดคุณค่า และให้คิดว่า “ชีวิตฉัน ฉันต้องดูแลรวมทั้งดูแลคนที่อยู่รอบข้างของเราด้วย” เพราะถ้าคนรอบข้างเดือดร้อนก็จะทำให้เราเดือดร้อนไปด้วย และเชื่อว่าคนที่อยู่ที่นี่ห้องสัมมนานี้สามารถทำได้แน่นอน
ก. ข้อเสนอเกี่ยวกับการสร้างกลไก คณะทำงานร่วมทุกระดับ ท่านผู้ว่าราชการฯได้มีการวางกลไกการทำงานไว้ในเบื้องต้นตามนโยบาย ทั้งระดับเขตและผู้อำนวยการเขตก็ร่วมกับทำงานอย่าเต็มที่ และสามารถเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนทุกท่าน และสนับสนุนสิ่งต่างๆที่ประชาชนอยากให้สนับสนุน เพียงให้แจ้งมายังกรุงเทพมหานคร
ข. ข้อเสนอให้มีการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วย เรื่องการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน หรือระเบียบอื่น ๆ ทางกรุงเทพมหานคร ได้นำเสนอข้อบัญญัติเข้าในแผนการพิจารณาของสภากรุงเทพมหานครแล้ว เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ
ค. ข้อเสนอให้กรุงเทพมหานครประกาศวาระประชาชน เรื่องสวัสดิการชุมชนและตั้งงบประมาณสนับสนุน เพื่อการพัฒนาตามนโยบายมหานครแห่งโอกาส ของทุกคน ระหว่างปี 2558 – 2560 ในส่วนข้อเสนอเรื่องนี้อยากให้ทุกท่านรอท่านผู้ว่าราชการฯมาร่วมรับประกาศที่เป็นวาระประชาชนเพราะท่านอาจจะมีแนวคิดที่สามารถใช้เป็นแนวทางการทำงานและขับเคลื่อนเรื่องสวัสดิการชุมชนที่ดีให้กับเราได้
ง. ข้อเสนอเกี่ยวกับสนับสนุนศูนย์ประสานงานสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ของเขต อาจจะต้องอธิบายให้เห็นเป็นรูปธรรมความต้องการว่าเป็นอย่างไร
ดังนั้น ในข้อเสนอต่างๆที่ขบวนองค์กรชุมชนได้นำเสนอให้กับกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหาครยินดีรับไว้และค่อยๆดำเนินการตามขั้นตอนสิ่งทำได้ก่อนก็เริ่มทำ สิ่งใดที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินก็ให้ค่อยๆดำเนินการกันไป เพียงแต่การสนับสนุนบางพื้นที่อาจจะต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเพื่อให้สามารถสนับสนุนได้ตรงกับเป้าหมายที่ต้องการ
และสิ่งที่กรุงเทพมหานครสามารถดำเนินการได้เลย คือ เรื่องการให้ความรู้เรื่องต่างๆ เช่นความรู้เกี่ยวกับการแก้หนึ้ การอยู่อย่างพอเพียงตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
สุดท้าย เมื่อเราเริ่มต้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตจากการมีกองทุนสวัสดิการชุมชนแล้ว จึงอยากให้ต่อยอดไปสู่เรื่องอื่นๆ ที่ช่วยให้เราดูแลตัวเองในวิถีชีวิตเบื้องต้น รวมไปถึงต้องมีการบริหารจัดการเรื่องเงินให้เป็น เท่านี้ก็สามารถจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อยู่ในสังคมเมืองอย่างกรุงเทพมหานคร ที่เราเรียกว่า เป็นเมืองแห่งโอกาสของทุกคนได้
ผลการระดมความคิดเห็นขบวนสวัสดิการชุมชนกรุงเทพมหานคร
เป้าหมายทิศทางการทำงานของขบวนสวัสดิการชุมชนของกรุงเทพมหานคร
1)สร้างให้องค์กรสวัสดิการชุมชนเข้มแข็ง สามารถสร้างระบบช่วยเหลือเกื้อกูลการพึ่งตนเอง สร้างประกันความมั่นคงของคนในชุมชน บนพื้นฐานศาสนา ภูมิปัญญา วัฒนธรรมท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมเพื่อนำไปสู่มหานครแห่งโอกาสของทุนคน
2)สร้างพื้นที่การทำงานร่วม ระหว่างขบวนสวัสดิการชุมชนกับกรุงเทพมหานคร ขบวนสวัสดิการชุมชนกับชุมชนที่เป็นทางการของกรุงเทพมหานคร
3)สร้างคุณภาพขององค์กรสวัสดิการชุมชนให้สามารถมีระบบการจัดสวัสดิการที่หลากหลาย ขยายฐานสมาชิกให้ครอบคลุมมีระบบการบริหารจัดที่โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ สมาชิกมีอุดมการณ์ในการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน องค์กรสวัสดิการชุมชนสามารถเชื่อมโยงกับชุมชนที่เป็นทางการของกรุงเทพมหานครและสามารถยกระดับสู่ประเด็นงานพัฒนาอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับชีวิต มีจำนวนกรรมการที่เหมาะสมและทำงานเสียสละเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สมาชิก รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสมาชิก
4)ขยายฐานสมาชิกให้ครอบคลุมประชากรในชุมชนในเขตกรุงเทพมหานคร และขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมทุกเขต
5)สร้างพื้นที่รูปธรรมความสำเร็จ และถอดองค์ความรู้เพื่อการขยายผล
กลไกการขับเคลื่อนและกำหนดบทบาทการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนในระดับเขต ระดับโซน ระดับจังหวัด
1)สร้างกลไกการทำงานของภาคชุมชน ตั้งแต่ในระดับกองทุน (เขต) คณะทำงานในระดับโซน และคณะทำงานระดับกรุงเทพมหานคร เพื่อเชื่อมโยงและสนับสนุนขบวนขององค์กรชุมชนร่วมกัน
2)สร้างกลไกการทำงานร่วมระหว่างขบวนสวัสดิการชุมชนกับกรุงเทพมหานครและชุมชนที่เป็นทางการของกรุงเทพมหานคร งานประเด็นอื่นและภาคีอในระดับเขต ระดับโซน ระดับกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกลไกสนับสนุนการดำเนินงานของชุมชน
3)มีระบบกองเลขาขบวนองค์กรชุมชน และกองเลขาร่วมเพื่อบริหารจัดการ
แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนงานในปี 2557 – 2558
1)ทำแผนการขยายฐานสมาชิกในปี 2557 ร้อยละ 5 และร้อยละ 10 ในปี 2558 ของ ประชากรในชุมชนในเขตกรุงเทพมหานคร และขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมทุกเขตภายในปี 2557
2)ทำแผนการพัฒนาคุณภาพองค์กร ในเรื่องการบริหารการจัดการ การสร้างระบบของกองทุนสวัสดิการชุมชน
3)ทำแผนยุทธศาสตร์ “สวัสดิการชุมชน สวัสดิการของคนกรุงเทพทั่วหน้า” ปี 2560 เพื่อ นำไปสู่นโยบาย “มหานครแห่งโอกาสของทุกคน”
4)ทำแผนการขับเคลื่อนงานในระดับเขต
ข้อสนับสนุนเชิงนโยบายแก่คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร
1)สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมจัดการ
2) ก. ระดับเขต ให้ผอ.เขตเป็นประธานคณะทำงาน
ข. ระดับโซน ให้รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร หรือที่ปรึกษากรุงเทพมหานคร เป็นประธานคณะทำงาน
ค. ระดับจังหวัดหรือระดับกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานให้มีเลขานุการร่วมระหว่างกรุงเทพมหานครกับภาคประชาชนทุกระดับ
3)ให้มีการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วย เรื่องการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน หรือระเบียบอื่น ๆ เพื่อให้การบริหารงานงบประมาณเพื่อการพัฒนาสังคมอย่างยืดหยุ่น และมีส่วนร่วมสามารถกระจายให้กลุ่มสังคม ชุมชน ร่วมจัดการและเกิดผลลัพธ์ที่วัดได้อย่างเป็นรูปธรรม
4)ให้กรุงเทพมหานครประกาศวาระประชาชน เรื่องสวัสดิการชุมชนและตั้งงบประมาณสนับสนุน เพื่อการพัฒนาตามนโยบายมหานครแห่งโอกาส ของทุกคน ระหว่างปี 2558 – 2560
5)สนับสนุนศูนย์ประสานงานสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ของเขต




