playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

16 2-3

       จังหวัดสงขลา  มีความโดดเด่นในเรื่องงานพัฒนาด้านองค์กรการเงินและสวัสดิการชุมชน มายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ  โดยเฉพาะการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนจากการลดรายจ่ายวันละบาท ตามอุดมการณ์เพื่อการพัฒนาคนจากแนวคิดของครูชบ ยอดแก้ว  ครูสวัสดิการที่จากไปแล้วแต่งานสวัสดิการชุมชนตามแนวคิดลดรายจ่ายวันละบาท ได้แบ่งบานและงดงามด้วยรูปธรรม 140 กองทุนในจ.สงขลา  และอีกหลายพันกองทุนที่ดำเนินการในลักษณะใกล้เคียงกันนี้ในพื้นที่

16 2-1        โมกขศักดิ์  ยอดแก้ว เลขานุการสมาคมเครือข่ายสวัสดิการภาคประชนชน จ.สงขลา  เปิดเผยว่า หลังจากพ่อเสียชีวิต มีคนท้าทายว่าสวัสดิการชุมชนในจ.สงขลาคงอยู่ได้ไม่นาน  ตอนนี้พ่อจากไปครบ 1 ปีแล้ว และโมกขศักดิ์ ยืนยันว่าแม้ไม่มีพ่อ (ครูชบ ยอดแก้ว)   แต่กองทุนยังอยู่ได้  แม้บางครั้งต้องผ่านอุปสรรคและความยากลำบากบ้าง  แต่เขายังคงศรัทธาและเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของพ่อ  ซึ่งได้ทุ่มเทกับเรื่องการออมและสวัสดิการมากว่า 36 ปี 

         โมกขศักดิ์ ระบุว่าอุดมการณ์สวัสดิการชุมชนของครูชบ ยอดแก้ว คือการพัฒนาคน  โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิด “สังคมดี คนมีความสุข” แต่การไปสู่เป้าหมายนั้นต้องมีเครื่องมือ  และสำหรับเครื่องเพื่อการพัฒนาคนที่ว่านี้สำหรับขบวนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสงขลา นั้นมีอยู่สามเรื่องที่ครูชบ ยอดแก้วได้วางรากฐานไว้คือ 1.แนวคิดเรื่องการลดรายจ่ายวันละบาทเพื่อพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล  2.กองทุนสวัสดิการชุมชนในจ.สงขลา 140  ตำบล 3.สมาคมเครือข่ายสวัสดิการภาคประชาชนจ.สงขลา  ทั้งนี้การส่งเสริมการออมและการพัฒนาคนแบบครบวงจรชีวิตนั้น ครูชบได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2522 ด้วยการส่งเสริมการออมให้กับเด็ก และการออมเพื่อการพัฒนาแบบครบวงจรชีวิตในปี 2524

           และสำหรับแนวคิดลดรายจ่ายวันละบาท เพื่อจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนนั้น ครูชบได้เดินสายปลุกความคิดกับเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศ  ก่อนดำเนินจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ตำบลน้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อ  1 เมษายน 2547   ตอนนั้นมีสมาชิกเพียง  594 คน  และตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมาก็เริ่มมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล ภายใต้แนวคิดลดรายจ่ายวันละบาทในหลายพื้นที่  จนกระทั่งในวันที่ 2 สิงหาคม  2552   ได้มีการประชุมเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับประเทศที่ จ.สงขลา  วาระสำคัญในขณะนั้นคือการเสนอให้รัฐบาลมีนโยบายสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน  ครูชบเป็นแกนนำสำคัญคนหนึ่ง  ที่ได้ร่วมสื่อสารสร้างความเข้าใจกับรัฐบาลในขณะนั้น  ร่วมกับเครือข่ายสวัสดิการชุมชนทุกภาค  จนส่งผลให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๖   ในอัตรา  1 ต่อ1 คือสมทบเงินให้สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนคนละ  365 บาท/คน/ปี


           สำหรับพื้นที่จังหวัดสงขลา  งานสวัสดิการชุมชนที่ดำเนินการมาเป็นเวลา ๑๐ ปี  ส่งผลให้เกิดกองทุนสวัสดิการชุมชน 140 กองทุน  เต็มพื้นที่ตำบลและเทศบาลที่มีอยู่ในจังหวัด  รวมสมาชิกกองทุน 272,828 คน   มีเงินออมรวมของสมาชิกก่อนหักค่าจ่ายสวัสดิการเป็นวงเงินกว่า 500 ล้านบาทในจำนวนดังกล่าว มีการจ่ายสวัสดิการให้สมาชิกไปแล้วกว่า 240 ล้านบาท เงินคงเหลือในส่วนเงินออมของสมาชิก 260 ล้านบาท  ในด้านเงินสมทบจากรัฐบาลนั้น  โมกขศักดิ์ เล่าว่าได้รับการสมทบมารวม 225 ล้านบาท  มีการจ่ายสวัสดิการให้ชุมชนจากเงินที่ได้จากรัฐบาลผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือพอช. เป็นวงเงิน 80 ล้านบาท คงเหลือเงินในส่วนที่ได้รับสมทบจากรัฐ 134 ล้านบาท  และเมื่อรวมเงินคงเหลือจากเงินออมของสมาชิกและที่ได้รับการสมทบจากรัฐ ทำให้มีเงินกองทุนคงเหลือโดยรวมทั้ง 140 กองทุนในจังหวัด รวม 394 ล้านบาท

        ตามคำบอกเล่าของโมกขศักดิ์   จึงเห็นความเติบโตของอุดมการณ์และความฝันของครูสวัสดิการชุมชน รวมทั้งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากกองทุนสวัสดิการชุมชน ในหลายเรื่องที่ควรแก่การเรียนรู้ดังนี้

การส่งเสริมกองทุนสวัสดิการภัยพิบัติระดับตำบล

        มีการส่งเสริมการเตรียมพร้อมของชุมชนในการรับมือกับภัยพิบัติ  โดยการส่งเสริมจัดตั้งกองทุนแก้ปัญหาภัยพิบัติในระดับตำบล  ภายใต้แนวคิดสัจจะทำบุญปีละ 100 บาท ปัจจุบันมีทั้งหมด 41 กองทุน สมาชิก 6,000 คน  ไว้ช่วยเหลือสมาชิกยามมีภัยที่ไม่ต้องนั่งรออบต.หรือหน่วยงานอย่างเดียว

การส่งเสริมกองทุนสวัสดิการผู้นำ

16 2-4       เนื่องจากมีผู้นำชุมชนเป็นจำนวนมาก ที่เสียสละปัญญา เวลา เพื่องานของส่วนรวม  ภายใต้แนวคิดสัจจะลดรายจ่ายเดือนละ 100 บาท จึงดำเนินการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการผู้นำ  เพื่อไม่ให้กองทุนสวัสดิการชุมชนมาแบกรับภาระในด้านนี้    จึงได้จัดตั้งกองทุนและเปิดรับสมาชิก  ในช่วงแรกมีสมาชิก 315 คน ปัจจุบันมีสมาชิก 15,000 คน มีเงินเข้ากองทุนเดือนละ 1.5 ล้านบาท มีเงินกองทุนสวัสดิการผู้นำก่อนหักค่าใช้จ่ายสวัสดิการในส่วนนี้ วงเงิน 40 ล้านบาท โดยจัดสวัสดิการใน 4 ประเภทคือ เกิด เจ็บ บำนาญ สวัสดิการคนทำงาน และการเสียชีวิต  ที่ผ่านมามีการจ่ายสวัสดิการแล้วกว่า 18 ล้านบาท

ส่งเสริมจัดตั้งกองทุนพัฒนาคน

         ภายใต้แนวคิดทำบุญปีละ 100 บาท  เพื่อกองทุนพัฒนาคน โดย

เปิดกว้างสำหรับทุกคนในจังหวัดสงขลา  เชิญชวนทุกคนทำบุญปีละ 100 บาท   ปัจจุบันมีเงินทุนตั้งต้นจากครูชบและการทอดผาป่าวงเงิน 300,000 บาท

ตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน 700,000 คน

        เพื่อความยั่งยืนของกองทุน  เครือข่ายสวัสดิการชุมชนจ.สงขลา จึงตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกกองทุนทั้งจังหวัดให้ได้ครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งจังหวัด  ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 1.4 ล้านคน ให้เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ 700,000 คน  ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 270,000 คน

        การส่งเสริมสวัสดิการชุมชน ในจ.สงขลา ตามอุดมการณ์ของครูชบ ยอดแก้ว  จึงเป็นการวางรากฐานในจัดการตนเองในรูปแบบหนึ่ง  ที่มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคน และใช้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือ ส่งผลโดยตรงต่อการจัดสวัสดิการและดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนทั้ง 140 ตำบล  รวมทั้งมีคุณูปการต่อการเรียนรู้ของขบวนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ รวมทั้งนักวิชาการ และหน่วยงานพัฒนาทั้งภาครัฐและเอกชน  ซึ่งปัจจุบันมีการจดทะเบียนเป็นสมาคมสวัสดิการภาคประชาชนจ.สงขลา และมีการประชุมคณะกรรมการและสมาชิกทุกวันที่ 16 ของเดือน โดยสมาชิกต้องจ่ายค่าสมัครคนละ 1 บาท ได้เป็นสมาชิกตลอดชีพ  และเงินบำรุงเพื่อการบริหารจัดการของสมาคม  ในการพัฒนาคนและบริการสมาชิกคนละ 12 บาท/ปี

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter