นายกอบจ.ยืนยันสนับสนุนเต็มที่อยากให้เมืองนนท์เป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีของคนทุกระดับ ยอมรับปัญหาสิ่งแวดล้อมแก้ยาก แต่แก้ได้พร้อมรับฟังปัญหาของทุกพื้นที่
เมื่อวันที่ 3มิถุนายน. 2557 พ.ต.อ.ดร. ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.) เป็นประธานโครงการ ทสม.รักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) เข้าร่วมกิจกรรม 300 คน ในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการจากกิจกรรมรักษาแม่น้ำ 6 ลำคลอง และกิจกรรมธนาคารจุลินทรีย์ชีวีเป็นสุขทั้ง 40 แห่ง มีการเสวนาจัดประชุมย่อยเพื่อกำหนดบทบาทของทสม.
นายก อบจ.ได้กล่าวถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายหรือทิศทางของเครือข่ายทสม.ว่า“ปัญหาสิ่งแวดล้อมส่วนมากเกิดจากความเห็นแก่ตัวของหมู่บ้านจัดสรร การใช้สารเคมีในการซักล้างทำให้เกิดผลกระทบอย่างต่อเนื่อง บางคนซื้อบ้านริมคลองตอนน้ำใส ตอนนี้อยากจะย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น เพราะน้ำเน่า ถ้าทุกครัวเรือนเป็นสมาชิกทสม.หรือเข้ามามีส่วนร่วม จะทำให้สิ่งแวดล้อมดียิ่งขึ้น การรณรงค์ให้ใช้สารอินทรีย์ที่ผ่านมายังไม่ชัดเจน ต่อไปจะต้องเข้มข้น มีการประชุมระดับอำเภอทุก ๆ เดือน เครื่องมือตรวจคุณภาพน้ำจะต้องมีทุกพื้นที่ มีการตรวจโรงงานต่าง ๆ หากใครพบปัญหาให้แจ้งมายังประธานระดับอำเภอ
ปัจจุบันมีการขยายตัวของที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ทั้งบ้านเดี่ยวและอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะนนทบุรีฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา มีการปรับราคาที่ดินสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ แสดงว่าคนอยากอยู่ที่นนท์มาก เพราะใกล้กรุงเทพฯ อากาศดี มีโรงงานน้อย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบถ้วน มีพื้นที่ทำนาทำสวนทำให้อากาศดี หากปล่อยให้เกิดมลภาวะเพิ่มขึ้น ๆ อากาศก็จะเสีย
จังหวัดนนท์มีทสม.รวม 3,000 คน เป้าหมายของเราต้องการให้เป็นกันทุกครัวเรือน และตัวชี้วัดของสิ่งแวดล้อมคือปลาในน้ำ ถ้าปลาอยู่ได้แสดงว่าน้ำดี” นายก อบจ. ระบุ
จากคำถามว่า มีการปรับปรุงคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 8 ปี ทำให้วงจรของน้ำเริ่มฟื้นตัว และมีปลาอาศัยอยู่พอประมาณ แต่เด็กวัยรุ่นมาวิดน้ำจับปลา เป็นการตัดวงจรสำคัญของแหล่งน้ำ ควรแก้ปัญหาอย่างไร นายกอบจ.ตอบว่า “เรื่องนี้ห้ามไม่ได้เนื่องจากเป็นคลองสาธารณะ ถ้าเขามาจับ ท่านก็ซื้อพันธุ์ปลามาปล่อยใหม่ มาเอางบที่อบจ. แต่ให้ขอร้องเขาว่า รอให้ปลาโตกว่านี้ค่อยจับ ถ้าจับตอนนี้ก็เอาไปบริโภคไม่ได้”
นายก อบจ. กล่าวอีกว่า “การจะดูแลคลองไม่ให้น้ำเน่าเรื่องนี้อบจ.ก็ทำอยู่ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก ปัญหาเกิดจากสิ่งรอบด้าน เราต้องช่วยกัน ถ้าทุกบ้านลดการใช้สารเคมี มีบ่อดักไขมัน ไม่ทิ้งขยะลงคลอง ปัญหาก็จะลดลงและการแก้ไขก็จะได้ผล”
จากคำถามว่า ขยะมูลฝอยที่เป็นภาระของอำเภอไทรน้อย โดยเฉพาะตำบลคลองขวางซึ่งเป็นบ่อขยะไม่ทราบว่าจะหาทางออกอย่างไร โดยนายก อบจ. ตอบว่า“ขณะนี้มีการฝังกลบบ่อเก่าหมดแล้ว เหลือเพียงบางส่วน มีการเสนอให้เอกชนมาลงทุนทำโรงงานกำจัดขยะและนำความร้อนที่ได้ไปผลิตกระแสไฟฟ้าขายให้กับการไฟฟ้า ซึ่งตรงนี้การไฟฟ้ายินดีรับ แต่ต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 2,800 ล้านบาท ปัญหาคือข้อติดขัดในระบบราชการ ตนได้เสนอผ่านสำนักแผนและนโยบายมา 6 ปีแล้ว ตอนนี้เรื่องยังอยู่ในขั้นตอนผ่านความเห็นชอบของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ”
นายก อบจ.กล่าวว่า “คลองบางตลาดมีผักตบชวาหนาแน่น น้ำไหลผ่านลำบาก ไม่ทราบว่าอยู่ในพื้นที่ของเทศบาลนครนนท์หรือเทศบาลนครปากเกร็ดแต่ คลองนี้อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน ยังไม่ได้มอบกรรมสิทธิ์ให้กับท้องถิ่น หากประตูระบายน้ำเสียหรือชำรุด จะทำให้ท่วมกระทบไปถึงกทม. ต้องประสานกับกรมชลประทานเพื่อแก้ปัญหาโดยด่วน”
ในงานนี้ยังจัดให้มีการเสวนากลุ่มย่อยในการกำหนดบทบาทและเจตนารมณ์ของทสม.เนื่องจากวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีจะเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลกได้ข้อสรุปว่า 1) ทสม.จะต้องยึดมั่นในการศึกษาเรียนรู้และใช้วิธีตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การให้ความรู้ที่จะรักในธรรมชาติ 2) การให้ข้อมูลด้านแนวทางอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านสื่อบุคคลและสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ 3) สนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้อื่นมีส่วนร่วมในการเป็นทสม. เพื่อร่วมกันประสานการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


เครือข่ายทสม.จังหวัดนนทบุรี 300 คน ร่วมประกาศเจตนารมณ์เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก
นายกอบจ.ยืนยันสนับสนุนเต็มที่อยากให้เมืองนนท์เป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีของคนทุกระดับ ยอมรับปัญหาสิ่งแวดล้อมแก้ยาก แต่แก้ได้พร้อมรับฟังปัญหาของทุกพื้นที่
เมื่อวันที่ 3มิถุนายน. 2557 พ.ต.อ.ดร. ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.) เป็นประธานโครงการ ทสม.รักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) เข้าร่วมกิจกรรม 300 คน ในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการจากกิจกรรมรักษาแม่น้ำ 6 ลำคลอง และกิจกรรมธนาคารจุลินทรีย์ชีวีเป็นสุขทั้ง 40 แห่ง มีการเสวนาจัดประชุมย่อยเพื่อกำหนดบทบาทของทสม.
นายก อบจ.ได้กล่าวถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายหรือทิศทางของเครือข่ายทสม.ว่า“ปัญหาสิ่งแวดล้อมส่วนมากเกิดจากความเห็นแก่ตัวของหมู่บ้านจัดสรร การใช้สารเคมีในการซักล้างทำให้เกิดผลกระทบอย่างต่อเนื่อง บางคนซื้อบ้านริมคลองตอนน้ำใส ตอนนี้อยากจะย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น เพราะน้ำเน่า ถ้าทุกครัวเรือนเป็นสมาชิกทสม.หรือเข้ามามีส่วนร่วม จะทำให้สิ่งแวดล้อมดียิ่งขึ้น การรณรงค์ให้ใช้สารอินทรีย์ที่ผ่านมายังไม่ชัดเจน ต่อไปจะต้องเข้มข้น มีการประชุมระดับอำเภอทุก ๆ เดือน เครื่องมือตรวจคุณภาพน้ำจะต้องมีทุกพื้นที่ มีการตรวจโรงงานต่าง ๆ หากใครพบปัญหาให้แจ้งมายังประธานระดับอำเภอ
ปัจจุบันมีการขยายตัวของที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ทั้งบ้านเดี่ยวและอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะนนทบุรีฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา มีการปรับราคาที่ดินสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ แสดงว่าคนอยากอยู่ที่นนท์มาก เพราะใกล้กรุงเทพฯ อากาศดี มีโรงงานน้อย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบถ้วน มีพื้นที่ทำนาทำสวนทำให้อากาศดี หากปล่อยให้เกิดมลภาวะเพิ่มขึ้น ๆ อากาศก็จะเสีย
จังหวัดนนท์มีทสม.รวม 3,000 คน เป้าหมายของเราต้องการให้เป็นกันทุกครัวเรือน และตัวชี้วัดของสิ่งแวดล้อมคือปลาในน้ำ ถ้าปลาอยู่ได้แสดงว่าน้ำดี” นายกอบจ. ระบุ
จากคำถามว่า มีการปรับปรุงคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 8 ปี ทำให้วงจรของน้ำเริ่มฟื้นตัว และมีปลาอาศัยอยู่พอประมาณ แต่เด็กวัยรุ่นมาวิดน้ำจับปลา เป็นการตัดวงจรสำคัญของแหล่งน้ำ ควรแก้ปัญหาอย่างไร นายกอบจ.ตอบว่า “เรื่องนี้ห้ามไม่ได้เนื่องจากเป็นคลองสาธารณะ ถ้าเขามาจับ ท่านก็ซื้อพันธุ์ปลามาปล่อยใหม่ มาเอางบที่อบจ. แต่ให้ขอร้องเขาว่า รอให้ปลาโตกว่านี้ค่อยจับ ถ้าจับตอนนี้ก็เอาไปบริโภคไม่ได้”
นายก อบจ. กล่าวอีกว่า “การจะดูแลคลองไม่ให้น้ำเน่าเรื่องนี้อบจ.ก็ทำอยู่ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก ปัญหาเกิดจากสิ่งรอบด้าน เราต้องช่วยกัน ถ้าทุกบ้านลดการใช้สารเคมี มีบ่อดักไขมัน ไม่ทิ้งขยะลงคลอง ปัญหาก็จะลดลงและการแก้ไขก็จะได้ผล”
จากคำถามว่า ขยะมูลฝอยที่เป็นภาระของอำเภอไทรน้อย โดยเฉพาะตำบลคลองขวางซึ่งเป็นบ่อขยะไม่ทราบว่าจะหาทางออกอย่างไร โดยนายก อบจ. ตอบว่า“ขณะนี้มีการฝังกลบบ่อเก่าหมดแล้ว เหลือเพียงบางส่วน มีการเสนอให้เอกชนมาลงทุนทำโรงงานกำจัดขยะและนำความร้อนที่ได้ไปผลิตกระแสไฟฟ้าขายให้กับการไฟฟ้า ซึ่งตรงนี้การไฟฟ้ายินดีรับ แต่ต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 2,800 ล้านบาท ปัญหาคือข้อติดขัดในระบบราชการ ตนได้เสนอผ่านสำนักแผนและนโยบายมา 6 ปีแล้ว ตอนนี้เรื่องยังอยู่ในขั้นตอนผ่านความเห็นชอบของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ”
นายก อบจ.กล่าวว่า “คลองบางตลาดมีผักตบชวาหนาแน่น น้ำไหลผ่านลำบาก ไม่ทราบว่าอยู่ในพื้นที่ของเทศบาลนครนนท์หรือเทศบาลนครปากเกร็ดแต่ คลองนี้อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน ยังไม่ได้มอบกรรมสิทธิ์ให้กับท้องถิ่น หากประตูระบายน้ำเสียหรือชำรุด จะทำให้ท่วมกระทบไปถึงกทม. ต้องประสานกับกรมชลประทานเพื่อแก้ปัญหาโดยด่วน”
ในงานนี้ยังจัดให้มีการเสวนากลุ่มย่อยในการกำหนดบทบาทและเจตนารมณ์ของทสม.เนื่องจากวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีจะเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลกได้ข้อสรุปว่า 1) ทสม.จะต้องยึดมั่นในการศึกษาเรียนรู้และใช้วิธีตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การให้ความรู้ที่จะรักในธรรมชาติ 2) การให้ข้อมูลด้านแนวทางอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านสื่อบุคคลและสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ 3) สนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้อื่นมีส่วนร่วมในการเป็นทสม. เพื่อร่วมกันประสานการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอำนาจ กุศล ผู้สื่อข่าวชุมชนจังหวัดนนทบุรี




