playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

16 1-5

        เมื่อวันที  ๑๒-๑๓ พฤษภาคม  ๒๕๕๗  ที่โรงแรมนิภาการ์เด้น  อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี   คณะกรรมการสนับสนุนสวัสดิการชุมชนภาคใต้ ร่วมกับ คณะทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชนระดับชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือพอช. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น   จัดสัมมนา “ ทำความเข้าใจแนวทางการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนภาคใต้ โดยมีนายวัชรินทร์ ทองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดการสัมมนา และมีผู้นำสวัสดิการชุมชนภาคใต้  ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายแก้ว สังข์ชู รักษาการประธานคณะกรรมการพอช.ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันฯ เข้าร่วมกว่า ๖๐๐ คน

          นายเอกลักษณ์ จันทร์อุดม  ตัวแทนคณะกรรมการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนภาคใต้กล่าวถึง เป้าหมายของการสัมมนาว่า ต้องการทำความเข้าใจในแนวทางการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนภาคใต้  ที่เป็นความเห็นร่วมกันของผู้นำสวัสดิการชุมชนทั้ง ๑๔ จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยสนับสนุนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด                

16 1-9          นายวัชรินทร์  ทองสกุล  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นประธานเปิดการสัมมนาฯกล่าวว่า สวัสดิการชุมชน เป็นการดำเนินการของภาคประชาชน ที่ทำหน้าที่อุดช่องโหว่ของรัฐบาลที่ไม่สามารถจัดสวัสดิการ ให้ครอบคลุมคนในชุมชนทุกประเภทได้  งานสวัสดิการชุมชนจึงเดินมาถูกทางแล้ว

 

 

 

 

16 1-8         ในขณะที่นายภูมิบุญญ์ แช่มช้อย  หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น  ได้แสดงปาฐกถา “สวัสดิการชุมชนสู่สังคมสวัสดิการ”  โดยมีความเห็นว่า         ในเรื่องการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน ที่เป็นบทบาทของท้องถิ่นนั้น     มีช่องทางในการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจใน 2 ช่องทางหลัก คือ 1  อาศัยมติคณะรัฐมนตรีที่รัฐบาลมีนโยบายสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน  ซึ่งท้องถิ่นสามารถตั้งงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนได้  แต่ไม่ควรเกิน 365 บาท/คน/ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับศักยภาพของท้องถิ่น ซึ่งประกอบด้วย อบต.เทศบาล อบจ.เทศบาล,กรุงเทพ, เมืองพัทยา  สามารถจัดการได้ในการใช้งบประมาณและต้องมีความโปร่งใส ปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์ กติกาของส่วนราชการนั้นๆ   โดยเมื่อมีการสมทบแล้วให้มีการติดตามรายงานผล ต่อผู้บริหารและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สู่สาธารณะ

         และ 2   การสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนโครงการหรือกิจกรรม   ซึ่งมีรายละเอียดวิธีการอุดหนุนจากส่วนราชการ ซึ่งองค์กรภาคประชาชนต้องมีแผน โดยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการทำแผน/งบประมาณ ระบุว่าการใช้เงินงบประมาณต้องมาจากแผน และนำแผนงานไปตั้งงบประมาณ เพราะฉะนั้นองค์กรชุมชนต้องทำแผนงานให้ครอบคลุมสู่แผนชุมชน เพื่อนำเข้าสู่แผนท้องถิ่น ในการทำแผนพัฒนานั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่น ทั้งนี้ความเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชนนั้น ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีการดำเนินการมามากกว่า 1 ปี รวมถึงการรับรององค์กรเพื่อนำเข้าช่องเงินสมทบดังกล่าว

         รายละเอียดทั้ง 2 ช่องทางนับเป็นกระบวนการอย่างง่าย และมีความหวัง   ในอันที่จะสนับสนุนสวัสดิการชุมชน  เพราะสวัสดิการชุมชนคือการดูแลชุมชนอย่างใกล้ชิดที่สุด และเป็นที่พึ่งพาของประชาชนที่ใกล้ชิดที่สุด

16 1-3 ด้านนายพลากร วงค์กองแก้ว  ผู้อำนวยการพอช. ซึ่งได้ร่วม เสวนา  “ กองทุนสวัสดิการชุมชน จะร่วมสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย “กล่าวว่า ปัจจุบันมี กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล จำนวน ๕,๕๐๐ ตำบล มีเงินกองทุนรวม ๖,๐๐๐ ล้านบาท และมีสมาชิกกว่า ๔ ล้านคน ซึ่งมีเงินทุนจากสมาชิกกองทุนมากกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท ขณะที่เงินสมทบจากรัฐมีเพียง ๒.๔ พันล้านบาท ดังนั้น ชาวบ้านต้องตระหนักถึงความเป็นเจ้าของกองทุนและร่วมกันพัฒนากองทุนให้มีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปฎิรูปประเทศ ชุมชนควรเตรียมการผลักดันเป็นข้อเสนอในระดับนโยบายด้วย

        นายสมชาย  เหนียวแน่น  ผู้แทนชุมชนจากกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลเมืองป่าตอง จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลป่าตอง เกิดขึ้นจากการรวมตัวของชาวบ้านโดยมีสมทบจาก ๔ ขาคือ ชาวบ้าน รัฐบาล และเทศบาล สมทบใน อัตราที่เท่ากัน นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจต่างๆ ที่มีจิตสาธารณะร่วมกันสมทบเงินเข้ากองทุนทำให้มีงบประมาณมากพอที่จะดูแลสมาชิก หรือคนด้อยโอกาสในป่าตองได้มากขึ้น ดังนั้น หากมีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นปกครองตนเองและจัดสรรภาษีที่เก็บได้ร้อยละ ๗๐ ไว้ที่ท้องถิ่นก็จะทำให้คนในท้องถิ่นสามารถดูแลคนในท้องถิ่นได้อย่างเพียงพอ

         นายวิทัศน์ เตชะบุญ  ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   กล่าวว่าสร้างความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นเรื่องสำคัญ  โดยการขยายฐานสมาชิกให้ครอบคลุมพื้นที่ และงานสวัสดิการชุมชนที่เข้มแข็งจะเป็นรากฐานของสังคมสวัสดิการ  สำหรับแนวทางข้างหน้าในการพัฒนาสวัสดิการชุมชน ควรดำเนินการในเรื่องสำคัญ ๕ เรื่องคือ  ๑. ขบวนสวัสดิการต้องสร้างระบบคิดในการสร้างหลักประกันของชุมชนท้องถิ่นว่า  เราทำได้ ทำได้ดี และทำได้บทั่วถึง ๒. ขบวนการขับเคลื่อนต้องทำร่วมในลักษณะหุ้นส่วนงานพัฒนากับชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่น  ตั้งแต่ตำบล/จังหวัด ระดับชาติ ๓. ให้ระบบสวัสดิการเป็นยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาล   โดยแผนปฏิบัติการต้องมาจากภาคประชาชน ซึ่งเป็นทิศทางที่ต้องผลักดันร่วมกัน ๔. วิธีงบประมาณที่ไม่เอื้อต่อการสนับสนุนต้องสร้างความเข้มข้นของรูปธรรมในมิติที่หลากหลายเพื่อบอกทิศทาง ๕. ต่อระเบียบกฎหมาย ไม่เอื้อต่อการสนับสนุนสวัสดิการชุมชน ต้องร่วมกันผลักดันอย่างจริงจัง

แนวทางการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนภาคใต้

16 1-6        นายแก้ว สังข์ชู รักษาการประธานคณะกรรมการพอช. ได้สรุปแนวทางการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนภาคใต้  ที่เป็นความเห็นของที่ประชุมกลุ่มย่อย ๑๔ จังหวัดว่าทิศทางสำคัญข้างหน้าคือการยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนสู่สังคมสวัสดิการ  โดยต้องจัดเวทีให้ความรู้ความเข้าใจ เรื่องสังคมสวัสดิการร่วมกันในระดับพื้นที่ทั้งตำบลและจังหวัด  ที่มีองค์ประกอบของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่กรรมการ สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน  กลุ่ม เครือข่ายองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ และหน่วยงานที่สนับสนุนเรื่องสวัสดิการชุมชน/สวัสดิการสังคม  ซึ่งทุกจังหวัดต้องดำเนินการพื้นที่นำร่องสวัสดิการสังคมอย่างน้อย ๑ ตำบล

       ในด้านแนวทางการสร้างความร่วมมือ กับท้องถิ่นและจังหวัด ทั้งเรื่องสวัสดิการชุมชนและสวัสดิการสังคมนั้น  ให้ทุกตำบล/จังหวัดจัดทำแผนพัฒนาสวัสดิการชุมชนและสวัสดิการสังคมในตำบลจังหวัดที่มีความพร้อม  และดำเนินการจดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์อย่างถูกต้อง  เพื่อเสนอแผนสวัสดิการชุมชน/สังคม ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเทศบาล  ต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัด และเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดให้อยู่ในยุทธศาสตร์จังหวัด

16 1-7         สำหรับการพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรสวัสดิการชุมชน  ทุกตำบลและจังหวัดต้องมีแผนการเพิ่มสมาชิกให้คลอบคลุมประชากรในพื้นที่อย่างน้อย ๑๐ % เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาสวัสดิการชุมชนในปี ๒๕๕๗-๒๕๖๑ ที่จะให้มีสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนทั้งประเทศอย่างน้อย ๑๐ ล้านคน ซึงปัจจุบันมีสมาชิกทั้งประเทศกว่า ๔ ล้านคน

        ในด้านทิศทางการปฏิรูปและการเสนอเชิงนโยบายผู้เข้าร่วมสัมมนา ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการผลักดันให้มีพรบ.สวัสดิการชุมชน

              ทั้งนี้ใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนแล้ว  ๑,๐๗๕  กองทุน  (ตำบล/เทศบาล) จากพื้นที่ทั้งหมด ๑,๑๗๖ ตำบล/เทศบาล  มีสมาชิกกว่า ๘๔๗,๓๒๐    คน เงินกองทุนรวม ๑,๔๙๓.๘๒  ล้านบาท โดยเป็นออมของสมาชิก  ๙๗๒ ล้านบาท เงินสมทบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๔๕ ล้านบาท  เงินสมทบจากรัฐบาล ๔๑๕.๘๖ ล้านบาท  ที่ผ่านมามีการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกแล้ว ๑๖๕,๙๐๗ คน  เป็นเงินรวม ๒๔๙.๔๖  ล้านบาท  โดยสวัสดิการชุมชนที่มีการจ่ายมากที่สุดคือสวัสดิการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ เป็นวงเงิน ๗๘ ล้านบาท  รองลงมาสวัสดิการกรณีเสียชีวิตเป็นเงิน ๖๖.๙ ล้านบาท  และสวัสดิการการรักษาพยาบาล   เป็นเงิน ๓๗.๗๕ ล้านบาท            

 

 

 

  

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter